หากพูดถึงจุดหมายปลายทางในฝันของคนรักสวนสนุกและแฟนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ชื่อของ Universal Studios จะต้องขึ้นแท่นเป็นอันดับต้นๆ ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหวาดเสียว แต่เป็นสวนสนุกระดับโลกที่เนรมิตโลกแห่งจินตนาการจากแผ่นฟิล์มให้กลายเป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นการสวมบทบาทนักเรียนฮอกวอตส์ในโลกเวทมนตร์ ตะลุยดงไดโนเสาร์จูราสสิคพาร์ค หรือทักทายเหล่าตัวการ์ตูนสุดป่วน ก็สามารถตอบโจทย์ทุกความสนุกของคนทุกเพศทุกวัยได้แบบจัดเต็ม

สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นวางแผนไปเที่ยวและยังมีคำถามในใจว่า สวนสนุกแห่งนี้มีกี่สาขาทั่วโลก? แตกต่างจากฝั่ง Disneyland อย่างไร? ตั๋วเข้าสวนสนุกและบัตรเสริมอย่าง Express Pass มีกี่แบบและควรซื้อยังไงให้คุ้มค่าที่สุด?
ไม่ต้องกังวลไปจ้า เพราะในบทความนี้เราได้รวบรวม “คู่มือเที่ยว Universal Studios ฉบับสมบูรณ์” มาไว้ให้คุณแล้ว เราจะพาไปทำความรู้จักกับทุกสาขาทั่วโลก พร้อมเจาะลึกทริคการวางแผนเที่ยวแบบอินไซด์ และเทคนิคการจองตั๋วให้ได้ราคาดีที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปลุยพร้อม iPrice Thailand กันเลย!
เนื้อหาทั้งหมด
- Universal Studios มีกี่สาขาทั่วโลก? แต่ละที่ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง?
- สวนสนุก Universal Studio กับ Disneyland ต่างกันยังไง?
- เจาะลึกตั๋ว Universal Studios มีกี่แบบ? ราคาเท่าไหร่?
- วิธีซื้อตั๋ว Universal Studios และจองยังไงให้ได้ราคาคุ้มที่สุด โดย iPrice Thailand
- ทริคเที่ยว Universal Studios ให้เก็บครบทุกไฮไลท์
Universal Studios มีกี่สาขาทั่วโลก? แต่ละที่ตั้งอยู่ที่ไหนบ้าง?
ปัจจุบัน Universal Studios มีสาขาที่เปิดให้บริการแบบจัดเต็มแล้วทั้งหมด 5 สาขาทั่วโลก แบ่งเป็นฝั่งต้นตำรับในสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง และฝั่งเอเชียที่เดินทางง่ายๆ อีก 3 แห่ง แต่ละหน้าหน้าตาเป็นอย่างไร และมีไฮไลท์อะไรเด็ดๆ บ้าง ตามมาดูกันเลย
Universal Studios Hollywood (ลอสแอนเจลิส, สหรัฐอเมริกา)
จุดเด่น: ที่นี่คือจุดเริ่มต้นและเป็นสาขาแรกของแบรนด์ ความพิเศษที่หาจากที่อื่นไม่ได้คือ การผสมผสานระหว่างสวนสนุกและสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ยังมีการใช้งานอยู่จริง โดยพื้นที่สวนสนุกจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ Upper Lot และ Lower Lot

ไฮไลท์ห้ามพลาด: กิจกรรม Studio Tour ที่เป็นซิกเนเจอร์พานั่งรถรางบุกเบื้องหลังฉากภาพยนตร์ดังระดับโลก รวมถึงโซนยอดฮิตอย่าง The Wizarding World of Harry Potter, Super Nintendo World และเครื่องเล่นไดโนเสาร์สุดระทึก Jurassic World – The Ride



Universal Orlando Resort (ฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา)
- จุดเด่น: อาณาจักรรีสอร์ตสวนสนุกที่กว้างใหญ่ที่สุดของยูนิเวอร์แซล ปัจจุบันอัดแน่นไปด้วยสวนสนุกหลักถึง 3 แห่ง ได้แก่ Universal Studios Florida, Universal’s Islands of Adventure และสวนน้ำ Universal’s Volcano Bay

- ไฮไลท์ห้ามพลาด: โลกเวทมนตร์ The Wizarding World of Harry Potter ของที่นี่อลังการขั้นสุด เพราะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง (ตรอกไดแอกอน และ หมู่บ้านฮอกส์มีด) ซึ่งตั้งอยู่คนละสวนสนุก โดยคุณสามารถนั่งรถไฟ Hogwarts Express ข้ามไปมาได้เหมือนในหนัง

- อัปเดตล่าสุด: ที่นี่เปิดตัวสวนสนุกแห่งที่ 4 “Universal Epic Universe” ที่จะมาพร้อมโซนใหม่แกะกล่องอย่าง Dark Universe และ How to Train Your Dragon
Universal Studios Japan หรือ USJ (โอซาก้า, ญี่ปุ่น)
- จุดเด่น: สวนสนุก Universal แห่งแรกในทวีปเอเชียที่ฮิตติดลมบนตลอดกาล ความปังของที่นี่คือการหยิบเอาวัฒนธรรมป๊อปและอนิเมะชื่อดังของญี่ปุ่น (เช่น Detective Conan, Jujutsu Kaisen) มาเนรมิตเป็นเครื่องเล่นหรือโชว์พิเศษแบบ Limited Edition ตามฤดูกาล

- ไฮไลท์ห้ามพลาด: โซน Super Nintendo World ที่ถอดแบบโลกของมาริโอ้ออกมาได้น่ารักและสมจริงสุดๆ, โซน Harry Potter, Minion Park และรถไฟเหาะตีลังกาสุดหวาดเสียว The Flying Dinosaur
Universal Studios Singapore หรือ USS (เกาะเซนโตซ่า, สิงคโปร์)
- จุดเด่น: สาขาเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอยู่ใกล้ไทยที่สุด! แม้จะมีขนาดกะทัดรัดที่สุดในบรรดาทุกสาขา แต่ก็ถูกใจนักท่องเที่ยวเพราะสามารถเดินเที่ยวเล่นเก็บเครื่องเล่นได้ครบแบบสบายๆ ไม่เหนื่อยจนเกินไป
- ไฮไลท์ห้ามพลาด: รถไฟเหาะตีลังกาคู่สุดเดือด Battlestar Galactica: HUMAN vs. CYLON, ล่องแก่งหนีไดโนเสาร์ Jurassic Park Rapids Adventure, เครื่องเล่นสุดมันส์ Transformers The Ride 3D และโซนใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง Minion Land



Universal Beijing Resort (ปักกิ่ง, จีน)

- จุดเด่น: สาขาน้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2021 มาพร้อมพื้นที่ขนาดใหญ่เบิ้ม ดีไซน์สวนสนุกโดดเด่นด้วยการผสมผสานธีมภาพยนตร์ฮอลลีวูดเข้ากับสถาปัตยกรรมและกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนได้อย่างลงตัว
- ไฮไลท์ห้ามพลาด: มีโซนพิเศษระดับ Exclusive ที่ไม่มีในสาขาอื่น! ได้แก่ Transformers Metrobase และ Kung Fu Panda Land of Awesomeness (ซึ่งโซนกังฟูแพนด้านี้เป็นโซนในร่มทั้งหมด เที่ยวได้ชิลๆ ไม่ต้องกลัวสภาพอากาศ) รวมถึงมีโซน Harry Potter, Jurassic World และ Minion Land ให้สนุกกันด้วย



สวนสนุก Universal Studios กับ Disneyland ต่างกันยังไง?
คำถามคลาสสิกที่หลายคนมักจะลังเลเมื่อต้องจัดทริปเที่ยวสวนสนุกคือ “จะเลือกไปที่ไหนดี?” แม้ว่าทั้งสองแห่งจะเป็นสวนสนุกระดับโลกเหมือนกัน แต่คาแรคเตอร์และประสบการณ์ที่มอบให้นั้นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น เราขอสรุปข้อแตกต่างในแต่ละมิติมาให้ดังนี้ค่าาา


1. บรรยากาศและกลุ่มเป้าหมาย
- Disneyland: เน้นความมหัศจรรย์ สดใส คลาสสิก บรรยากาศชวนให้คิดถึงความทรงจำวัยเด็ก ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับครอบครัวและเด็กเล็กเป็นหลัก
- Universal Studios: เน้นความมีพลัง ผจญภัย และตื่นเต้นเร้าใจ พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ต้องการสูบฉีดอะดรีนาลีน
2. ธีมและแฟรนไชส์ชูโรง
- Disneyland: ยกทัพมาทั้งนิทานคลาสสิกและจักรวาลดิสนีย์ เช่น มิกกี้เมาส์, เหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์, Pixar รวมถึงแฟรนไชส์ฟอร์มยักษ์อย่าง Star Wars และ Marvel
- Universal Studios: จำลองโลกจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดและป๊อปคัลเจอร์ยอดฮิต เช่น Harry Potter, Jurassic Park, Transformers, Minions และแฟรนไชส์เกมสุดฮอตอย่าง Super Nintendo World
3. สไตล์เครื่องเล่น
- Disneyland: เครื่องเล่นส่วนใหญ่จะเน้นการเล่าเรื่องลื่นไหลไปกับเสียงเพลง มีเครื่องเล่นเบาๆ ที่ปลอดภัยและตอบโจทย์เด็กเล็กจำนวนมาก
- Universal Studios: จัดเต็มเรื่องความหวาดเสียว มีทั้งรถไฟเหาะความเร็วสูง ฉากดรอปดิ่งชวนใจหาย และโดดเด่นมากในการนำเทคโนโลยี 3D/4D มาสร้างความสมจริงให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหนัง
4. โชว์และการแสดง
- Disneyland: ยืนหนึ่งเรื่องขบวนพาเหรดสุดตระการตา การแสดงบนเวที และโชว์แสงสีเสียงพร้อมพลุไฟสุดอลังการในยามค่ำคืน รวมถึงการเดินพบปะตัวละครอย่างใกล้ชิด
- Universal Studios: โดดเด่นในเรื่องการแสดงโชว์แอคชั่นของสตันต์แมนที่สมจริงระดับฮอลลีวูด เช่น โชว์ WaterWorld ที่จัดเต็มทั้งการขี่เจ็ตสกี เอฟเฟกต์ไฟ และฉากระเบิดสุดระทึก
5. อาหารและการตกแต่ง
- Disneyland: พิถีพิถันเรื่องความน่ารักและหลากหลาย มีขนมขบเคี้ยวที่ตกแต่งเป็นรูปตัวละครสุดคิวท์ดึงดูดใจสายคอนเทนต์
- Universal Studios: เน้นการจำลองร้านอาหารให้เหมือนหลุดเข้าไปในฉากภาพยนตร์ เช่น การนั่งจิบ Butterbeer ในร้าน Three Broomsticks แม้ของทานเล่นจุกจิกอาจจะไม่ได้หลากหลายเท่าดิสนีย์ แต่ได้ความอินกับบรรยากาศแบบเต็มร้อย
สรุปสั้นๆ
- เลือก Disneyland: ถ้าคุณไปเที่ยวแบบครอบครัว มีเด็กเล็ก ชื่นชอบโลกแห่งจินตนาการ ความมหัศจรรย์ และอยากดูพาเหรดหรือโชว์พลุสวยๆ
- เลือก Universal Studios: ถ้าคุณเป็นสายลุย ชอบความตื่นเต้นเร้าใจ รักการเล่นรถไฟเหาะหวาดเสียว และเป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์หรือวิดีโอเกม
เจาะลึกตั๋ว Universal Studios มีกี่แบบ? ราคาเท่าไหร่?
เรื่องตั๋วอาจจะดูซับซ้อนไปสักนิดสำหรับมือใหม่ แต่หลักๆ แล้วตั๋วของ Universal Studios ในแต่ละสาขาจะมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass), ตั๋วลัดคิว (Express Pass), และ ตั๋ววีไอพี (VIP Experience) สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ Universal Studios ใช้ระบบราคาแบบ Dynamic Pricing หมายความว่าราคาบัตรจะปรับขึ้นลงตามช่วงเวลาและฤดูกาล (วันธรรมดาคนน้อยราคาจะถูกกว่าช่วงเทศกาล) ลองมาดูสรุปโครงสร้างราคาของแต่ละสาขากัน
Universal Studios Japan (USJ – โอซาก้า ญี่ปุ่น)
- ตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass): มีให้เลือกแบบ 1 วัน (ราคาเริ่มต้น 8,400 – 11,900 เยน), แบบ 1.5 วันโดยวันแรกเข้าได้หลัง 15:00 น. (ราคาเริ่มต้น 13,100 – 18,200 เยน) และแบบ 2 วัน (ราคาเริ่มต้น 14,700 – 21,400 เยน) โดยราคาจะแบ่งระดับตามความหนาแน่นของผู้คน (Tier A ถึง F)
- ตั๋วลัดคิว (Express Pass): บัตรประเภทนี้ ไม่รวมค่าเข้าสวนสนุก ต้องซื้อคู่กับ Studio Pass เสมอ แพ็กเกจยอดฮิตคือ Express Pass 4 (ลัดคิวได้ 4 เครื่องเล่น) และ Express Pass 7 (ลัดคิวได้ 7 เครื่องเล่น) ราคาเริ่มต้นประมาณ 9,800 – 25,800 เยน ขึ้นอยู่กับเครื่องเล่นและวันที่ไป
- ตั๋วพิเศษ (VIP & Special): มีแพ็กเกจทัวร์ VIP พร้อมไกด์พาเที่ยว ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 เยน และตั๋ว Countdown Party Pass สำหรับปาร์ตี้ข้ามปีในราคา 16,900 เยน
Universal Studios Singapore (USS – สิงคโปร์)
- ตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass): ส่วนใหญ่เน้นขายแบบ 1 วัน ราคาผู้ใหญ่เริ่มต้นประมาณ 74 – 83 ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) และเด็ก 54 – 69 SGD (บางช่วงอาจมีแพ็กเกจ 2-3 วันจำหน่าย)
- ตั๋วลัดคิว (Universal Express): ต้องซื้อแยกกับค่าเข้าสวนสนุก แบ่งเป็นแบบ Regular ลัดคิวเครื่องเล่นได้เครื่องละ 1 ครั้ง (ราคาเริ่มต้น 70 – 88 SGD) และแบบ Unlimited ที่สามารถลัดคิวได้แบบไม่จำกัดรอบ
- ตั๋วพิเศษ (VIP Experience): ราคาเริ่มต้น 378 SGD แพ็กเกจนี้สุดคุ้มเพราะรวมค่าตั๋วเข้าสวนสนุกแล้ว มาพร้อมไกด์พาทัวร์ 5 ชั่วโมง บัตรลัดคิวแบบ Unlimited และมื้ออาหาร
Universal Beijing Resort (USB – ปักกิ่ง จีน)
- ตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass): แบ่งเป็นแบบ 1 วัน (ราคาเริ่มต้น 418 – 748 หยวน ตามระดับฤดูกาล), แบบ 1.5 วัน (ราคาเริ่มต้น 598 หยวน) และแบบ 2 วัน (ราคาเริ่มต้น 748 หยวน)
- ตั๋วลัดคิว (Express Pass): ต้องซื้อแยกต่างหาก มีให้เลือกทั้งแบบลัดคิว 3 เครื่องเล่น (ประมาณ 200 หยวน), 5 เครื่องเล่น (ประมาณ 300 หยวน) และแบบ Unlimited ลัดคิวได้ทุกเครื่องเล่นไม่จำกัดรอบ (ประมาณ 500 หยวน)
- ตั๋วพิเศษ (VIP Experience): ราคาเริ่มต้น 1,200 หยวน รวมบริการไกด์นำเที่ยว สิทธิ์ลัดคิวเครื่องเล่นได้ตลอดทั้งวัน และสิทธิ์เข้าใช้เลานจ์พักผ่อน
Universal Studios Hollywood (USH – สหรัฐอเมริกา)
- ตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass): แบบ 1 วัน ราคาเริ่มต้น 104 – 109 ดอลลาร์สหรัฐ และแบบ 2 วัน ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (รวมเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐ)
- ตั๋วลัดคิว (Universal Express): ความพิเศษของสาขานี้คือ บัตร Express รวมค่าตั๋วเข้าสวนสนุกไว้แล้ว! ซื้อใบเดียวจบ สามารถลัดคิวเครื่องเล่นและโชว์ได้อย่างละ 1 ครั้ง ราคาเริ่มต้น 179 – 189 ดอลลาร์สหรัฐ
- ตั๋วพิเศษ (VIP Experience): รวมค่าเข้าสวนสนุกแล้วเช่นกัน ราคาเริ่มต้น 340 – 359 ดอลลาร์สหรัฐ จัดเต็มด้วยการพาเดินลงสตูดิโอถ่ายทำหนังของจริง ลัดคิวเครื่องเล่นได้ไม่จำกัดรอบ พร้อมอาหารกูร์เมต์และบริการที่จอดรถ
Universal Orlando Resort (USO – สหรัฐอเมริกา)
- ตั๋วเข้าสวนสนุก (Studio Pass): สาขานี้ค่อนข้างซับซ้อนเพราะมีสวนสนุกหลายแห่ง ตั๋วแบบ 1-Park 1-Day (เลือกเข้า 1 สวนสนุกต่อวัน) ราคา 109 – 174 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าอยากนั่งรถไฟ Hogwarts Express ข้ามโซนระหว่าง 2 สวนสนุก ต้องซื้อตั๋วแบบ Park-to-Park โดยจ่ายเพิ่มประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีตั๋ว Multi-Day สำหรับเที่ยว 2-5 วัน
- ตั๋วลัดคิว (Universal Express Pass): ต้องซื้อแยกกับค่าเข้าสวนสนุก มีแบบ Regular ลัดคิวได้เครื่องละ 1 ครั้ง (ราคา 79.99 – 319.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน) และแบบ Unlimited (ราคา 109.99 – 349.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน)
💡 ทริคแนะนำก่อนจองตั๋ว: เนื่องจากระบบราคาเป็นแบบ Dynamic Pricing การวางแผนจองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณได้ราคาที่ถูกและคุ้มค่ากว่าการไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์ และอย่าลืมว่าบัตร Express Pass ของเกือบทุกสาขา (ยกเว้น Hollywood) คือ “ออปชันเสริม” ที่ต้องมีบัตรเข้าสวนสนุก (Studio Pass) ก่อนถึงจะใช้งานได้น่าาา
วิธีซื้อตั๋ว Universal Studios และจองยังไงให้ได้ราคาคุ้มที่สุด โดย iPrice Thailand
การซื้อตั๋วเข้า Universal Studios ในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตพอสมควร ใครที่คิดจะไปหาซื้อตั๋วเอาดาบหน้าหน้าประตูสวนสนุกอาจจะต้องผิดหวัง ดังนั้นการวางแผนและรู้ทริคการจองที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในกระเป๋าได้มหาศาล
- ซื้อตั๋วที่ไหนดี?
- ตั๋ว Universal ซื้อล่วงหน้าได้กี่เดือน?
- ทริคจองตั๋ว Universal ให้ได้ราคาคุ้มค่าและประหยัดงบที่สุด
ซื้อตั๋วที่ไหนดี?
ปัจจุบันช่องทางการซื้อตั๋วที่สะดวก ชัวร์ และแนะนำที่สุดคือการซื้อออนไลน์ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผ่านเว็บไซต์ทางการของสวนสนุก หรือตัวแทนจำหน่าย (OTA) ชั้นนำอย่าง Klook, KKday, Trip.com และ Traveloka ค่ะ สาเหตุที่ต้องเน้นย้ำให้ซื้อออนไลน์เพราะ บางสาขายอดฮิตอย่าง Universal Studios Japan (USJ) ได้ยกเลิกการขายตั๋วหน้าเคาน์เตอร์แล้ว เพื่อลดความแออัด
ข้อดีของการซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย (OTA) คือมักจะมีความยืดหยุ่นกว่า จ่ายเงินผ่านพร้อมเพย์หรือบัตรเครดิตไทยได้ง่าย และที่สำคัญคือมักจะมีโปรโมชัน แคมเปญ Flash Sale หรือโค้ดส่วนลดให้เก็บ ซึ่งเมื่อเทียบราคาสุทธิแล้วมักจะถูกกว่าการซื้อตรงกับเว็บไซต์ Official ค่ะ
ตั๋ว Universal ซื้อล่วงหน้าได้กี่เดือน?
คำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังวางแผนจัดทริป ระยะเวลาการเปิดขายตั๋วล่วงหน้าจะแตกต่างกันไปในแต่ละสาขาจ้า:
- Universal Studios Japan (USJ): จะเปิดขายตั๋วล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน (60 วัน) โดยตั๋วจะเข้าสู่ระบบแบบวันต่อวัน สิ่งที่ต้องระวังคือ บัตร Express Pass ของ USJ จะหมดไวมากกกก (โดยเฉพาะโซน Nintendo) หากใครตั้งใจจะซื้อพาสลัดคิว ต้องกาปฏิทินเตือนตัวเองให้ดีและรีบกดจองตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย
- Universal Studios Singapore (USS) & Beijing (USB): มักจะเปิดขายล่วงหน้าประมาณ 1-3 เดือน ซึ่งจองได้ง่ายกว่า USJ และบัตรมักจะไม่ Sold out เร็วเท่า
- Universal Studios ฝั่งอเมริกา (Hollywood & Orlando): สามารถจองล่วงหน้าได้นานหลายเดือนถึงข้ามปีเลยทีเดียว
💡 ทริคเสริมสำหรับ USJ: ก่อนจะเลือกวันเดินทางและกดซื้อตั๋ว แนะนำให้เสิร์ชหา “พยากรณ์ Universal Studio Japan” (USJ Crowd Calendar) ในอินเทอร์เน็ตก่อน เว็บไซต์พยากรณ์เหล่านี้จะบอกได้ค่อนข้างแม่นยำว่าวันไหนคนน้อย (สีเขียว/ฟ้า) หรือวันไหนคนล้นหลาม (สีแดง/ดำ) เพื่อเลี่ยงความแออัดเด้อ
ทริคจองตั๋ว Universal ให้ได้ราคาคุ้มค่าและประหยัดงบที่สุด
- เลือกวันเดินทางช่วงวันที่คนไม่เยอะ (Off-Peak) และจองแต่เนิ่นๆ ตั๋วส่วนใหญ่ใช้ระบบราคาแบบ Dynamic Pricing ราคาจะสวิงขึ้นลงตามปริมาณนักท่องเที่ยว หากคุณแพลนไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดยาว (เช่น วันอังคาร-พฤหัสบดี) จะได้ราคาตั๋วที่ถูกที่สุด นอกจากนี้ การจองล่วงหน้าออนไลน์ในบางสาขาอย่างสิงคโปร์ (USS) อาจได้ตั๋ว Early Bird ที่ราคาถูกกว่าหน้าประตูปกติถึง 30%
- ใช้โค้ดส่วนลดและบัตรเครดิตร่วมรายการ อย่าลืมเช็คแคมเปญวันเลขเบิ้ล (Double Day) หรือ Flash Sale ของแอปพลิเคชันจองตั๋ว คุณสามารถกรอกโค้ดส่วนลดเพิ่มเติม หรือรับส่วนลด On-top เมื่อรูดจ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (เช่น บัตร JCB ใช้จองตั๋วญี่ปุ่น) ซึ่งเทคนิคนี้ช่วยหั่นราคาตั๋วลงไปได้หลักร้อยถึงหลักพันบาท
- ใช้ตั๋วแพ็กเกจรวม (Bundle / Attraction Pass) ถ้าแพลนทริปของคุณมีที่เที่ยวอื่นๆ ในเมืองนั้นด้วย การซื้อพาสท่องเที่ยวแบบเหมาจะคุ้มกว่ามาก เช่น
- สิงคโปร์: ซื้อตั๋ว USS พ่วงกับ Singapore Tourist Pass ประหยัดรวมไปได้ถึง 20-40%
- โอซาก้า ญี่ปุ่น: มีแพ็กเกจ 1 Day Studio Pass + Have Fun in Kansai Pass ได้ตั๋วเข้า USJ พร้อมพาสเที่ยวคันไซแบบเหมาจ่าย
- ประหยัดค่า Express Pass ด้วยสูตร “ตื่นเช้า” และ “Single Rider” บัตรลัดคิวราคาค่อนข้างแรง ถ้าไม่อยากเสียเงินส่วนนี้ แนะนำให้ใช้สูตร Rope Drop คือไปถึงหน้าประตูสวนสนุกก่อนเวลาเปิดจริงประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง (สวนสนุกมักจะแอบเปิดให้คนเข้าก่อนเวลา) พอประตูเปิดปุ๊บให้รีบสับขาพุ่งไปโซนยอดฮิตก่อนเลย จะได้เล่นโดยไม่ต้องรอคิว นอกจากนี้ การยอมแยกกันเล่นแล้วเข้าแถวแบบ Single Rider ก็ช่วยร่นเวลารอคิวจาก 90 นาที เหลือแค่ 5-10 นาทีได้แบบชิลๆ
- ซื้อตั๋ว 1.5 วัน หรือ 2 วัน อาจคุ้มกว่าซื้อตั๋ว 1 วัน + Express Pass บางครั้งการซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกแบบ 1.5 วัน หรือ 2 วัน มีราคาถูกกว่าการซื้อตั๋ว 1 วันพร้อมบัตร Express Pass นะคะ วิธีนี้ตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบทำเวลาเร่งรีบ สามารถรีบมาแต่เช้าเพื่อเก็บเครื่องเล่นฮิตๆ ในวันแรก แล้วค่อยเดินชิลๆ ตามเก็บตกดูโชว์ในวันที่สองได้
- สิทธิพิเศษขั้นสุดจากการเข้าพักโรงแรมของ Universal หากคุณมีงบสำหรับที่พัก การเลือกพักโรงแรม Official ของสวนสนุกคือความคุ้มค่าที่ซ่อนอยู่:
- สาขาออร์แลนโด: พักโรงแรมระดับ Premier รับสิทธิ์ Unlimited Express Pass ฟรี! ตลอดการเข้าพัก ถ้าไปเป็นครอบครัว จ่ายค่าโรงแรมระดับนี้อาจถูกกว่าไปไล่ซื้อตั๋ว Express ให้ทุกคน
- สาขาปักกิ่ง: รับสิทธิ์ Early Entry เข้าสวนสนุกก่อนเวลาเปิดปกติ 1 ชั่วโมง ช่วยให้วิ่งเก็บเครื่องเล่นระดับท็อปได้สบายๆ โดยไม่ต้องพึ่ง Express Pass เลย
และเพื่อความสะดวกที่สุดสำหรับทุกคน ต่อไปนี้ทาง iPrice Thailand ได้รวบรวมข้อมูลและเตรียมเปรียบเทียบราคาตั๋ว Universal Studios ของแต่ละสาขาจากทุกแพลตฟอร์มชั้นนำมาไว้ให้แล้ว เพื่อให้คุณกดจองได้ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จะมีเรทราคาเท่าไหร่บ้างนั้น ติดตามด้านล่างได้เลยน่าาา
เปรียบเทียบราคาของ Universal Studios แต่ละสาขากับ iPrice Thailand
- Universal Studios Japan
- Universal Studios Singapore
- Universal Beijing Resort
- Universal Studios Hollywood
- Universal Orlando Resort
ราคาตั๋วและโปรโมชัน Universal Studios Japan (USJ) จาก 4 แอปดัง
เรามีราคาจากแต่ละแอปดังในประเทศไทยมาฝากทุกคนแล้ว ทั้ง Traveloka, Klook, Trip.com และ KKday ไม่ว่าจะไป Universal Studios สาขาไหน ทั้งเอเชียและอเมริกาก็คุ้มได้เลยวันนี้
1. Klook
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 1,826 บาท
- 1.5-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 2,934 บาท (เข้าสวนสนุกวันแรกได้หลังเวลา 15:00 น.)
- 2-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 3,468 บาท
- แพ็กเกจสุดคุ้ม: บัตร 1 วัน + สิทธิ์เข้าโซน Super Nintendo World + บัตร Have Fun in Kansai Pass เริ่มต้นเพียง 2,996 บาท
- โค้ดส่วนลด & โปรโมชัน:
- ลด 10% (สูงสุด 100 บาท) สำหรับลูกค้าใหม่ชาวไทยที่จองผ่านแอปครั้งแรก พิมพ์โค้ด TH10APP
- ลด 300 บาท เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 3,500 บาท ในช่วงแคมเปญ Weekly Sale (โค้ดโปรดติดตามต่อไป)
- โค้ดครีเอเตอร์: ลดเพิ่ม 5-10% แบบไม่มีขั้นต่ำ สามารถติดตามได้จากครีเอเตอร์ที่เราชื่นชอบได้เลย
2. Trip.com
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Studio Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 1,826 บาท / เด็ก เริ่มต้นประมาณ 1,170 บาท
- แพ็กเกจคอมโบ: บัตร 1 วัน + สิทธิ์เข้า Super Nintendo World + Have Fun in Kansai (เลือกเข้าสถานที่ท่องเที่ยวได้ 3 แห่ง) เริ่มต้น 2,996 บาท
- โค้ดส่วนลด & โปรโมชัน:
- ลด 5% ทันที สำหรับผู้ใช้งานใหม่ (New Users) เมื่อจองตั๋วในหมวดสถานที่ท่องเที่ยว
- ลดสูงสุด 750 บาท หรือ 50% สำหรับตั๋วใบที่ 2 มักจะมาในช่วง Flash Sale แคมเปญใหญ่ (เช่น 5.5, 6.6) เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (เช่น บัตร TTB) โดยมียอดขั้นต่ำ 5,000 บาท
3. Traveloka
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 2,031.50 บาท
- 1.5-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 3,283.20 บาท
- 2-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 3,857.80 บาท
- แพ็กเกจคอมโบ: บัตร 1 วัน + Have Fun in Kansai (อายุการใช้งาน 1 สัปดาห์) + สิทธิ์เข้า Super Nintendo World เริ่มต้น 3,201.20 บาท
- ส่วนลด & โปรโมชัน:
- รับแคชแบ็กสุดคุ้ม: จุดแข็งของแอปนี้คือการแจก Traveloka Points คืนทุกครั้งที่จอง (เช่น ซื้อตั๋ว 1 วัน ได้คืน 507 Points หรือจองทัวร์ VIP ได้คืนสูงถึง 2,730 Points) ซึ่งคุณสามารถสะสมพอยต์นี้ไว้ใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสดในการจองทริปถัดไปได้ทันที
4. KKday
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Studio Pass: เริ่มต้นประมาณ 1,826 บาท ($55.85)
- แพ็กเกจบันเดิล: บัตร 1 วัน + การันตีสิทธิ์เข้าโซน Super Nintendo World + Have Fun in Kansai Pass เริ่มต้น 2,996 บาท
- โค้ดส่วนลด & โปรโมชัน:
- ลด 5% สำหรับการจองผ่านแอปพลิเคชัน KKday ครั้งแรก พิมพ์โค้ด BLOG5OFF
- โปรโมชัน ซื้อ 1 แถม 1 (ลด 50%) แพลตฟอร์มนี้มักจะจัด Flash Sale แจกโค้ด 1 แถม 1 เป็นระยะๆ (เช่น ทุกวันอังคาร 11:00 น. หรือช่วงฉลองครบรอบแบรนด์) ถือเป็นดีลที่ลดโหดและคุ้มค่าที่สุดหากคุณสามารถกดรับสิทธิ์ได้ทัน
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
ราคาตั๋วและโปรโมชัน Universal Studios Singapore (USS) จาก 4 แอปดัง
1. Trip.com
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นที่ 69 SGD / เด็ก เริ่มต้นที่ 66 SGD
- ตั๋วครอบครัว (Family Pass): สำหรับผู้ใหญ่ 1 เด็ก 1 เริ่มต้นที่ 134 SGD
- ตั๋วลัดคิว (Express Pass): เริ่มต้นที่ 138 SGD
- ส่วนลด & โปรโมชัน:
- คุ้มสุดๆ กับแคมเปญ “ซื้อ 2 แถม 1” (Buy 2 Get 1 Free) * มีแพ็กเกจคอมโบสุดคุ้ม ซื้อตั๋ว USS + สวนสัตว์น้ำ Singapore Oceanarium แถมฟรี! ตั๋วเข้าสวนน้ำ Adventure Cove Waterpark
- สำหรับผู้ใช้งานใหม่ (New Users) รับโค้ดส่วนลดเพิ่มทันที 5% (ลดสูงสุด 3 SGD)
2. KKday
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Pass: เริ่มต้นประมาณ 76 – 83 SGD (ความเริ่ดคือตั๋วในแอปมักจะพ่วงคูปองค่าอาหารและช้อปปิ้งมูลค่า 5-10 SGD มาให้ด้วย)
- ตั๋วลัดคิว (Express Pass): เริ่มต้นประมาณ 88.88 SGD
- ตั๋วพิเศษ (VIP Experience): ราคาเริ่มต้นประมาณ 378 SGD (หรือ 294 USD) รวมบริการไกด์พาทัวร์ 5 ชั่วโมง และสิทธิ์ลัดคิวเครื่องเล่นแบบไม่อั้น
- ส่วนลด & โปรโมชัน:
- มักมี Flash Sale แบบ “ซื้อ 2 แถม 1” ออกมาให้กดอยู่บ่อยๆ
- ผู้ใช้งานใหม่ที่จองผ่านแอปพลิเคชันครั้งแรก พิมพ์โค้ด BLOG5OFF รับส่วนลดทันที 5%
- ทุกยอดการจองจะได้รับ KKday Points เพื่อสะสมไว้ใช้เป็นส่วนลดเงินสดในทริปถัดไป
3. Klook
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Pass: ราคาเฉลี่ยที่คนส่วนใหญ่กดซื้อได้จะอยู่ที่ประมาณ 1,569 บาท (ราคานี้มักจะรวมคูปองส่วนลดต่างๆ ภายในสวนสนุกมาให้แล้ว)
- ส่วนลด & โปรโมชัน:
- แพลตฟอร์มนี้ยืนหนึ่งเรื่องการสาดโปรช่วงเทศกาลหรือวันเลขเบิ้ล (เช่น 7.7, 12.12) ซึ่งมักจะมี Flash Sale ลดสูงสุดถึง 50% หรือโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1
- มีการแจกโค้ดส่วนลด On-top บ่อยมาก เช่น โค้ดลดเพิ่ม 450 บาท เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 3,000 บาท (แนะนำให้คอยเช็กหน้าแอปพลิเคชันช่วงแคมเปญใหญ่)
4. Traveloka
- รายละเอียดตั๋วและโปรโมชัน:
- แม้ราคาตั๋วอาจจะปรับเปลี่ยนตามเรทรายวัน แต่จุดแข็งของ Traveloka คือการมอบ Traveloka Points คืนให้ในทุกๆ ยอดการจอง
- คุณสามารถนำคะแนนสะสมเหล่านี้มาแลกเป็นส่วนลดเงินสด (On-top discount) เพื่อใช้จองตั๋วเข้าสวนสนุก หรือใช้ลดค่าโรงแรมและตั๋วเครื่องบินในครั้งต่อไปได้ทันที นอกจากนี้แอปยังมีดีลแพ็กเกจท่องเที่ยวแบบจัดเต็มที่หมุนเวียนมาให้เลือกซื้อตลอดปี
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
ราคาตั๋วและโปรโมชัน Universal Beijing Resort จาก 4 แอปดัง
1. Klook
- ทำไมถึงแนะนำ: เป็นช่องทางที่ popular ที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ เพราะตัดปัญหาความยุ่งยากเรื่องการยืนยันเบอร์โทรศัพท์จีนทิ้งไปได้เลย แถมสามารถกดซื้อแพ็กเกจตั๋วสวนสนุกพ่วงกับบัตร Express Pass ม้วนเดียวจบได้
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 453 หยวน / เด็ก 352 หยวน
- 1.5-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 668 หยวน / เด็ก 501 หยวน
- 2-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 753 หยวน / เด็ก 568 หยวน
- โค้ดส่วนลด & โปรโมชันจัดเต็ม:
- ส่วนลดทั่วไปหน้าแคมเปญ ลดสูงสุด 15%
- สิทธิพิเศษบัตรวีซ่า (Visa) ที่ออกในไทย: พิมพ์โค้ด VISAKLK550 รับส่วนลด 15% (ลดสูงสุด 550 บาท) เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 3,500 บาท
- โปรโมชันวันศุกร์ (ผู้ถือบัตรวีซ่า): พิมพ์โค้ด VISAFRITOUR500 รับส่วนลด 7% (ลดสูงสุด 500 บาท)
2. Trip.com
- ทำไมถึงแนะนำ: เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ รองรับการตัดเงินผ่านบัตรเครดิตสากลได้ไม่มีสะดุด และหน้าตาแอปพลิเคชันใช้งานง่าย
- ราคาตั๋วเริ่มต้น:
- 1-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 456 หยวน / เด็ก 344 หยวน
- 1.5-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 678 หยวน / เด็ก 511 หยวน
- 2-Day Pass: ผู้ใหญ่ เริ่มต้นประมาณ 763 หยวน / เด็ก 578 หยวน
- โค้ดส่วนลด & โปรโมชัน:
- ลดทันที 5% สำหรับผู้ใช้งานใหม่ (New Users) เมื่อทำการกดจองตั๋วในหมวดสถานที่ท่องเที่ยวและทัวร์
3. KKday
- รายละเอียดตั๋วและราคา: มีจำหน่ายครบทั้งตั๋วเข้าสวนสนุกหลักและตั๋ว Universal Express Pass เพื่อใช้ลัดคิวเครื่องเล่น โดยราคาเริ่มต้นในช่วง Low Season จะอยู่ที่ประมาณ 418 หยวน
- โค้ดส่วนลด & โปรโมชัน:
- ผู้ใช้งานแอปพลิเคชันครั้งแรก พิมพ์โค้ด BLOG5OFF เพื่อรับส่วนลด 5%
- มักมีแคมเปญ Flash Sale หั่นราคาตามช่วงเทศกาล และทุกยอดใช้จ่ายสามารถสะสมเป็น KKday Points เพื่อใช้แทนเงินสดในการช้อปปิ้งทริปถัดไปได้
4. Traveloka
- รายละเอียดตั๋วและราคา: ราคาอิงตามระบบวันเข้าใช้งานของสวนสนุกเช่นเดียวกัน (ราคาเริ่มต้นสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 418 หยวน)
- ส่วนลด & โปรโมชัน:
- โดดเด่นด้วยการสะสม Traveloka Points จากการจอง เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนลดออนท็อปแทนเงินสดในครั้งต่อไป
- มักจะมีโค้ดส่วนลดพิเศษเฉพาะการกดจองผ่านแอปพลิเคชัน (App-exclusive) ปล่อยออกมาให้เก็บช่วงหน้าเทศกาลท่องเที่ยว
ราคาตั๋วและโปรโมชัน Universal Studios Hollywood จาก 4 แอปดัง
1. Trip.com
- รายละเอียดและราคาเริ่มต้น: เป็นแพลตฟอร์มที่ทำราคาตั๋วเข้า USH ออกมาได้ค่อนข้างดีเลย โดยราคาบัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นที่ประมาณ 95.52 ดอลลาร์สหรัฐ และเด็กเริ่มต้นที่ประมาณ 90.26 ดอลลาร์สหรัฐ
- ส่วนลด & โปรโมชัน: รับส่วนลด 5% ทันที สำหรับผู้ใช้งานใหม่ (New Users) ที่สมัครและทำการจองตั๋วในหมวดสถานที่ท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก
2. KKday
- รายละเอียดและราคาเริ่มต้น: มีตัวเลือกตั๋วให้กดจองครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นแบบ 1 วัน, 2 วัน, บัตร Universal Express ไปจนถึงแพ็กเกจทัวร์แบบ VIP Experience
- ส่วนลด & โปรโมชัน: ผู้ใช้งานที่กดจองผ่านแอปพลิเคชัน KKday เป็นครั้งแรก สามารถพิมพ์โค้ด BLOG5OFF เพื่อรับส่วนลด 5% ได้เลย
3. Klook
- รายละเอียดและราคาเริ่มต้น: มีตั๋วครบทั้ง 4 ประเภทเช่นเดียวกัน (ราคาหน้าแอปจะปรับอัตโนมัติตามค่าเงินบาทและวันที่เข้าใช้งาน)
- ส่วนลด & โปรโมชัน: * สำหรับผู้ใช้งานชาวไทยที่จองผ่านแอปพลิเคชันเป็นครั้งแรก พิมพ์โค้ด TH10APP รับส่วนลด 10% (สูงสุด 100 บาท)
- นอกจากนี้ Klook ยังขึ้นชื่อเรื่องการขยันปล่อยโค้ดส่วนลด On-top ประจำเดือนหรือช่วง Flash Sale ออกมาให้เก็บเรื่อยๆ น่าาา
4. Traveloka
- รายละเอียดและโปรโมชัน: แพลตฟอร์มนี้มีตั๋วเข้าสวนสนุก USH จำหน่ายตามระบบ Dynamic Pricing ของสวนสนุกเช่นกัน
- ส่วนลด & โปรโมชัน: จุดเด่นที่กินขาดคือการได้รับ Traveloka Points กลับมาทุกครั้งที่กดจอง ซึ่งคุณสามารถนำคะแนนสะสมเหล่านี้มาใช้เป็นส่วนลดเงินสด (On-top) ในการจองตั๋วหรือที่พักในครั้งถัดไปได้ทันที แถมยังมีแคมเปญแจกโค้ดพิเศษเฉพาะในแอป (App-exclusive) ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวด้วย
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
ราคาตั๋วและโปรโมชัน Universal Orlando Resort จาก 4 แอปดัง
1. Klook
- ราคาตั๋วเข้าสวนสนุก:
- ตั๋ว 1 วัน (Base): เข้า 1 สวนสนุก เริ่มต้นประมาณ 3,925 บาท
- ตั๋ว 1 วัน (Park-to-Park): เดินข้าม 2 สวนสนุกหลักได้ เริ่มต้นประมาณ 5,713 บาท
- ตั๋ว 1 วัน (Epic Universe): เข้าสวนสนุกโซนใหม่ เริ่มต้นประมาณ 5,048 บาท
- ตั๋วคอมโบสุดคุ้ม: เข้า 2 สวนสนุก 1 วัน + Epic Universe 1 วัน เริ่มต้น 10,141 บาท
- ตั๋วเหมา 14 วัน (Park-to-Park Adventure): เข้าได้ 3 สวนสนุกแบบจุกๆ เริ่มต้น 16,165 บาท
- ราคาบัตร Express Pass: แบบปกติลัดคิวได้ 1 ครั้ง เริ่มต้น 3,798 – 4,419 บาท / แบบ Unlimited ลัดคิวไม่อั้น เริ่มต้น 5,807 – 6,490 บาท
- ส่วนลด & โปรโมชัน:
- มีแจกโค้ดส่วนลด 15%
- ทีเด็ดความคุ้ม: ขอแนะนำ Klook Pass Orlando (เริ่มต้น 7,217 บาท) พาสเดียวเหมาเที่ยว Universal Studios และที่เที่ยวฮิตในออร์แลนโดรวมกว่า 17 แห่ง
2. Trip.com
- ราคาตั๋วเข้าสวนสนุก:
- ตั๋ว 1 วัน: ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 4,547.73 บาท / เด็ก เริ่มต้น 4,389.91 บาท
- ตั๋วครอบครัว (ผู้ใหญ่ 1 + เด็ก 1): เริ่มต้น 8,937.63 บาท
- ตั๋ว 1 วัน (Epic Universe): เริ่มต้น 5,757.37 บาท
- ตั๋วคอมโบ: 2 สวนสนุก 1 วัน + Epic Universe 1 วัน เริ่มต้น 11,359.23 บาท
- ตั๋ว 2 วัน (เลือกได้หลายแพ็กเกจ): ราคาแกว่งอยู่ที่ 6,338.47 – 10,407.85 บาท
- ราคาบัตร Express Pass: แบบปกติ เริ่มต้น 5,052.48 – 5,684.08 บาท / แบบ Unlimited เริ่มต้น 6,315.68 – 6,947.28 บาท
- ส่วนลด & โปรโมชัน: แพลตฟอร์มนี้จะมี ส่วนลดจองผ่าน Trip.com โดยระบบจะทำการหักลดราคาให้โดยตรงแบบอัตโนมัติในหน้าชำระเงินสำหรับบางแพ็กเกจ
3. Traveloka
- ราคาตั๋วเข้าสวนสนุก:
- ตั๋ว 1 วัน 1 สวนสนุก: ผู้ใหญ่ 5,901.50 บาท / เด็ก 5,824.10 บาท
- ตั๋ว 1 วัน (Epic Universe): ผู้ใหญ่ 7,301.60 บาท / เด็ก 7,244.60 บาท
- ตั๋ว 2 วัน 3 สวนสนุก (รวม Epic Universe 1 วัน): 14,301.40 บาท
- ราคาบัตร Express Pass: แบบปกติ (เข้า 2 สวนสนุก) ราคาประมาณ 10,401.10 – 11,583.80 บาท / แบบลัดคิว Epic Universe เริ่มต้น 11,800.90 บาท ส่วนบัตร Unlimited แยกตามสวนสนุกหลัก เริ่มต้น 8,960.90 – 9,777.90 บาท
- ส่วนลด & โปรโมชัน: เน้นความคุ้มค่าระยะยาวด้วยการแจก Traveloka Points คืนทุกยอดการจอง (เช่น ซื้อบัตร 1 วัน ได้รับ 1,475 Points ถ้าซื้อแพ็กเกจใหญ่รับจุกๆ 3,575 Points) เก็บไว้เป็นส่วนลดเงินสดออนท็อปในทริปต่อไปได้ทันที
4. KKday
- ราคาตั๋วเข้าสวนสนุก:
- ตั๋ว 1 วัน 1 สวนสนุก: ทำราคาเริ่มต้นได้ดีมาก อยู่ที่ 3,906 บาท
- ตั๋ว 1 วัน 2 สวนสนุก (Park Hopper): เริ่มต้น 5,700 บาท
- ตั๋ว 2 วัน 2 สวนสนุก (รวม Epic Universe): เริ่มต้น 8,197 บาท
- ตั๋ว 2 วัน 3 สวนสนุก (รวม Epic Universe): เริ่มต้น 10,118 บาท
- ราคาบัตร Express Pass: แบบปกติ เริ่มต้น 3,778 – 4,419 บาท / แบบ Unlimited เริ่มต้น 5,347 – 5,988 บาท
- ส่วนลด & โปรโมชัน: โปรโมชันตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย เมื่อมียอดจองครบทุกๆ 1,000 บาท รับส่วนลด 100 บาททันที ในหน้าชำระเงิน
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
ทริคเที่ยว Universal Studios ให้เก็บครบทุกไฮไลท์
ไม่ว่าคุณจะเลือกไปเช็คอินที่สาขาไหนทั่วโลก หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเก็บเครื่องเล่นได้ครบ ดูโชว์ได้เต็มอิ่ม โดยไม่ต้องยืนขาแข็งรอคิวนานๆ คือ การวางแผนและการจัดการเวลาที่ดี และนี่คือสุดยอดทริคฉบับอินไซด์ที่เราคัดมาแล้วว่าเวิร์ก นำไปปรับใช้ได้กับทุกสาขาแน่นอน!
1. กลยุทธ์ก่อนเดินทาง
- โหลดแอปพลิเคชันทางการของสวนสนุก: ไอเทมบังคับที่ “ห้ามพลาดเด็ดขาด” เพราะแอปจะเป็นแผนที่นำทางแบบเรียลไทม์ ช่วยบอกเวลารอคิวเครื่องเล่น ตารางการแสดง และที่สำคัญที่สุดคือใช้สำหรับกดรับคิวเข้าโซนยอดฮิต (Timed Entry eTickets) แบบฟรีๆ
- เลือกวันเที่ยวให้เป๊ะ: เลี่ยงไป Universal Studios วันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดยาว หรือช่วงปิดเทอม หากอยากเจอคนน้อยและคิวสั้น แนะนำให้วางแพลนไปเที่ยวช่วงกลางสัปดาห์ (วันอังคาร – วันพฤหัสบดี) จะเดินชิลที่สุด
- ซื้อตั๋วล่วงหน้าออนไลน์เสมอ: ลบความคิดที่จะไปซื้อตั๋วหน้าประตูปาร์คทิ้งไปได้เลย เพราะนอกจากจะเสียเวลายืนต่อคิวนานเป็นชั่วโมงแล้ว ในบางวันตั๋วอาจจะ Sold Out จนคุณอดเข้าสวนสนุกเลยก็ได้
2. กลยุทธ์การตื่นเช้า
- ไปถึงก่อนเวลาเปิด 1 – 1.5 ชั่วโมง: เวลาสวนสนุก Universal เปิด ก็จะได้เข้ากลุ่มแรก ๆ
- พุ่งตัวไปโซนไฮไลท์เป็นอันดับแรก: ทันทีที่ประตูเปิด ให้รีบสับขาไปยังโซนที่ฮิตที่สุดก่อนเลย เช่น Super Nintendo World หรือ Harry Potter หากคุณไปถึงเป็นกลุ่มแรกๆ คุณจะสามารถพุ่งเข้าโซนและเล่นเครื่องเล่นระดับท็อปได้เลยโดยแทบไม่ต้องรอคิว และไม่ต้องง้อใบจองเวลาเข้าโซน
3. กลยุทธ์ในสวนสนุกเพื่อลดเวลารอ
- เข้าแถว Single Rider ให้เป็นประโยชน์: หากไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องนั่งเครื่องเล่นติดกับเพื่อนหรือแฟน แนะนำให้แยกกันเข้าแถว Single Rider (สำหรับคนเล่นคนเดียว) ทริคนี้ช่วยร่นเวลารอคิวจาก 90 นาทีให้เหลือเพียง 5-15 นาทีได้
- สแกนตั๋วปุ๊บ กดรับ Area Timed Entry ปั๊บ: หากไปไม่ทันช่วงเช้าตรู่ และโซนฮิตเริ่มจำกัดจำนวนคนเข้า ให้รีบเปิดแอปพลิเคชันแล้วกดรับ “Area Timed Entry Ticket” ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านประตูสวนสนุกเข้ามา เพื่อล็อกเวลาเข้าโซนของคุณไว้แต่เนิ่นๆ
- เลี่ยงการทานอาหารช่วงพักเที่ยง: ร้านอาหารในสวนสนุกช่วงเที่ยงตรงคิวจะยาวเหยียด แนะนำให้ทานมื้อเช้าให้อิ่มท้องมาจากข้างนอก แล้วค่อยแวะทานมื้อกลางวันในสวนสนุกช่วงก่อน 11:30 น. หรือเลทไปหลัง 14:00 น. จะประหยัดเวลาไปได้เยอะ
- ใช้สิทธิ์ Child Switch สำหรับครอบครัว: หากไปกับเด็กเล็กที่ความสูงไม่ถึงเกณฑ์เล่นเครื่องเล่น คุณสามารถแจ้งพนักงานเพื่อใช้บริการ Child Switch (สลับกันดูแลเด็ก) โดยให้ผู้ใหญ่คนแรกรอคอยดูแลเด็กก่อน เมื่ออีกคนเล่นเสร็จ ก็สามารถสลับคิวกันเข้าไปเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องไปต่อคิวใหม่ตั้งแต่ต้น
4. กลยุทธ์ความคุ้มค่า
- ซื้อตั๋ว 1.5 วัน หรือ 2 วัน แทนการซื้อ Express Pass: ลองคำนวณราคาดูดีๆ การซื้อตั๋วแบบ 1.5 วัน หรือ 2 วัน อาจมีราคาถูกกว่าการซื้อตั๋ว 1 วันรวมกับบัตรลัดคิว วิธีนี้เหมาะกับสายชิล ช่วยให้เก็บไฮไลท์ได้ครบแบบไม่เหนื่อยหอบ และไม่ต้องวิ่งทำเวลา
- ช้อปปิ้งของฝากตอนก่อนกลับเท่านั้น: กฎเหล็กคืออย่าเพิ่งซื้อของที่ระลึกชิ้นใหญ่ตั้งแต่หัววัน เพราะจะกลายเป็นภาระในการเดินและถือขึ้นเครื่องเล่น ให้จดลิสต์ไว้แล้วมาไล่ซื้อช่วงค่ำก่อนสวนสนุกปิด เนื่องจากร้านของฝากโซนใกล้ประตูทางออกมักจะเปิดให้บริการลากยาวกว่าโซนเครื่องเล่น
บทส่งท้าย
การเดินทางไปเยือน Universal Studios ถือเป็นการลงทุนซื้อประสบการณ์และความสุขที่คุ้มค่าสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเลือกไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ระดับตำนานที่อเมริกา ตะลุยโลกอนิเมะและเวทมนตร์ที่ญี่ปุ่น หรือเน้นเดินทางชิลๆ ใกล้บ้านอย่างสิงคโปร์และปักกิ่ง สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบคือ “การวางแผนล่วงหน้า” และการเลือกซื้อตั๋วอย่างชาญฉลาดตามทริคที่เรานำมาฝากกันครับ
และเพื่อให้ทริปในฝันของคุณสนุกสุดเหวี่ยงแถมยังสบายกระเป๋า ก่อนตัดสินใจกดจ่ายเงินจองตั๋วทุกครั้ง อย่าลืมเข้ามาเปรียบเทียบราคา เช็คโปรโมชันอัปเดตล่าสุด และค้นหาคูปองส่วนลดเด็ดๆ จากทุกแพลตฟอร์มชั้นนำผ่าน iPrice Thailand ของเราน่า เรารวบรวมทุกโปรของ Universal Studios ไว้แล้ว รับรองว่าการสละเวลาเช็คข้อมูลเพิ่มอีกนิด จะช่วยเซฟงบให้คุณเหลือเงินไปช้อปปิ้งของฝากและเอนจอยกับของอร่อยในสวนสนุกได้อีกเพียบ!
เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อม ฟิตร่างกายให้เต็มร้อย แล้วไปลุยเก็บความทรงจำสุดมันส์ที่ Universal Studios กันได้เลย
