เชื่อว่าใครหลายคนคงมีความฝันในวัยเด็กที่อยากจะหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย และได้ไปเยือนดินแดนแห่งเวทมนตร์สักครั้งในชีวิต! ปัจจุบัน “สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ (Disneyland)” กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปเช็กอินกันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นสายครอบครัวที่พาลูก ๆ ไปเติมเต็มจินตนาการ คู่รักที่ไปสร้างความทรงจำสุดโรแมนติก หรือแก๊งเพื่อนที่ไปปลดปล่อยความสนุกแบบจัดเต็ม

แต่ก่อนที่จะแพ็คกระเป๋าออกเดินทาง หลายคนคงมีคำถามปราบเซียนในใจว่า สรุปแล้ว Disneyland มีกี่ที่ทั่วโลกกันแน่? หรือถ้าจะไปญี่ปุ่น Disneyland กับ DisneySea ต่างกันยังไง? ควรเลือกไปที่ไหนดี?
บล็อกนี้ iPrice Thailand ขออาสาเป็นไกด์ส่วนตัว รวบรวมทุกข้อมูลที่คุณต้องรู้แบบครบจบในที่เดียว! เราจะพาคุณไปหาคำตอบตั้งแต่การเลือกประเทศที่ใช่ (เจาะลึกพิกัดฮิตในเอเชียอย่าง Disneyland ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้ และโตเกียว) การเตรียมตัวก่อนเดินทาง การเดินทางไปดิสนีย์แลนด์สาขาต่าง ๆ กฎระเบียบข้อห้ามที่ควรรู้ ไอเดียแมตช์ชุดแต่งตัวให้เข้าธีม เอ็กซ์คลูซีฟดีล พร้อมอัปเดตลิสต์ของฝากดิสนีย์แลนด์ที่ห้ามพลาด
และไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับแฟน ๆ iPrice คือ ทริคเด็ดในการซื้อตั๋ว Disneyland ให้ได้ราคาคุ้มค่าที่สุด เพราะบทความนี้เราไม่ได้มาแค่ให้ข้อมูลแบบจัดเต็ม แต่เรายังขน โปรโมชัน โค้ดส่วนลด และดีลตั๋วสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มาเสิร์ฟให้คุณเซฟงบในกระเป๋าได้แบบจุก ๆ ทั้งจาก Klook, Traveloka, Trip.com, KKday และอีกมากมาย
เตรียมตัวให้พร้อม เก็บรวบรวมข้อมูล กดรับดีลเด็ด แล้วตามไปตะลุยโลกของดิสนีย์ด้วยกันกับ iPrice Thailand เลย!
เนื้อหาทั้งหมด
- Disneyland ทั่วโลกมีกี่ที่ อยู่ประเทศไหนบ้าง
- เจาะลึก 3 สาขาดิสนีย์แลนด์ในเอเชีย: เลือกไปไหนดี?
- ไปเที่ยว Disneyland วันไหนดี เทศกาลไหนโดน?
- การเดินทางไปเที่ยว Disneyland สาขาต่างๆ
- ซื้อตั๋ว Disneyland ที่ไหนถูกที่สุด
- กฎระเบียบ การเตรียมตัว และของฝากที่คุณควรรู้ก่อนไปเที่ยว Disneyland
Disneyland ทั่วโลกมีกี่ที่ อยู่ประเทศไหนบ้าง
สำหรับใครที่กำลังวางแผนสานฝันวัยเด็ก และมีคำถามปราบเซียนในใจว่า สรุปแล้วอาณาจักรดิสนีย์มีกี่สาขากันแน่? คำตอบคือ ปัจจุบัน Disneyland ตั้งอยู่บน 3 ทวีปทั่วโลก โดยแบ่งออกเป็น 6 รีสอร์ทหลัก ซึ่งครอบคลุมสวนสนุกทั้งหมดถึง 12 แห่ง เลย
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมและวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น เรามาเจาะลึกข้อมูลของทั้ง 6 ดินแดนเวทมนตร์นี้กันจ้าว่าแต่ละที่มีจุดเด่นอะไรบ้าง:
Disneyland Resort (แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา)

ต้นตำรับความขลัง! นี่คือ ดิสนีย์แลนด์แห่งแรกของโลก (เปิดให้บริการปี 1955) และเป็นแห่งเดียวที่สร้างขึ้นภายใต้การดูแลของ Walt Disney โดยตรง ประกอบด้วย 2 สวนสนุกคือ Disneyland Park (โซนคลาสสิกดั้งเดิม) และ Disney California Adventure Park (เน้นเครื่องเล่นหวาดเสียวตื่นเต้น)
Walt Disney World Resort (ฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา)

สาขานี้คือดิสนีย์แลนด์ที่ ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่กว่า 25,000 เอเคอร์ (ขนาดพอๆ กับเมืองซานฟรานซิสโกทั้งเมือง) ประกอบด้วย 4 สวนสนุกหลัก และ 2 สวนน้ำ แนะนำว่าต้องจัดทริปยาว 5-7 วันถึงจะเก็บเครื่องเล่นได้ครบ
Tokyo Disney Resort (โตเกียว, ญี่ปุ่น)

สวนสนุกดิสนีย์ แห่งแรกนอกสหรัฐฯ และแห่งแรกในเอเชีย (เปิดปี 1983) โดดเด่นด้วย 2 ปาร์คคือ Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea ซึ่งความพิเศษคือ DisneySea เป็นปาร์คธีมการสำรวจทางทะเลที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก
Disneyland Paris (ปารีส, ฝรั่งเศส)

ดิสนีย์แลนด์ แห่งเดียวในทวีปยุโรป (เปิดปี 1992) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความคลาสสิกของดิสนีย์เข้ากับความหรูหราสไตล์ยุโรป มี 2 สวนสนุกคือ Disneyland Park และ Walt Disney Studios Park
Hong Kong Disneyland Resort (ฮ่องกง)

เดินเที่ยวง่าย สบายขา สาขานี้มี ขนาดกะทัดรัดที่สุด (เปิดปี 2005) มี 1 สวนสนุกหลัก ทำให้เดินเที่ยวเก็บเครื่องเล่นได้ครบแบบชิลๆ ในวันเดียว
Shanghai Disney Resort (เซี่ยงไฮ้, จีน)

น้องใหม่สุดอลังการ! (เปิดตัวปี 2016) มี 1 สวนสนุกที่ผสมผสานเทคโนโลยีสุดล้ำเข้ากับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีน พร้อมไฮไลต์คือ ปราสาทดิสนีย์ที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลก
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยากสัมผัสความมหัศจรรย์แบบไม่ต้องทนบินข้ามทวีป ภูมิภาคเอเชียของเรามีดิสนีย์แลนด์ให้เลือกเช็กอินถึง 3 แห่ง ซึ่งล้วนเป็นสาขายอดฮิต เดินทางง่าย และมีเอกลักษณ์ที่ต้องไปตามเก็บให้ครบจ้า
1. ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland) – เที่ยวง่าย บินใกล้สุด เหมาะกับทุกวัย ใช้เวลาบินเพียง 2-3 ชั่วโมงก็ถึงโลกเวทมนตร์ ด้วยความที่ปาร์คมีขนาดกะทัดรัด ทำให้ไม่ต้องเดินไกลจนเหนื่อยเกินไป ตอบโจทย์มากสำหรับทริปครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ
- ไฮไลต์ห้ามพลาด: เครื่องเล่นเฉพาะที่หาเล่นที่อื่นไม่ได้อย่าง “Mystic Manor” คฤหาสน์พิศวงที่ใช้เทคโนโลยีไร้รางสุดล้ำ และ “Iron Man Experience” เครื่องเล่นธีมมาร์เวลแห่งแรกของเอเชีย
- อัปเดตความปัง: ปัจจุบันอลังการขึ้นกว่าเดิมด้วยโซน “World of Frozen” แห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลก เนรมิตอาณาจักรเอเรนเดลล์ของเอลซ่าและอันนามาให้คุณสัมผัสแบบจัดเต็ม!
2. โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (Tokyo Disney Resort) – ยอดฮิตตลอดกาล บริการยืนหนึ่ง จุดหมายปลายทางที่คนไทยรักมากที่สุด! ยืนหนึ่งเรื่องความสะอาด ใส่ใจรายละเอียด และบริการระดับมาตรฐานญี่ปุ่น (Omotenashi) ที่นี่มีให้เลือกเที่ยว 2 ปาร์ค 2 สไตล์:
- Tokyo Disneyland: ให้ฟีลคลาสสิก ถ่ายรูปกับปราสาทซินเดอเรลล่า และห้ามพลาดโซนโฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Enchanted Tale of Beauty and the Beast) ที่ใช้เทคโนโลยีหุ่นแอนิมาทรอนิกส์ไร้รางได้สมจริงสุดๆ
- Tokyo DisneySea: บรรยากาศโรแมนติกแบบยุโรป เครื่องเล่นมีความหวาดเสียว เอาใจวัยรุ่นและผู้ใหญ่มากกว่า
- อัปเดตความปัง: โซนใหม่สุดอลังการ “Fantasy Springs” (เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2024) รวบรวม 3 เทพนิยายดัง ได้แก่ Frozen, Tangled (ราพันเซล) และ Peter Pan พร้อมเครื่องเล่นล้ำสมัยและบรรยากาศตระการตา
3. เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland) – ล้ำสมัย ไฮเทค อลังการจัดเต็ม ใครที่ชอบความยิ่งใหญ่และเทคโนโลยีล้ำสมัย ต้องปักหมุดที่นี่! โดดเด่นด้วยปราสาท “Enchanted Storybook Castle” ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดและรวบรวมเจ้าหญิงดิสนีย์ไว้ครบทุกตัวละคร
- ไฮไลต์ห้ามพลาด: สัมผัสความเร็วสุดขีดกับรถไฟเหาะมอเตอร์ไซค์ “TRON Lightcycle Power Run” และล่องเรือชมการต่อสู้ใน “Pirates of the Caribbean” ที่ใช้เทคโนโลยีจอภาพยักษ์สุดล้ำจนได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องเล่นไพเรทส์ที่ดีที่สุดในโลก
- อัปเดตความปัง: ดินแดนใหม่ “Zootopia” พาคุณหลุดเข้าไปในมหานครของเหล่าสัตว์ พร้อมเครื่องเล่น Zootopia: Hot Pursuit ที่เสมือนเราได้นั่งรถตำรวจไล่ล่าผู้ร้ายไปกับจูดี้และนิค!
💡 iPrice Tips: สำหรับสายเที่ยวที่อยากเซฟงบ แนะนำให้มองหาคูปองส่วนลด หรือเปรียบเทียบราคาตั๋วผ่านแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ล่วงหน้า ยิ่งถ้าจองในช่วงแคมเปญโปรโมชัน จะช่วยประหยัดค่าเข้าสวนสนุกไปได้หลักร้อยถึงหลักพัน เก็บเงินส่วนต่างไปช้อปปิ้งของฝากดิสนีย์ได้อีกเพียบเลยน่าาา
เจาะลึก 3 สาขาดิสนีย์แลนด์ในเอเชีย: เลือกไปไหนดี?
การตัดสินใจเลือกว่าจะไป เที่ยวดิสนีย์แลนด์สาขาไหนในเอเชีย ระหว่าง ฮ่องกง โตเกียว หรือเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับหลายๆ คน เพราะสวนสนุกทั้ง 3 แห่งต่างก็มีเอกลักษณ์ จุดเด่น และคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
เพื่อช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น และเลือกจุดหมายปลายทางที่ตรงกับสไตล์การท่องเที่ยวของคุณมากที่สุด เราขอพาไปเจาะลึกรายละเอียดของดิสนีย์แลนด์แต่ละสาขาแบบจัดเต็ม จะมีไฮไลต์อะไรห้ามพลาดบ้าง ไปดูกันเลย
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland)
แม้ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ จะได้ชื่อว่าเป็นสวนสนุกดิสนีย์ที่เล็กที่สุดในโลก แต่นั่นกลับเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ที่นี่เดินเที่ยวง่าย ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป บรรยากาศภายในปาร์คมีความเป็นกันเอง โอบล้อมด้วยวิวภูเขาและทะเลที่สวยงาม ที่สำคัญคือบินจากไทยแป๊บเดียว เดินทางง่ายและเซฟงบประมาณได้ดีที่สุด

โซนไฮไลต์และเครื่องเล่นห้ามพลาด
- World of Frozen: โซนเปิดใหม่สุดอลังการที่เนรมิตอาณาจักรเอเรนเดลล์มาไว้ในโลกจริง ห้ามพลาดการล่องเรือสัมผัสเวทมนตร์ใน Frozen Ever After และนั่งรถไฟเหาะ Wandering Oaken’s Sliding Sleighs
- Mystic Manor: เครื่องเล่นดาร์กไรด์ที่มีเฉพาะที่ฮ่องกงเท่านั้น นั่งรถไฟไร้ราง (Trackless) ชมคฤหาสน์นักสะสมของแปลกที่ทุกอย่างมีชีวิตขึ้นมา
- Marvel Zone: สวรรค์ของแฟนซูเปอร์ฮีโร่ มาพร้อมเครื่องเล่น Iron Man Experience บินจำลองปกป้องเกาะฮ่องกง และช่วยกู้โลกใน Ant-Man and The Wasp: Nano Battle
- Big Grizzly Mountain Runaway Mine Cars: รถไฟเหาะตีลังกาตะลุยเหมืองสุดมันส์ ที่มีเซอร์ไพรส์วิ่งถอยหลังให้ได้หวาดเสียวกันเบาๆ



✨ โชว์ห้ามพลาด: โชว์พลุและแสงสีเสียงยามค่ำคืน “Momentous” หน้าปราสาท Castle of Magical Dreams ที่จัดเต็มทั้งพลุ เลเซอร์ และน้ำพุ เป็นโชว์เรียกน้ำตาที่สร้างความประทับใจได้ดีเยี่ยม รวมถึงโชว์บรอดเวย์มิวสิคัล “Mickey and the Wondrous Book”

🎯 เหมาะกับใคร: ครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ (เพราะเดินไม่ไกล), แฟนคลับ Marvel และคนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากเก็บความประทับใจให้ครบจบในวันเดียว
โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (Tokyo Disney Resort)
โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท คือสวนสนุกนอกอเมริกาแห่งแรกที่ได้รับความนิยมสูงลิ่วตลอดกาล โดดเด่นขั้นสุดในเรื่อง “บริการสไตล์ญี่ปุ่น” ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ความสะอาด และความเป็นระเบียบ (แม้คนจะเยอะแต่ก็ไม่รู้สึกอึดอัด) ที่นี่แบ่งออกเป็น 2 สวนสนุก 2 สไตล์ ซึ่งต้องซื้อตั๋วแยกกัน

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)
ให้ความรู้สึกคลาสสิก อิงคาแรกเตอร์เจ้าหญิงและตัวละครดั้งเดิมแบบฉบับดิสนีย์
- ไฮไลต์: เครื่องเล่น Enchanted Tale of Beauty and the Beast ที่มีเฉพาะโตเกียว เป็นรถถ้วยชาไร้รางที่สมูทและทำโปรดักชันได้สมจริงจนเหมือนหลุดเข้าไปในแอนิเมชัน และ Pooh’s Hunny Hunt ที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม
- โชว์ห้ามพลาด: ขบวนพาเหรดกลางคืน Tokyo Disneyland Electrical Parade Dreamlights ที่จัดเต็มแสงสีสุดตระการตา

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea)
มีที่นี่ที่เดียวในโลก! ตกแต่งในธีมการสำรวจทางทะเลและท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียน บรรยากาศมีความเป็นผู้ใหญ่ โรแมนติก และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่าย
- ไฮไลต์: โซนใหม่ล่าสุด Fantasy Springs (เปิดตัว มิ.ย. 2024) รวม 3 เรื่องดัง Frozen, Tangled และ Peter Pan ส่วนเครื่องเล่นยอดฮิตแนวหวาดเสียวต้องยกให้ Journey to the Center of the Earth, Tower of Terror และ Soaring: Fantastic Flight

🎯 เหมาะกับใคร:
- Disneyland: เหมาะกับคนที่ชอบความคลาสสิก อินกับเทพนิยาย และโปรดักชันอลังการ
- DisneySea: เหมาะกับวัยรุ่น ผู้ใหญ่ คู่รัก ที่มองหาความหวาดเสียว บรรยากาศสุดโรแมนติก และงานตกแต่งที่สมจริงทุกกระเบียดนิ้ว
เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)
เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ คือสวนสนุกสาขาที่ใหม่และใหญ่ที่สุดในเอเชีย มาภายใต้คอนเซปต์ “Authentically Disney, distinctly Chinese” ทุกอย่างที่นี่สร้างในสเกลระดับเมกะโปรเจกต์ รวมถึงปราสาท Enchanted Storybook Castle ที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก แถมยังเป็นปราสาทที่รวมเจ้าหญิงดิสนีย์ทุกองค์ไว้ด้วยกัน (สาขานี้เตรียมฟิตร่างกายสำหรับการเดินเยอะๆ ไว้ได้เลยทุกคน)

โซนไฮไลต์และเครื่องเล่นห้ามพลาด
- Zootopia: โซนใหม่ล่าสุดที่เนรมิตมหานครสัตว์มาไว้ในโลกจริง พร้อมเครื่องเล่นไร้รางสุดล้ำ Zootopia: Hot Pursuit ที่จำลองการนั่งรถตำรวจไล่ล่าผู้ร้ายแบบแนบเนียน
- TRON Lightcycle Power Run: รถไฟเหาะมอเตอร์ไซค์แห่งอนาคต ที่ให้คุณพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง เป็นลิสต์เครื่องเล่นที่สายระทึกขวัญห้ามพลาดเด็ดขาด
- Pirates of the Caribbean: Battle for the Sunken Treasure: ลบภาพการล่องเรือโจรสลัดแบบเดิมๆ ทิ้งไป! เพราะที่นี่คือเครื่องเล่นไพเรทส์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็ก จอยักษ์ และสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนดำดิ่งลงใต้ทะเลลึกจริงๆ



📌 ข้อควรรู้: ระบบตั๋วของเซี่ยงไฮ้จะใช้ราคาแบบ Variable Pricing (แบ่งราคาตั๋วตามปริมาณนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน) และมีการตรวจพาสปอร์ตยืนยันตัวตนอย่างเข้มงวดก่อนเข้าสวนสนุก
🎯 เหมาะกับใคร: วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ สายชอบลองของใหม่ ผู้ที่รักเทคโนโลยี เครื่องเล่นหวาดเสียว และต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการระดับโลก
ไปเที่ยว Disneyland วันไหนดี เทศกาลไหนโดน?
การตัดสินใจเลือกว่าจะไป เที่ยวดิสนีย์แลนด์วันไหนดี หรือจะไปช่วงเทศกาลไหน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าทริปในฝันของคุณจะราบรื่น ได้เก็บเครื่องเล่นฮิตครบ หรือจะต้องเสียเวลาไปกับการยืนต่อคิวยาวเหยียดอย่างเหน็ดเหนื่อย ไกด์ด้านล่างเรารวมวันที่ควรไปและควรหลีกเลี่ยงให้แล้ว
วันที่ควรไปมากที่สุด: อังคาร, พุธ และพฤหัสบดี
ถือเป็น 3 วันที่ดีที่สุดในการไปเยือนดิสนีย์แลนด์ทุกสาขาทั่วโลก เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวจะเบาบางที่สุด ทำให้คุณประหยัดเวลาต่อคิวไปได้มหาศาล
วันที่ควรหลีกเลี่ยง คือ เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ นอกจากนี้วันจันทร์และวันศุกร์ ก็มักจะพลุกพล่านกว่าที่คิด เนื่องจากมักเป็นวันหยุดยาวของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่วันจันทร์มักจะเป็นวันหยุดชดเชยกิจกรรมโรงเรียน
เดือนไหนน่าเที่ยว อากาศดี คนไม่แน่น?
- กลาง ม.ค. – ก.พ.: เป็นช่วงที่คนน้อยที่สุดของปี (หลังจากหมดช่วงหยุดยาวปีใหม่) อากาศจะหนาวเย็นจับใจ เหมาะกับการใส่โค้ดแต่งตัวจัดเต็ม แต่อาจต้องแลกมากับการที่สวนสนุก Disneyland ปิดเร็วขึ้น หรือมีเครื่องเล่นบางชิ้นปิดซ่อมบำรุง
- กลาง เม.ย. – พ.ค. (หลังจบ Golden Week): เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเย็นสบายกำลังดี หากไปญี่ปุ่นก็อาจจะได้ชมซากุระด้วย และปริมาณนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นจนเกินไป ส่วนที่ฮ่องกง ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมก็ถือเป็นช่วงที่อากาศดีและคนน้อยเช่นกัน
- ก.ย. – ต้น ธ.ค.: อากาศเริ่มกลับมาเย็นสบาย และเป็นช่วงรอยต่อของเทศกาลสุดฮิตอย่างฮาโลวีนและคริสต์มาส หากจัดสรรเวลาดีๆ แนะนำช่วง กลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม (ก่อนเข้าสัปดาห์คริสต์มาส) จะเป็นจุดสมดุลที่ลงตัวที่สุด ทั้งอากาศดี คนไม่ล้น และได้ชมการตกแต่งไฟอย่างสวยงาม
ช่วงไหนไม่ควรไป Disneyland
- Golden Week และ ตรุษจีน (Lunar New Year): ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม และสัปดาห์วันหยุดตรุษจีน คือช่วงที่ดิสนีย์แลนด์สาขาเอเชีย (โตเกียว ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้) คนล้นหลามมาก ๆ คิวอาจยาวทะลุ 2-3 ชั่วโมงต่อเครื่องเล่น
- ปิดเทอมช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring Break): ช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เป็นช่วงที่เด็กนักเรียนปิดเทอม ทำให้มีปริมาณครอบครัวและวัยรุ่นเยอะเป็นพิเศษ
- กรกฎาคมถึงสิงหาคม นอกจากคนจะเยอะทั่วโลกแล้ว สำหรับเอเชียยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ทั้งร้อนจัด ชื้นจัด และเสี่ยงเจอพายุไต้ฝุ่น ซึ่งอาจทำให้หมดสนุกได้
- ปลายเดือนธันวาคมถึงต้นสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม เป็นช่วงที่พีคที่สุด คนแน่นที่สุด และตั๋วมีราคาแพงที่สุดในรอบปี (ระบบ Tier ราคาสูงสุด)
ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองระดับโลกที่คุณต้องกาปฏิทินรอ! เตรียมพบกับพาเหรดใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพื่อฉลอง 20 ปี ‘ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์’ หรือจะบินไปอินกับ ‘โตเกียวดิสนีย์ซี’ ที่จัดเต็มธีมครบรอบ 25 ปีลากยาวข้ามปี และสำหรับสายบินไกล สาขาต้นตำรับอย่างแคลิฟอร์เนียก็เตรียมฉลองครบรอบ 70 ปีอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน
การเดินทางไปเที่ยว Disneyland สาขาต่างๆ
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland)
เริ่มต้นกันที่สาขาที่เดินทางง่ายและใช้เวลาบินสั้นที่สุดเพียง 2.45 – 3 ชั่วโมงจากไทย ตัวสวนสนุกตั้งอยู่บนเกาะลันเตา (Lantau Island) ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาติฮ่องกง (HKG) มากๆ มีสายการบินจากไทยให้บริการหลากหลาย
การเดินทางจากสนามบินฮ่องกง
- แท็กซี่ (เร็วและสะดวกที่สุด): ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ค่าโดยสารประมาณ 150-180 HKD สามารถเรียกได้ทั้งแท็กซี่สีน้ำเงิน (Lantau), สีแดง (Urban) หรือสีเขียว (New Territories) ตอบโจทย์มากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือสัมภาระเยอะ
- รถไฟ MTR (รวดเร็ว คุมเวลาได้): นั่ง Airport Express จากสนามบินไปลงสถานี Tsing Yi ➔ เปลี่ยนไปสายสีส้ม (Tung Chung Line) ลงสถานี Sunny Bay ➔ ต่อสายสีชมพู (Disneyland Resort Line) เข้าสวนสนุก ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสารราว 80 HKD
- รถบัส (สายประหยัดที่สุด): นั่งรถบัสสาย S1 จากสนามบินมาลงสถานี MTR Tung Chung ➔ นั่งสายสีส้มไปลง Sunny Bay ➔ ต่อสายสีชมพูเข้าสวนสนุก ใช้เวลาประมาณ 60 นาที แต่ค่าโดยสารประหยัดมากเพียง 20 HKD
การเดินทางจากตัวเมืองฮ่องกง
วิธีที่คลาสสิกและสะดวกที่สุดคือ รถไฟ MTR ให้คุณตั้งเข็มทิศมาลงที่สถานี Sunny Bay เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นขบวนพิเศษสายสีชมพู (Disneyland Resort Line) ที่ตกแต่งหน้าต่างและห่วงจับเป็นรูปมิกกี้เมาส์

ตัวอย่าง: หากมาจากย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ให้นั่งสายสีแดงลงสถานี Lai King ➔ เปลี่ยนเป็นสายสีส้มลง Sunny Bay ➔ ต่อสายสีชมพู ใช้เวลาเบ็ดเสร็จประมาณ 30-40 นาที
โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (Tokyo Disney Resort)
ขยับมาที่ญี่ปุ่น สวนสนุกตั้งอยู่ในเมืองอุรายาสุ จังหวัดชิบะ (Urayasu, Chiba) คุณสามารถเลือกบินจากไทยมาลงได้ทั้งสนามบินนาริตะ (NRT) และฮาเนดะ (HND)
การเดินทางจากสนามบิน
วิธีที่ยิงยาวม้วนเดียวจบคือการใช้บริการ Airport Limousine Bus วิ่งตรงจากสนามบินไปยังพื้นที่รีสอร์ทและโรงแรมดิสนีย์
- จากสนามบินฮาเนดะ: ใช้เวลาประมาณ 50 นาที
- จากสนามบินนาริตะ: ใช้เวลาประมาณ 80 นาที
การเดินทางจากตัวเมืองโตเกียว

- รถไฟ (สะดวกที่สุด): นั่งรถไฟ JR สาย Keiyo Line หรือ Musashino Line มาลงที่สถานี Maihama หากคุณเริ่มจากสถานี Tokyo จะใช้เวลาเดินทางเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น
- รถบัส: มีบริการรถบัสรับส่ง (Shuttle Bus/Shared Transfer) วิ่งตรงจากย่านฮิต เช่น ชินจูกุ (Shinjuku), อุเอโนะ (Ueno), อาซากุสะ (Asakusa) และกินซ่า (Ginza) ตรงเข้าสวนสนุกเลย เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเดินเปลี่ยนสายรถไฟให้วุ่นวาย
การเดินทางภายในพื้นที่รีสอร์ท
เมื่อถึงสถานี Maihama คุณสามารถเดินเท้าเข้า Tokyo Disneyland ได้เลย (ราว 7 นาที) แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือ Tokyo DisneySea หรือโรงแรมอื่นๆ แนะนำให้ขึ้นรถไฟโมโนเรล Disney Resort Line ที่วิ่งวนรอบรีสอร์ท มี 4 สถานีหลัก ได้แก่ Resort Gateway Station, Tokyo Disneyland Station, Bayside Station และ Tokyo DisneySea Station (ค่าโดยสาร: ผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 150 เยน)
เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)
สาขาที่ใหญ่และอลังการที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ในเขตผู่ตง (Pudong New District) ใกล้สนามบินนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง (PVG) มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ, เชียงใหม่ และภูเก็ตให้บริการ
การเดินทางไปยังสวนสนุก

- รถไฟใต้ดิน (Shanghai Metro): วิธีฮิตและสะดวกที่สุด นั่งรถไฟใต้ดิน สาย 11 (Line 11) มาลงที่สถานี Disney Resort เดินออกจากสถานีเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงประตูทางเข้าและ Disneytown
- รถไฟสาย Airport Link Line: เส้นทางใหม่เอี่ยม (เปิด ธ.ค. 2024) สามารถนั่งมาลงที่สถานี Shanghai International Resort ได้เลย
- แท็กซี่และรถบัส: มีบริการรถบัสท้องถิ่นและแท็กซี่วิ่งรับส่งจากพื้นที่รอบๆ ตรงไปยังสวนสนุกเพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติม
ดิสนีย์แลนด์สาขาปารีส และ แคลิฟอร์เนีย
สำหรับใครที่อยากบินข้ามทวีปไปเก็บสาขาออริจินัลหรือสาขายุโรป การเดินทางก็ครอบคลุมและสะดวกสบายมาก
Disneyland Paris (ฝรั่งเศส): สวนสนุกอยู่ห่างจากใจกลางปารีสราว 30 กม.

- จากตัวเมือง: นั่งรถไฟ RER A ไปลงสถานี Marne-la-Vallée–Chessy (โซน 5) ใช้เวลา 35-45 นาที ค่าตั๋วราว 5-7 ยูโร
- จากสนามบิน CDG: นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV ยิงตรงมายังสวนสนุกได้เลย ใช้เวลาแค่ 10 นาที
Disneyland Resort California (สหรัฐอเมริกา): ต้นตำรับแห่งแรกของโลก ตั้งอยู่ในเมือง Anaheim
- การเดินทางจากไทยต้องบินไปลงที่สนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX) ซึ่งอยู่ห่างจากรีสอร์ทประมาณ 40 ไมล์
- หากเป็นไปได้ การเลือกลงที่สนามบิน John Wayne (SNA) จะประหยัดเวลาเดินทางบนถนนได้มากกว่า เพราะอยู่ใกล้ตัวรีสอร์ทมากกว่า
ซื้อตั๋ว Disneyland ที่ไหนถูกที่สุด
- Disneyland Resort California (สหรัฐอเมริกา)
- Walt Disney World Resort (สหรัฐอเมริกา)
- Tokyo Disney Resort (ญี่ปุ่น)
- Disneyland Paris (ฝรั่งเศส)
- Hong Kong Disneyland (ฮ่องกง)
- Shanghai Disneyland (จีน)
Disneyland Resort California (สหรัฐอเมริกา)
เปรียบเทียบ 4 แพลตฟอร์มจองตั๋ว Disneyland Resort California
1. Trip.com
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋ว 1 วัน (1-Park), Park Hopper (เข้า 2 ปาร์คในวันเดียว) และตั๋วพ่วงบัตรผ่านด่วน (Lightning Lane Multi Pass)
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 3,344 บาท (สำหรับตั๋ว 1 วัน 1 ปาร์ค)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- สามารถใช้ Trip Coins ที่สะสมไว้แลกเป็นส่วนลดออนท็อปตอนชำระเงินได้
- มีโค้ดส่วนลดสำหรับผู้ใช้ใหม่และแคมเปญร่วมกับบัตรเครดิตต่างๆ สับเปลี่ยนมาให้ใช้ตลอด
2. Klook
- รูปแบบตั๋ว: หลากหลายมาก มีตั้งแต่ตั๋ว 1-3 วัน (1-Park และ Park Hopper), ตั๋วพ่วง Lightning Lane และแพ็กเกจพิเศษสำหรับเด็กช่วงซัมเมอร์
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 3,348 บาท (สำหรับตั๋ว 1 วัน)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มีหน้าโปรโมชันมอบส่วนลดสูงสุด 750 บาท
- ผู้ใช้แอปพลิเคชันครั้งแรก ใส่โค้ด NEW5OFF26 รับส่วนลด 5%
- 💡 ทริคเพิ่มเติม: Klook มีบัตร Klook Pass Los Angeles ที่มัดรวมตั๋วดิสนีย์แลนด์กับสถานที่ท่องเที่ยวใน LA อีกกว่า 24 แห่ง ซึ่งช่วยประหยัดค่าเข้าชมรวมได้คุ้มค่ามาก
3. Traveloka
- รูปแบบตั๋ว: เน้นขายแบบแพ็กเกจรวมจบในตัว เช่น บัตรเข้า 1-3 วัน, Park Hopper และแพ็กเกจพ่วง Lightning Lane Multi Pass
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 7,749 บาท (ข้อควรรู้: สาเหตุที่ราคาสูงกว่าเว็บอื่น เพราะนี่คือราคาของแพ็กเกจที่มัดรวมตั๋ว Park Hopper + Lightning Lane ไว้แล้ว)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- โดดเด่นที่มีแคมเปญแจกโค้ดโปรโมชันลดสูงสุดถึง 25% ในบางช่วงเวลา ซึ่งเหมาะมากกับการนำมาลดตั๋วแบบแพ็กเกจที่มีราคาสูง
4. KKday
- รูปแบบตั๋ว: ตั๋ว 1-2 วัน (1-Park หรือ Park Hopper), ตั๋วพ่วง Lightning Lane และมีตั๋วราคาพิเศษสำหรับเด็ก (Kids Summer Offer)
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 3,388 บาท (สำหรับตั๋ว 1 วัน 1 ปาร์ค)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- ซื้อครบ 1,000 บาท ลดทันที 100 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 7%* (สูงสุด 800 บาท) เมื่อซื้อขั้นต่ำ 6,000 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 5%* (สูงสุด 500 บาท) เมื่อซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท
- โค้ด NEW5OFF26 ลด 5% สำหรับการจองผ่านแอปพลิเคชัน
*โค้ดส่วนลดสามารถหาได้จากครีเอเตอร์ที่คุณติดตาม
สรุปคำแนะนำ: ควรเลือกซื้อตั๋ว Disneyland Resort California ผ่านแพลตฟอร์มไหนดี?
- หากเน้นซื้อตั๋วใบเดียว และต้องการราคาตั้งต้นถูกที่สุด: แนะนำให้เลือก Trip.com หรือ Klook เพราะมีราคาเริ่มต้นที่ใกล้เคียงกันและถูกที่สุด (ประมาณ 3,34X บาท)
- หากไปกันหลายคน ซื้อหลายใบ หรือมียอดซื้อรวมสูง: แนะนำให้จองผ่าน KKday (ใช้โค้ดลด 7% เพื่อเป็นส่วนลดสูงสุดถึง 800 บาท) หรือรอจังหวะใช้โค้ดลด 25% จาก Traveloka จะทำให้ราคาหารเฉลี่ยต่อคนออกมาคุ้มค่าที่สุด
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
Walt Disney World Resort (สหรัฐอเมริกา)
เปรียบเทียบ 4 แพลตฟอร์มจองตั๋ว Walt Disney World Resort
1. Trip.com
- รูปแบบตั๋ว: แยกราคาตั๋ว 1 วันตามสวนสนุกชัดเจน (เช่น Animal Kingdom, Hollywood Studios, EPCOT), มีตั๋วสวนน้ำ , ตั๋วเหมาหลายวัน (เช่น 10 วัน) , และตั๋ว Disney After Hours
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋วสวนน้ำ 1 วัน เริ่มต้น 2,565 บาท / ตั๋ว 1 วัน (EPCOT เด็ก) เริ่มต้น 6,050 บาท / ตั๋ว 1 วัน (Animal Kingdom) เริ่มต้น 6,187 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มีโค้ดส่วนลด 10% พิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ เมื่อจองในหมวดทัวร์และตั๋วท่องเที่ยว
2. Klook
- รูปแบบตั๋ว: มีแพ็กเกจให้เลือกครอบคลุมที่สุด ตั้งแต่ตั๋ว 1 วัน , ตั๋ว 2-4 วัน , ตั๋ว 5-10 วัน , บัตรพิเศษ 4 Park Magic (เข้า 4 สวนสนุกใน 4 วัน) , และตั๋วกิจกรรมพิเศษ Disney After Hours
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน เริ่มต้นประมาณ 4,827 บาท / ตั๋ว 2 วัน เริ่มต้น 8,815 บาท / บัตร 4 Park Magic เริ่มต้น 13,806 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
- ไฮไลต์: แพ็กเกจจำกัดเวลา “4 Park Magic” มอบส่วนลดสูงสุดถึง 20% (แบบรวมสวนน้ำ) และลด 19% (แบบปกติ)
- 💡 ทริคเพิ่มเติม: มีขาย Klook Pass Orlando (เริ่มต้น 7,989 บาท) ที่มัดรวมตั๋วดิสนีย์เวิลด์เข้ากับสถานที่ท่องเที่ยวในออร์แลนโดอีก 17 แห่ง
3. Traveloka
- รูปแบบตั๋ว: แยกตั๋ว 1 วันตามสวนสนุกชัดเจน (เช่น Animal Kingdom, Hollywood Studios), ตั๋วสวนน้ำ, ตั๋วกิจกรรมพิเศษ (Disney After Hours) และตั๋วเหมาหลายวันที่ยืดหยุ่นไม่ต้องใช้ติดกัน (เช่น ตั๋ว 5 วัน ใช้ได้ภายใน 8 วัน)
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋วสวนน้ำ 1 วัน เริ่มต้น 2,217 บาท / ตั๋ว 1 วัน (Animal Kingdom) เริ่มต้น 6,187 บาท / ตั๋วเหมา 10 วัน เริ่มต้น 29,278 บาท (ลดจากป้าย 30,965 บาท)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มีราคาพิเศษ Top Picks หั่นราคาจากปกติให้เห็นชัดเจนในแพ็กเกจหลัก
- ทุกการจองได้รับ Traveloka Points (สูงสุด 7,741 แต้ม) สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดออนท็อปสำหรับจองที่พักหรือตั๋วเครื่องบินต่อได้ทันที
4. KKday
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋วตั้งแต่ 1 วันจนถึงหลายวัน โดยแบ่งประเภทชัดเจน: Base (1 ปาร์ค/วัน) , Park Hopper (หลายปาร์ค/วัน) , Water Park and Sports, และ Park Hopper Plus
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน (เลือก 1 ปาร์ค) เริ่มต้นที่ประมาณ 4,257 บาท (ตั๋วสวนน้ำเริ่มต้น 2,221 บาท )
- โปรโมชันและส่วนลด:
- ใช้จ่ายครบ 1,000 บาท รับส่วนลด 100 บาท ทันที
- โค้ดลดเพิ่ม 7%* (สูงสุด 800 บาท) เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 6,000 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 5%* (สูงสุด 500 บาท) เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 2,000 บาท
*โค้ดส่วนลดสามารถหาได้จากครีเอเตอร์ที่คุณติดตาม
สรุปคำแนะนำ: ควรเลือกซื้อตั๋ว Walt Disney World Resort ผ่านแพลตฟอร์มไหนดี?
- สายเที่ยวจัดเต็ม & ไปเป็นแก๊ง (เน้น Klook และ KKday): เลือก Klook หากต้องการแพ็กเกจเหมา 4 วันสุดคุ้มอย่าง “4 Park Magic” (รับส่วนลดสูงสุด 20%) หรือเลือก KKday หากยอดรวมค่าตั๋วทั้งกรุ๊ปเกิน 6,000 บาท เพื่อใช้โค้ดลดออนท็อป 7% ซึ่งจะช่วยประหยัดงบไปได้สูงสุดถึง 800 บาท
- สายเจาะจงปาร์ค & รอจังหวะโปรแรง (เน้น Trip.com และ Traveloka): เลือก Trip.com หากต้องการเลือกซื้อตั๋วแยกตามปาร์คอย่างชัดเจน (พร้อมรับสิทธิ์ส่วนลดผู้ใช้ใหม่ 10%) หรือเลือก Traveloka หากทริปยังอีกไกลและรอจังหวะเก็บคูปองแคมเปญใหญ่ที่มักจะลดให้สูงสุดถึง 25% ได้
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
Tokyo Disney Resort (ญี่ปุ่น)
ปัจจุบัน โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท จำหน่ายเฉพาะตั๋วแบบ 1 วัน (1-Day Passport) เท่านั้น ไม่มีตั๋วแบบเข้าหลายวัน (Multi-day) หรือตั๋วข้ามปาร์ค (Park Hopper)
เปรียบเทียบ 4 แพลตฟอร์มจองตั๋ว Tokyo Disney Resort
1. Trip.com
- รูปแบบตั๋ว: 1-Day Passport แยกราคาตามช่วงวัย (ผู้ใหญ่ ~1,866 บ. / นักเรียน ~1,545 บ. / เด็ก ~1,110 บ.)
- จุดเด่น: มีแพ็กเกจซื้อตั๋วแล้ว แถมฟรี eSIM 1GB ไว้ใช้เน็ตในญี่ปุ่นได้เลย
- โปรโมชันและส่วนลด: ผู้ใช้ใหม่รับส่วนลด 5% ในหมวดตั๋วท่องเที่ยว และสามารถใช้ Trip Coins แลกเป็นส่วนลดออนท็อปได้อีก
2. Klook
- รูปแบบตั๋ว: 1-Day Passport ได้ตั๋ว QR Code สแกนเข้าได้เลย
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,875 บาท
- จุดเด่น: มักมีแพ็กเกจแถมคูปองส่วนลดรถไฟ Shinkansen หรือพาสเดินทางในโตเกียว
- โปรโมชันและส่วนลด: ปกติตั๋วโตเกียวดิสนีย์จะ ไม่ร่วม กับโค้ดลดทั่วไป แต่ Klook มักจัดแคมเปญร่วมกับบัตรเครดิต (เช่น TTB Disney) ออกโปร 1 แถม 1 หรือ 2 แถม 1 ซึ่งหั่นราคาลงไปได้ถึง 50% คุ้มที่สุดในตลาด (ต้องรอติดตามช่วงแคมเปญ)
3. Traveloka
- รูปแบบตั๋ว: 1-Day Passport
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,916 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มีแคมเปญแจกโค้ดส่วนลดบนเว็บลดสูงสุด 25%
- โปรบัตรเครดิตพาร์ทเนอร์ (เช่น ลด $50 สำหรับบัตร Citibank) หรือโค้ดส่วนลดสำหรับลูกค้าใหม่จองครั้งแรก
4. KKday
- รูปแบบตั๋ว: 1-Day Passport ได้ E-Ticket สแกน QR Code เข้าได้เลย
- ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,880 บาท
- จุดเด่น: ยืดหยุ่นสุด! บางแพ็กเกจมีนโยบายให้ ยกเลิกการจองได้ฟรี หากยกเลิกล่วงหน้า 15 วัน
- โปรโมชันและส่วนลด:
- โค้ดลดเพิ่ม 7%* (สูงสุด 800 บาท) เมื่อซื้อครบ 6,000 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 5%* (สูงสุด 500 บาท) เมื่อซื้อครบ 2,000 บาท
*โค้ดส่วนลดสามารถหาได้จากครีเอเตอร์ที่คุณติดตาม
สรุปคำแนะนำ: ควรเลือกซื้อตั๋ว Tokyo Disney Resort ผ่านแพลตฟอร์มไหนดี?
- ไปหลายคน ยอดเกิน 6,000 บาท: ไป KKday แล้วใส่โค้ดลด 7% คุ้มและได้ส่วนลด
- มีบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (เช่น TTB): เฝ้าแอป Klook ไว้ให้ดี ถ้ารอจังหวะโปร 1 แถม 1 ได้ จะไม่มีที่ไหนถูกกว่านี้แล้ว
- อยากประหยัดค่าซิมการ์ด: ไป Trip.com กดแพ็กเกจที่แถม eSIM 1GB ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
Disneyland Paris (ฝรั่งเศส)
เปรียบเทียบ 4 แพลตฟอร์มจองตั๋ว Disneyland Paris
1. Trip.com
- รูปแบบตั๋ว: ครอบคลุมตั๋ว 1-2 วัน, ตั๋วแบบไม่ระบุวัน (Open ticket อายุ 1 ปี) และตั๋วพ่วงสิทธิ์ลัดคิว
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน 1 ปาร์ค เริ่มต้นประมาณ 2,817 บาท
- ไฮไลต์: มีแพ็กเกจเน้นความสะดวกในการเดินทาง เช่น พ่วงตั๋วรถไฟ RER ไป-กลับ, พ่วงรถบัสรับ-ส่งจากปารีส หรือแพ็กเกจรวมส่วนลด 10% สำหรับขาช้อปที่ Shopping Village
- โปรโมชัน: ส่วนลด 10% พิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ (หมวดทัวร์และตั๋วท่องเที่ยว) และสามารถใช้ Trip Coins แลกเป็นส่วนลดออนท็อปได้
2. Klook
- รูปแบบตั๋ว: มีตั้งแต่ 1-4 วัน (เข้า 1 หรือ 2 ปาร์ค), เลือกได้ทั้งแบบระบุวัน/ไม่ระบุวัน และตั๋วพ่วงสิทธิ์ลัดคิว Disney Premier Access Ultimate
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน 1 ปาร์ค เริ่มต้นถูกที่สุดที่ประมาณ 1,953 บาท (หากเข้า 2 ปาร์ค เริ่มต้น 3,268 บาท)
- ไฮไลต์: มีบัตร Klook Pass Paris ซึ่งมัดรวมตั๋วดิสนีย์แลนด์เข้ากับสถานที่ท่องเที่ยวดังในปารีสอีกกว่า 26 แห่ง (เช่น พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์, พระราชวังแวร์ซายส์) ซื้อใบเดียวคุ้มสุดๆ
- โปรโมชัน: แจกโค้ดส่วนลด 10 USD (ประมาณ 326 บาท) บนหน้าเว็บไซต์สำหรับแพ็กเกจตั๋วดิสนีย์แลนด์
3. Traveloka
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋วแบบ 1-3 วัน (เข้า 1 หรือ 2 ปาร์ค) และตั๋วพ่วงสิทธิ์ลัดคิว Disney Premier Access Ultimate
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน 1 ปาร์ค เริ่มต้นประมาณ 4,322 บาท
- โปรโมชัน: มีคูปองส่วนลดสูงสุดถึง 12% ในหมวดหมู่ตั๋วท่องเที่ยว (แนะนำให้ใช้ช่วงที่มีแคมเปญใหญ่)
4. KKday
- รูปแบบตั๋ว: มีตั้งแต่ 1-4 วัน (เข้า 1 หรือ 2 ปาร์ค), ตั๋วพ่วงสิทธิ์ลัดคิว และจุดเด่นคือ ยกเลิกการจองได้ฟรี หากทำรายการล่วงหน้า 3-4 วัน
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน 1 ปาร์ค เริ่มต้นใกล้เคียงกับ Klook ที่ประมาณ 1,956 บาท
- ไฮไลต์แพ็กเกจบันเดิล: มีแพ็กเกจสุดคุ้ม เช่น ซื้อตั๋ว 1 วัน 2 ปาร์ค แถมฟรี eSIM 10GB หรือเลือกแพ็กเกจที่พ่วงรถบัสรับ-ส่ง / พ่วงตั๋วล่องเรือแม่น้ำแซน (Seine River) ได้
- โปรโมชันสุดคุ้ม:
- โค้ด DLP10DREAMSEA รับส่วนลดทันที 10 ยูโร
- โปรหน้าเว็บ: ซื้อครบ 1,000 บาท ลดทันที 100 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 7%* (สูงสุด 800 บาท) เมื่อยอดจองขั้นต่ำ 6,000 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 5%* (สูงสุด 500 บาท) เมื่อยอดจองขั้นต่ำ 2,000 บาท
*โค้ดส่วนลดสามารถหาได้จากครีเอเตอร์ที่คุณติดตาม
สรุปคำแนะนำ: ควรเลือกซื้อตั๋ว Disneyland Paris ผ่านแพลตฟอร์มไหนดี?
- อยากได้ตั๋วเปล่า 1 วัน ในราคาถูกที่สุด: เล็ง Klook (1,953 บาท) หรือ KKday (1,956 บาท) ไว้ได้เลย สองแอปนี้ราคาตั้งต้นดีที่สุด
- ไปกันหลายคน / ยอดซื้อสูง: KKday คือตัวเลือกที่คุ้มที่สุด ถ้ายอดรวมทั้งกรุ๊ปเกิน 6,000 บาท ให้ใส่โค้ดครีเอเตอร์ที่เค้ามีการโปรโมตจะประหยัดไปได้สูงสุดถึง 800 บาท หรือถ้าซื้อยอดไม่สูงมาก ก็ยังสามารถใช้โค้ด DLP10DREAMSEA ลดได้ทันที 10 ยูโร
- อยากเที่ยวปารีสที่อื่นด้วย: แนะนำให้ซื้อ Klook Pass Paris จ่ายครั้งเดียวจบ ได้เข้าทั้งดิสนีย์แลนด์และแลนด์มาร์กสำคัญอื่นๆ ในเมือง
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
Hong Kong Disneyland (ฮ่องกง)
เปรียบเทียบ 4 แพลตฟอร์มจองตั๋ว Hong Kong Disneyland
1. Trip.com
- รูปแบบตั๋ว: ตั๋ว 1 วัน, ตั๋ว 2-Day Fun, บัตร Early Park Entry, บัตรลัดคิว Premier Access, เวาเชอร์อาหาร, ตั๋วครอบครัว และบัตรสมาชิกรายปี (Magic Access)
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน (ผู้ใหญ่) เริ่มต้นประมาณ 2,744 บาท / ตั๋วเด็ก-ผู้สูงอายุ เริ่มต้นประมาณ 1,980 บาท ($58.36)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มีโปรลดราคาตั๋ว 2 วัน หรือตั๋วครอบครัว ลดสูงสุดถึง 47%
- ลูกค้าใหม่รับส่วนลด 10% ในหมวดทัวร์และตั๋วท่องเที่ยว
- สามารถใช้ Trip Coins แลกเป็นส่วนลดออนท็อปตอนจ่ายเงินได้
2. Klook
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋ว 1 วัน, 2 วัน, บัตรเข้าก่อนเวลา (Early Park Entry), และบัตรลัดคิว (Disney Premier Access)
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน เริ่มต้นถูกที่สุดที่ประมาณ 2,530 บาท (ตั๋ว 2 วัน เริ่มต้น ~2,932 บาท)
- แพ็กเกจพิเศษ (มีเฉพาะที่ Klook): แพ็กเกจพ่วงบุฟเฟต์อาหารเช้ากับอันนาและเอลซ่า, เซตน้ำชายามบ่าย Duffy and Friends และแพ็กเกจพ่วงเซตตุ๊กตา LinaBell ลิมิเต็ด
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มักมี Flash Sale แรงๆ เช่น ซื้อ 2 แถม 1
- โปรโมชันบัตรเครดิต เช่น ซื้อ 1 แถม 1 (บัตร TTB Disney)
- ซื้อตั๋วแบบกลุ่ม (3-4 คน) พร้อมเวาเชอร์อาหาร รับส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 15%
- ส่วนลดผู้ใช้แอปพลิเคชัน ลดสูงสุด 394 บาท
3. Traveloka
- รูปแบบตั๋ว: จำหน่ายตั๋วฮ่องกงดิสนีย์แลนด์และออปชันเสริม
- ราคาเริ่มต้น: แสดงราคาเริ่มต้นบนเว็บที่ประมาณ 900 บาท ($26.54) (คาดว่าเป็นราคาตั๋วเด็ก หรือ ออปชันเสริมบางประเภท)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- แจกโค้ดหน้าเว็บลดสูงสุด 25% หรือส่วนลดหมวดตั๋วท่องเที่ยว 12%
- ส่วนลด 50 USD สำหรับบัตรเครดิต Citibank
- ส่วนลด 200 HKD เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต HSBC
4. KKday
- รูปแบบตั๋ว: ครบครันทั้งตั๋ว 1 วัน, 2 วัน, บัตร Early Park Entry, บัตรลัดคิว Premier Access (แบบ 3 เครื่องเล่น, 8 เครื่องเล่น, พ่วงโชว์) และเวาเชอร์อาหาร
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน เริ่มต้นประมาณ 2,600+ บาท ($77.83)
- โปรโมชันและส่วนลด:
- โค้ดลดเพิ่ม 7%* (สูงสุด 800 บาท) เมื่อซื้อขั้นต่ำ 6,000 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 5%* (สูงสุด 500 บาท) เมื่อซื้อขั้นต่ำ 2,000 บาท
- ผู้ใช้แอปครั้งแรกใส่โค้ด APP5OFF หรือ APP15HK รับส่วนลด 5%
*โค้ดส่วนลดสามารถหาได้จากครีเอเตอร์ที่คุณติดตาม
สรุปคำแนะนำ: ควรเลือกซื้อตั๋ว Hong Kong Disneyland ผ่านแพลตฟอร์มไหนดี?
- อยากได้ราคาตั๋วเปล่าถูกที่สุด & แพ็กเกจของแถม: เล็ง Klook เป็นอันดับแรก เพราะราคาตั้งต้นดีที่สุด และถ้าคุณเป็นสายสะสมหรือติ่งคาแรกเตอร์ (Duffy, LinaBell, Frozen) แพ็กเกจ Exclusive ของแอปนี้ตอบโจทย์มาก
- ไปกันหลายคน หรือซื้อออปชันเสริมเยอะ (ยอดเกิน 6,000 บาท): แนะนำให้กดใส่ตะกร้า KKday แล้วรวบจ่ายทีเดียวพร้อมใส่โค้ดครีเอเตอร์คุณจะได้ส่วนลดสูงสุดถึง 800 บาททันที หารเฉลี่ยต่อคนแล้วคุ้มค่ามาก
- มีบัตรเครดิตร่วมรายการ: หากคุณมีบัตรอย่าง TTB Disney การเฝ้ารอ Flash Sale “ซื้อ 1 แถม 1” บน Klook คือความคุ้มค่าระดับสูงสุดที่ไม่ควรพลาด หรือถ้ามีบัตร Citibank / HSBC ลองเช็กคูปองส่วนลดใน Traveloka ดูก่อนกดจ่ายเงินได้เลย
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
Shanghai Disneyland (จีน)
เปรียบเทียบ 4 แพลตฟอร์มจองตั๋ว Shanghai Disneyland
1. Trip.com
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋ว 1 วัน, Early Bird (จองล่วงหน้า 10 วัน), ตั๋วพ่วงลัดคิว Disney Premier Access (DPA) สำหรับเครื่องฮิตอย่าง TRON หรือ Zootopia, ตั๋วเข้าก่อนเวลา (Early Park Entry) และตั๋วพ่วงเวาเชอร์อาหาร/Dream Passport รวมถึงตั๋วคอมโบเข้าหอไข่มุกตะวันออก
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน เริ่มต้นถูกที่สุดที่ประมาณ 1,980 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
- มีส่วนลดหน้าเว็บไซต์ 16% – 22% สำหรับแพ็กเกจพ่วงและตั๋วคอมโบ
- ผู้ใช้ใหม่มักมีโค้ดส่วนลดพิเศษ และสามารถใช้ Trip Coins แลกเป็นส่วนลดออนท็อปได้
2. Klook
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋ว 1 วันแบบจองล่วงหน้า, ตั๋ว Early Bird พ่วงคูปองอาหาร 30 หยวน, ตั๋วพ่วง DPA (แบบ 2, 3, 6, 8 เครื่องเล่น) และแพ็กเกจพ่วงเวาเชอร์อาหาร 119 หยวน
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว Early Bird เริ่มต้นประมาณ 2,169 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
3. Traveloka
- รูปแบบตั๋ว: มีตั๋ว 1 วัน, 1.5 วัน (เข้าหลัง 15:00 น.), ตั๋วครอบครัว (ผู้ใหญ่ 1 เด็ก 1), ตั๋วพ่วงคูปองอาหาร 30 หยวน, ตั๋วพ่วง Dream Passport และพ่วง DPA (แบบ 3 เครื่องเล่น)
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว 1 วัน เริ่มต้นประมาณ 2,179 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
- โดดเด่นในช่วงแคมเปญใหญ่ (เช่น Songkran MEGA Sale) ที่มักแจกคูปองลดสูงสุดถึง 25%
4. KKday
- รูปแบบตั๋ว: เจาะลึกละเอียดยิบ มีทั้งตั๋ว 1 วัน, 1.5 วัน, 2 วัน, ตั๋วครอบครัว, ตั๋วพ่วงรถไฟ Maglev (นั่งเข้าเมือง) และแพ็กเกจพ่วง DPA (แบบ 3, 6, 8 เครื่องเล่น)
- ราคาเริ่มต้น: ตั๋ว Early Bird เริ่มต้นประมาณ 2,173 บาท
- โปรโมชันและส่วนลด:
- ไฮไลต์: หากจองแพ็กเกจพ่วง DPA (ชุด 6 เครื่องเล่น) หน้าเว็บมีส่วนลดจุกๆ ถึง 52% หรือลด 28% สำหรับตั๋ว 1.5 วัน
- โค้ดลดเพิ่ม 7%* (สูงสุด 800 บาท) เมื่อซื้อครบ 6,000 บาท
- โค้ดลดเพิ่ม 5%* (สูงสุด 500 บาท) เมื่อซื้อครบ 2,000 บาท
*โค้ดส่วนลดสามารถหาได้จากครีเอเตอร์ที่คุณติดตาม
สรุปคำแนะนำ: ควรเลือกซื้อตั๋ว Shanghai Disneyland ผ่านแพลตฟอร์มไหนดี?
- อยากได้ตั๋วเปล่าราคาถูกที่สุด: ไป Trip.com เพราะราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 2,000 บาท
- สายประหยัดเวลา อยากเหมารวมบัตรลัดคิว (DPA): แนะนำให้กดดู KKday เพราะแพ็กเกจรวมตั๋ว+บัตรลัดคิว 6 เครื่องเล่น ลดราคาแรงถึง 52% คุ้มค่ามาก
- ไปหลายคน ยอดซื้อเกิน 6,000 บาท: ไป KKday แล้วรวบจ่ายทีเดียวพร้อมใส่โค้ดครีเอเตอร์คุณจะได้ส่วนลดสูงสุดถึง 800 บาท
- อยากเข้าแบบ 1.5 วัน (เที่ยวบ่าย+เต็มวันอีกวัน): เช็กราคาเปรียบเทียบระหว่าง Traveloka และ KKday ได้เลย
ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดยึดวันเวลาที่ทำการจองเป็นหลัก บางโปรโมชั่นหรือโค้ดอาจหมดได้
กฎระเบียบ การเตรียมตัว และของฝากที่คุณควรรู้ก่อนไปเที่ยว Disneyland
1. กฎกระเป๋าและสิ่งของต้องห้าม (Prohibited Items)
- กระเป๋าเดินทาง/คูลเลอร์: ห้ามใหญ่เกิน 24 x 15 x 18 นิ้ว (61 x 38 x 46 ซม.) และห้ามใช้คูลเลอร์แบบมีล้อลาก
- น้ำแข็งก้อน/น้ำแข็งแห้ง: ไม่อนุญาตให้นำเข้าปาร์ค (แนะนำให้ใช้ Reusable ice packs หรือขวดน้ำแช่แข็งแทน)
- กล้องและพร็อพถ่ายรูป: ห้ามนำ “ไม้เซลฟี่” และขาตั้งกล้องขนาดใหญ่เข้าสวนสนุกเด็ดขาด
- สิ่งของอันตรายอื่นๆ: ห้ามภาชนะแก้วทุกชนิด (ยกเว้นขวดอาหารเด็กอ่อน), โดรน, เก้าอี้พับ, สเก็ตบอร์ด, รองเท้ามีล้อ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- หากไปที่ Disney’s Animal Kingdom (ฟลอริดา) ห้ามนำลูกโป่งและหลอดพลาสติกเข้าโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของสัตว์ครับ
2. กฎเรื่องรถเข็นเด็ก (Stroller Policy)
ดิสนีย์เข้มงวดเรื่องนี้มาก รถเข็นเด็กต้องมีขนาดไม่เกิน 31×52 นิ้ว (79×132 ซม.) และ “ห้ามนำรถเข็นแบบแวกอน (Wagons/Stroller wagons) เข้าปาร์คโดยเด็ดขาด” ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใดก็ตาม
3. กฎการแต่งกาย (Dress Code)
- ห้ามคอสเพลย์จัดเต็ม: ผู้ใหญ่ (อายุ 14 ปีขึ้นไป / หรือ 16 ปีในฮ่องกง) ห้ามแต่งชุดคอสเพลย์ดิสนีย์แบบเต็มยศ หรือใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าในวันปกติ เพื่อไม่ให้เด็กๆ สับสนกับนักแสดงจริง
- แต่งแบบไหนได้? แนะนำให้แต่งตัวสไตล์ “DisneyBounding” คือการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าปกติในชีวิตประจำวัน ให้มีสีสันหรือกิมมิกคล้ายคาแรกเตอร์ดิสนีย์แทน
4. กฎการพกอาหารและน้ำดื่ม
- สาขาอเมริกา: พกขนมทานเล่น แซนด์วิช และน้ำดื่มเข้าได้ แต่ห้ามอาหารอุ่นร้อนหรือมีกลิ่นแรง
- สาขาฮ่องกง: พกขนมเข้าได้เล็กน้อย แต่ห้ามมาม่าคัพ อาหารอุ่นร้อน และผลไม้กลิ่นแรง (เช่น ทุเรียน)
- สาขาโตเกียว: ไม่อนุญาต ให้นำอาหารจากภายนอกเข้าสวนสนุก
เตรียมตัวให้เป๊ะก่อนบิน: สิ่งที่ต้องทำและต้องพก
- จองวันเข้าสวนสนุก (Park Reservation) และโหลดแอปพลิเคชัน
- แค่มีตั๋วอาจไม่พอ บางสาขา (เช่น ฮ่องกงและอเมริกา) ต้องนำเลขตั๋วไป “จองวันเข้าปาร์คล่วงหน้า” ในเว็บไซต์ด้วย
- คำเตือนสำหรับเซี่ยงไฮ้: เข้มงวดเรื่องตั๋วผีมาก ต้องกรอกชื่อให้ตรงพาสปอร์ต 100% และ “ต้องถือพาสปอร์ตเล่มจริง” ไปสแกนเข้าประตู
- โหลดแอป Official ไว้เลย: เป็นหัวใจสำคัญในการดูเวลารอคิว และกดพาสลัดคิวต่างๆ (Premier Access / Standby Pass)
- ไอเทมยังชีพที่ต้องมีติดกระเป๋า
- พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank): สำคัญที่สุดเพราะคุณต้องใช้สมาร์ทโฟนดูแอปฯ ถ่ายรูปตลอดวัน แบตลดฮวบแน่นอน
- กระบอกน้ำพกพา: ในปาร์คมีจุดเติมน้ำฟรี ช่วยประหยัดค่าน้ำเปล่าได้เยอะมาก
- ร่มพกพา / เสื้อกันฝน / ครีมกันแดด: สภาพอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้ เตรียมพร้อมไว้ก่อนดีที่สุด
- รองเท้าที่ใส่สบายที่สุด: ห้ามใส่รองเท้าคู่ใหม่ไปกัดเท้าเด็ดขาด เพราะคุณจะต้องเดินเฉลี่ยวันละ 15,000 – 20,000 ก้าวเลยทีเดียว!
ชี้เป้า 5 ไอเทมของฝากดิสนีย์แลนด์ที่ต้องตามเก็บ!
- ที่คาดผม (Headbands) และตุ๊กตาเกาะไหล่: นี่คือสิ่งแรกที่คุณควรพุ่งตัวไปซื้อเมื่อผ่านประตูเพราะมักจะเป็นพร็อพถ่ายรูปคู่ใจของคุณไปตลอดทั้งวัน
- แก๊ง Duffy and Friends: หากมาสาขาเอเชีย (โตเกียว, ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้) ห้ามพลาดการกวาดซื้อสินค้าของ Duffy, LinaBell, StellaLou ฯลฯ เพราะคาแรกเตอร์กลุ่มนี้มีขายเฉพาะโซนเอเชียเท่านั้น
- ถังป๊อปคอร์นลวดลายลิมิเต็ด (Popcorn Buckets): ของสะสมยอดฮิตที่ดิสนีย์ขยันออกลายใหม่ๆ มาดูดเงินในกระเป๋า บางรุ่นมีไฟ ขยับได้ และมักจะ Sold Out ไวมาก ใครเจอต้องรีบสอย
- ของที่ระลึกเฉพาะเครื่องเล่น (Exclusive Merchandise): เช่น ไปฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ก็ต้องแวะซื้อตุ๊กตาน้องลิง “Albert” จากเครื่องเล่น Mystic Manor ที่มีที่เดียวในโลกกลับไปเป็นที่ระลึก
- เข็มกลัดดิสนีย์ (Disney Pins): กิจกรรมยอดฮิตสำหรับสายสะสม (Pin Trading) เราสามารถซื้อเข็มกลัดไปขอแลกเปลี่ยนกับพนักงานในปาร์ค (Cast Members) เพื่อตามหาลายแรร์ไอเทมได้ด้วย
บทส่งท้าย
การไปเยือนดิสนีย์แลนด์สักครั้ง ไม่ใช่แค่การไปเที่ยวสวนสนุกทั่วไป แต่คือการได้กลับไปสานฝันและเติมเต็มจินตนาการในวัยเด็กอีกครั้ง จากข้อมูลทั้งหมดที่เราเจาะลึกกันมาแบบจัดเต็ม หวังว่า “คู่มือเที่ยวดิสนีย์แลนด์” บทความนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสาขาที่ตอบโจทย์สไตล์การเที่ยว (ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักเที่ยวง่ายของฮ่องกง ความสมบูรณ์แบบของโตเกียว หรือความอลังการของเซี่ยงไฮ้) ช่วยให้คุณวางแผนวันเดินทางได้เป๊ะปัง เดินทางได้แบบไม่หลง แถมยังรู้ทริคซื้อตั๋วให้คุ้มที่สุด จากทั้ง Trip.com, Klook, Traveloka, KKday พร้อมกฎระเบียบที่ทำให้ทริปนี้ไม่มีสะดุด!
หัวใจสำคัญของทริปดิสนีย์แลนด์ที่เพอร์เฟกต์ คือ การวางแผนล่วงหน้า อย่าลืมโหลดแอปพลิเคชันของสวนสนุกติดเครื่องไว้ เตรียมพร็อพแต่งตัวสไตล์ DisneyBounding ไปถ่ายรูปให้ปัง และที่สำคัญที่สุด ให้รีบจองตั๋ว E-Ticket แต่เนิ่นๆ พร้อมเปรียบเทียบราคาและกดรับโค้ดส่วนลดจากแพลตฟอร์มต่างๆ (ทาง iPrice Thailand มีเพจรวบรวม คูปอง Disneyland แล้วน่าาา) ก่อนชำระเงินทุกครั้ง เพื่อเซฟงบไปเหมาตุ๊กตาและของฝากน่ารักๆ กันให้จุใจ
จัดกระเป๋าให้พร้อม พกเอนเนอร์จี้ไปให้เต็มร้อย แล้วไปสร้างความทรงจำสุดมหัศจรรย์ที่ดินแดนแห่งความสุขกันค่าา ขอให้ทริปดิสนีย์แลนด์ของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเวทมนตร์น่า
