Editor choice

รองเท้า Hyrox Adidas แนะนำรุ่นไหนดี ทำไมถึงคุ้มเป็นคู่แรก

รองเท้า Hyrox Adidas แนะนำรุ่นไหนดี ทำไมถึงคุ้มเป็นคู่แรก cover

ถ้าใครติดตามวงการฟิตเนสอยู่บ้าง คงเห็นว่า Hyrox กำลังมาแรงในไทยจริง ๆ แค่รายการ Hyrox Bangkok 2026 ครั้งเดียวก็มีคนสมัครมากกว่า 17,500 คนแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย Hyrox คือการแข่งขันที่ผสมการวิ่ง 8 กม. (แบ่งเป็นช่วงละ 1 กม.) สลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 จุด เช่น ดัน-ลาก Sled, Farmer’s Carry และ Wall Balls

สำหรับผู้เริ่มสนใจในกีฬา Hyrox และเริ่มซ้อมจริงจังแล้ว คงมีคำถามกวนใจคือ “ใส่รองเท้าวิ่งธรรมดาไปแข่ง Hyrox ได้ไหม” คำตอบสั้น ๆ คือได้ แต่ถ้าอยากให้ผลงานดีขึ้นจริง รองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับ Hyrox โดยเฉพาะจะช่วยได้เยอะ และมีประสิทธิภาพกว่าโดยเฉพาะช่วง Sled Push/Pull ที่ต้องการแรงยึดเกาะ (grip) และความมั่นคงมากกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไป

บทความนี้พาไปดูรองเท้า Hyrox จาก Adidas ว่ามีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง แต่ละรุ่นเหมาะกับใคร และราคาเท่าไหร่ เพื่อให้เลือกได้ตรงกับงบและเป้าหมายของตัวเองกันค่ะ ดูโปรโมชั่นและคูปองส่วนลด Adidas ล่าสุดเพิ่มเติมได้ที่ หน้าคูปอง Adidas ที่เว็บไซต์ iPrice Thailand


สารบัญ

ถ้าเป็นการแข่ง Hyrox ครั้งแรก จำเป็นต้องซื้อรองเท้าใหม่ไหม

คำตอบตรง ๆ คือไม่จำเป็นเสมอไป ถ้านี่คือ Hyrox ครั้งแรกหรือครั้งที่สองของคุณ และยังไม่แน่ใจว่าจะติดใจกีฬานี้ในระยะยาวหรือเปล่า การทุ่มเงิน ฿4,300–9,200 ซื้อรองเท้าเฉพาะทางตั้งแต่แรกอาจไม่ใช่การลงทุนที่คุ้มที่สุด เพราะนี่ยังไม่รวมค่าสมัครแข่ง ค่าซ้อม และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ต้องจ่ายไปแล้ว

วิธีที่คุ้มกว่าสำหรับมือใหม่คือลองเอารองเท้าออกกำลังกายที่มีอยู่แล้วมาทดสอบก่อน (ดู checklist ด้านล่าง) ถ้าผ่านหมดทุกข้อ ก็ใช้คู่นั้นลงแข่งครั้งแรกไปก่อนได้เลย แล้วค่อยตัดสินใจซื้อรองเท้าเฉพาะทางสำหรับครั้งที่สองหรือสาม เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าจุดไหนที่รองเท้าเดิมทำให้เสียเวลาจริง ๆ

เช็คลิสต์ ต้องดูอะไรบ้างตอนเลือกซื้อรองเท้า Hyrox

ไม่ว่าจะซื้อรองเท้าคู่แรกหรือกำลังอัปเกรด มีเกณฑ์หลักที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจดังนี้ค่ะ

  • แรงยึดเกาะ (Grip): พื้นรองเท้าต้องเกาะได้ดีทั้งบนพรมสนามแข่งและตอนดัน-ลาก Sled (การลากเลื่อนน้ำหนัก) ซึ่งถ้าลื่นแม้แค่เล็กน้อยก็เสียเวลาได้หลายสิบวินาทีต่อสถานี
  • ความมั่นคง (Stability): รองรับการเคลื่อนไหวหลายทิศทาง เช่น ก้าวข้าง เลี้ยว หรือย่อตัวตอน lunges ไม่ใช่แค่ตอนวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว
  • น้ำหนักและระบบรองรับแรงกระแทกในรองเท้า (cushioning): ต้องเบาพอสำหรับวิ่ง 8 กม. แต่ก็ต้องมีคุชชั่นพอรองรับแรงกระแทกตลอดการแข่ง ไม่ใช่แค่เน้นเบาอย่างเดียว
  • ความสูงของส้นเท้ากับปลายเท้า (Heel drop): รองเท้า drop สูง (เช่น 12mm ของ Dropset Elite) ช่วยจัดท่าทางสำหรับ hybrid movement แต่ต้องใช้เวลาปรับตัวถ้าไม่เคยใส่รองเท้า drop สูงมาก่อน
  • งบประมาณและความถี่ในการใช้: ถ้าใช้ซ้อมทุกวันด้วย ควรเลือกรุ่นที่ทนทานและราคาย่อมเยากว่า ไม่ใช่รุ่นแข่งท็อปที่เน้นความเบาเป็นหลัก

ทำไมรองเท้า Hyrox จาก Adidas เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

มือใหม่คงรู้มาบ้างแล้วว่า Hyrox ไม่ใช่แค่วิ่งอย่างเดียว แต่คือการวิ่งสลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 จุด ตั้งแต่ Sled Push, Sled Pull, Farmer’s Carry ไปจนถึง Wall Balls รองเท้าที่ใช้จึงต้องทำสองหน้าที่พร้อมกัน คือเบาพอสำหรับวิ่ง และมั่นคงพอสำหรับออกแรง

เทคโนโลยีหลักที่ Adidas ใช้ในไลน์ Hyrox คือ

  • Lightstrike Pro (โฟมเบาตอบสนองไว)
  • Energyrods (แกนคาร์บอนช่วยส่งแรงตอนก้าว)
  • พื้น Continental Rubber ที่เกาะพื้นดีทั้งบนพรมยางและตอนดัน Sled ซึ่งเป็นจุดที่รีวิวจากต่างประเทศหลายเจ้าให้น้ำหนักว่าสำคัญที่สุด เพราะแรงยึดเกาะ (grip) ที่ไม่ดีอาจเสียเวลาไปหลายสิบวินาทีต่อสถานีเลยทีเดียว

แม้ว่าในตลาดตอนนี้ Adidas ยังไม่ใช่แบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมู่คนแข่ง Hyrox เมื่อเทียบกับ Puma หรือ Saucony ที่เข้าสู่วงการนี้มาก่อน แต่สำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้า Hyrox คู่แรก ต่นั่นไม่ได้แปลว่า Adidas ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้า Hyrox คู่แรก เพราะ Adidas ทุ่มพัฒนาไลน์ Dropset ร่วมกับนักกีฬาแชมป์โลกโดยตรง (ไม่ใช่แค่ปรับโฉมรองเท้าวิ่งเดิม) ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า และด้วยเครือข่ายร้านค้าและบริการหลังการขายในไทยที่ครอบคลุมกว่า ทำให้ลองใส่ เทียบไซส์ และหาซื้อได้ง่ายกว่ามากสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น

เหตุผลที่ Adidas ทุ่มพัฒนาไลน์ Dropset ขึ้นมาโดยเฉพาะ ก็มาจากข้อมูลจากทีมวิจัย Adidas ที่เคยสำรวจนักกีฬาสาย hybrid ทั่วโลกและพบว่าเกือบครึ่ง (49%) บอกว่ารองเท้าที่ใช้อยู่ “จำกัด” performance ตอนซ้อม และเกือบครึ่งเช่นกัน (47%) บอกว่ารองเท้าคู่เดิมรองรับได้แค่วิ่งหรือแค่เวทเทรนนิ่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ครบทั้งสองแบบในคู่เดียว นี่คือช่องว่างที่ไลน์ Dropset ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้โดยตรง*

*อ้างอิงจากงานวิจัยที่ Adidas ว่าจ้าง Edelman ทำร่วมกับ YouGov สำรวจกลุ่ม “hybrid athletes” (คนที่ออกกำลังกายผสมทั้งคาร์ดิโอและเวทในเซสชันเดียวกัน) ผ่านช่องทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2026 ในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน บราซิล เม็กซิโก และสหรัฐฯ รวมกลุ่มตัวอย่างกว่า 4,200 คน

2 รองเท้าตัวท็อปของไลน์ Hyrox Adidas

ก่อนลงรายละเอียดทีละรุ่น เรามาสรุปให้เห็นภาพว่า 2 รุ่นนี้คือหัวใจของไลน์ Hyrox จาก Adidas ส่วนตัวเลือกที่เหลือเป็นรุ่นเสริมสำหรับความต้องการเฉพาะ

  • Adizero Dropset Elite
รองเท้า Adizero Dropset Elite
  • Adizero Dropset Pro
รองเท้า Adizero Dropest Pro
Adizero Dropset EliteAdizero Dropset Pro
สถานะตัวท็อป hybrid racing ตัวแรกของแบรนด์ตัวรอง hybrid training ครบเครื่อง
พัฒนาร่วมกับTim Wenisch แชมป์โลก Hyrox 2 สมัยนักกีฬาที่ลงชิงแชมป์โลก Stockholm
จุดเด่นEnergy Rim ประคองส้นเท้า + พื้น Continental ลาย diamond-pattern เกาะพรมสนามแข่งระบบยึดเกาะ Lighttraxion + พื้นชั้นใน Adizero sockliner บาง 2.6mm
เหมาะกับRace day โดยเฉพาะซ้อมทุกวัน + ลงแข่งได้ในคู่เดียว
ราคา฿9,200฿4,900

รองเท้า Hyrox Adidas มีรุ่นไหนบ้าง

1. รองเท้า Adizero Dropset Elite ตัวท็อปสำหรับแข่งจริง

รองเท้า ADIZERO Dropset Elite

ราคา ฿9,200

ถ้าจะเลือกรองเท้าที่ Adidas ตั้งใจทำมาเพื่อ Hyrox โดยเฉพาะที่สุด คือรุ่นนี้ เป็นรองเท้า hybrid racing ตัวแรกของแบรนด์ที่พัฒนาร่วมกับนักกีฬาระดับโลกอย่าง Tim Wenisch แชมป์โลก Hyrox 2 สมัย และเคยใส่คว้าแชมป์ HYROX Elite 15 Male Singles ที่เมลเบิร์นมาแล้ว จุดเด่นคือ “Energy Rim” ที่วางรอบขอบรองเท้าเพื่อช่วยประคองส้นเท้าให้มั่นคงตอนทำท่า wall balls และพื้น Continental แบบลาย diamond-pattern ที่ออกแบบมาให้เกาะพรมสนามแข่งได้ดีเป็นพิเศษ ช่วยตอนดันและลาก sled โดยเฉพาะ ตัวส้นยังมีองศา drop สูงถึง 12mm เพื่อช่วยจัดท่าทางร่างกายให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวแบบ Hyrox

Tim Wenisch เองพูดถึงรองเท้าคู่นี้ว่า “ตอนใส่ Adizero Dropset Elite ผมรู้สึกเร็ว มั่นคง และควบคุมได้เต็มที่ แรงยึดเกาะ (grip) ดีมาก รู้สึกได้รับการซัพพอร์ตตลอดการแข่ง”

เหมาะกับคนที่ซ้อมมาระดับหนึ่งแล้วและอยากได้รองเท้าสำหรับ race day โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นราคาระดับท็อปในกลุ่ม Hyrox ของ Adidas ข้อควรรู้ก่อนซื้อคือฟิตของรุ่นนี้ค่อนข้างแน่นกว่ารองเท้าวิ่งทั่วไป แนะนำให้ลองไซส์จริงก่อนตัดสินใจ หรือถ้าเป็นไปได้ให้ลองไซส์ใหญ่ขึ้นครึ่งไซส์เทียบดูก่อน† อีกจุดที่ควรรู้คือรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน รีวิวระยะยาวเรื่องความทนทานจากผู้ใช้จริงยังมีไม่มากเท่ากับรองเท้ารุ่นที่อยู่ในตลาดมานานกว่า

†มาจากการพูดคุยของผู้เล่นจริงในกลุ่ม Facebook HYROX Thailand

2. รองเท้า Adizero Dropset Pro ครบเครื่อง ราคาเข้าถึงง่ายกว่า

รองเท้า Adizeo Dropset Pro

ราคา ฿4,900

เป็นรุ่นที่แยกออกมาจาก Dropset Elite เพื่อเปิดทางให้คนที่เพิ่งเริ่มสนใจ Hyrox เข้าถึงรองเท้าเฉพาะทางได้ง่ายขึ้น เปิดตัวที่งาน HYROX World Championships ที่ Stockholm และถูกใช้เป็นรองเท้าซ้อม-แข่งของนักกีฬา Adidas ที่ลงชิงแชมป์โลกจริง จุดเด่นคือพื้นชั้นในบาง 2.6mm (Adizero sockliner) ที่ช่วยให้สัมผัสพื้นได้ดีตอนทำท่าเวท และระบบยึดเกาะ Lighttraxion ที่ลดน้ำหนักโดยไม่เสียแรงยึดเกาะ (grip) ใส่ซ้อมได้ทุกวัน กระชับเท้าพอสำหรับเวทเทรนนิ่ง แต่ก็ยังวิ่งได้คล่องตัว เหมาะกับคนที่กำลังมองหารองเท้าคู่แรกสำหรับ Hyrox ทั้งซ้อมและลงแข่ง ข้อควรพิจารณาคือฟิตค่อนข้างกระชับ คนเท้ากว้างอาจรู้สึกอึดอัดบริเวณปลายเท้า และความแข็งของ Energy rods ที่ช่วยเรื่องเวทได้ดี อาจทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติสำหรับคนที่วิ่งจังหวะช้า§

§อ้างอิงจากรีวิวอิสระของ Doctors of Running และ That Fit Friend

3. รองเท้า Dropset 4 ตัวช่วยสำหรับสถานีเวท (สำหรับวันซ้อมเวทเทรนนิ่ง)

รองเท้า Adizero Dropset 4

ราคา ฿4,300

รุ่นนี้ Adidas วางตำแหน่งเป็นรองเท้าสำหรับเทรนนิ่งหนัก (Power Training Shoe) เน้นยกน้ำหนักและงานฝึกที่ใช้แรงเฉพาะจุด (functional strength) โดยเฉพาะ รองรับ “short runs” ได้ แต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับวิ่งระยะ 8 กม.ในสนาม Hyrox ที่มาของรุ่นนี้น่าสนใจ เพราะ Adidas สำรวจแล้วพบว่า 7 ใน 10 คนที่เข้ายิมใส่รองเท้าผิดประเภทกับสิ่งที่ตัวเองกำลังฝึกอยู่ Dropset 4 เลยถูกออกแบบให้รองรับได้ตั้งแต่ deadlift ไปจนถึง box jump และวิ่งสั้น ๆ ระยะ 800 เมตร ถ้าใครออกกำลังกายแบบ CrossFit หรือเน้นสถานีเวทเป็นหลักอยู่แล้ว อาจใส่คู่นี้ตอนซ้อมสถานีเสริมจาก Dropset Pro/Elite ได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นรองเท้าแข่งหลัก

รีวิวอิสระให้คะแนนรุ่นนี้ค่อนข้างสูง โดยชมว่าน้ำหนักเบาลงและคล่องตัวขึ้นกว่ารุ่นก่อนโดยไม่เสียความมั่นคงตอนยกน้ำหนัก พื้นรองเท้ายังเกาะพื้นได้ดีแม้พื้นลื่นหรือมีเหงื่อ ข้อควรรู้คือคุชชั่นเน้นความมั่นคงมากกว่าความนุ่มสบาย การรองรับแรงกระแทกอยู่ในระดับกลาง ๆ ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของรองเท้าเทรนนิ่งทั่วไป และวัสดุโดยรวมยังไม่ใช่จุดแข็งด้านความทนทานเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในตลาด§

§อ้างอิงจากรีวิวอิสระของ RunRepeat

4. รองเท้า Adizero Boston 13 ตัวเลือกราคาย่อมเยาสำหรับคนที่เน้นวิ่ง

รองเท้า Adizero Boston 13

ราคา ฿5,800

รุ่นนี้ Adidas ไม่ได้ทำมาเพื่อ Hyrox โดยเฉพาะ แต่เป็นรองเท้าวิ่ง performance training ทั่วไปที่ใช้เทคโนโลยี Lightstrike Pro และ Energyrods 2.0 เหมือนกัน ด้วยความที่น้ำหนักเบา วิ่งดี และราคาย่อมเยากว่ากลุ่ม Dropset พอสมควร ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่อยากได้รองเท้าคู่เดียวใช้ทั้งซ้อมวิ่งและลงแข่ง Hyrox จริง โดยยอมรับว่าความมั่นคงตอนสถานีเวทจะสู้กลุ่ม Dropset ที่ออกแบบมาเฉพาะทางไม่ได้ แต่แลกมากับราคาที่เบากว่าและฟีลวิ่งที่คุ้นเคยกว่าสำหรับคนที่วิ่งเป็นหลัก† 

รีวิวอิสระยังชมว่ารุ่น Boston 13 นี้ ปรับปรุงจากรุ่นก่อนได้ดี ทั้งน้ำหนักที่เบาลง การตอบสนองที่เด้งขึ้น และวัสดุด้านบนที่นุ่มสบายกว่าเดิม โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าที่กระชับขึ้น เหมาะกับคนที่ลงน้ำหนักฝ่าเท้ากลางถึงปลายเท้า (midfoot/forefoot strike) เป็นพิเศษ ส่วนจุดที่ควรรู้คือทรงปลายเท้า (toebox) ของรุ่นนี้ค่อนข้างเรียวแคบ อาจรู้สึกอึดอัดสำหรับคนเท้ากว้างหรือใช้วิ่งระยะไกล§

†มาจากการพูดคุยของผู้เล่นจริงในกลุ่ม Facebook HYROX Thailand | §อ้างอิงจากรีวิวอิสระของ RunRepeat

†มาจากการพูดคุยของผู้เล่นจริงในกลุ่ม Facebook HYROX Thailand


ตารางเทียบราคาและจุดเด่น

รุ่นเหมาะกับราคาโดยประมาณหมายเหตุ
Adizero Dropset Eliteแข่งจริง (race day)฿9,200ไซส์แน่น แนะนำลองก่อนซื้อ
Adizero Dropset Proซ้อม + แข่งได้ในคู่เดียว฿4,900—
Dropset 4เสริมซ้อมสถานีเวท฿4,300ไม่เหมาะวิ่งระยะ 8 กม.
Adizero Boston 13วิ่งดี ราคาย่อมเยา฿5,800ความมั่นคงตอนสถานีอาจสู้ Dropset ไม่ได้

ราคาป้ายอาจมีการปรับตามช่วงโปรโมชั่น เช็คโค้ดส่วนลดและราคาล่าสุดของแต่ละรุ่นได้ที่ หน้าคูปอง Adidas ของ iPrice Thailand ก่อนตัดสินใจซื้อ

รองเท้า Adizero Dropset Elite Editor choice

Adizero Dropset Elite รองเท้า hybrid racing รุ่นแรกของ Adidas ที่พัฒนาร่วมกับ Tim Wenisch แชมป์โลก Hyrox 2 สมัย …

รองเท้า Adizero Dropset Pro Best value

Adizero Dropset Pro รองเท้า hybrid training ที่แยกออกมาจาก Dropset Elite เพื่อเปิดทางให้นักกีฬา Hyrox …

รองเท้า Adizero Dropset 4

Dropset 4 รองเท้า Power Training Shoe ที่ Adidas ออกแบบมาสำหรับยกน้ำหนักและ functional strength โดยเฉพาะ …

รองเท้า Adizero Boston 13

Adizero Boston 13 รองเท้าวิ่ง performance training ทั่วไปของ Adidas ที่แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Hyrox โดยเฉพาะ …

ใส่รองเท้าแข่งวิ่งมาราธอนลง Hyrox ได้ไหม

เป็นคำถามนี้พบบ่อยในคอมมูนิตี้ Hyrox ต่างประเทศ เพราะหลายคนมีรองเท้าแข่งมาราธอนแบบมีแผ่นคาร์บอน (carbon plate) อยู่แล้ว คำตอบคือใส่ได้ แต่มีความเสี่ยง เพราะแผ่นคาร์บอนที่แข็งอาจทำให้ท่า Lunges หรือ Sled Push ทำได้ไม่มั่นคงเท่ารองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับ Hyrox โดยตรง ดังนั้นรองเท้าแข่งมาราธอนของ Adidas อย่าง Adizero Adios Pro 4 จึงเหมาะกับการแข่งวิ่งบนถนนมากกว่า ไม่ใช่รองเท้าที่แนะนำสำหรับลง Hyrox


ข้อควรระวังก่อนเอารองเท้าวิ่ง/เทรนนิ่งไปลุยสถานี

ไม่ใช่แค่รองเท้าแข่งมาราธอนที่ต้องระวัง รองเท้าวิ่งเทรนนิ่งทั่วไปบางรุ่นก็มีความเสี่ยงคล้ายกัน อย่าง Adizero EVO SL ที่แม้จะวิ่งดีและน้ำหนักเบา แต่พื้นรองเท้าค่อนข้างลื่นเมื่อเจอ Sled Push/Pull โดยเฉพาะ ทำให้บางคนที่ลองใช้แล้วรู้สึกว่าไม่มั่นใจพอในสถานีที่ต้องออกแรงเยอะ ถ้าใครมีรองเท้าลักษณะนี้อยู่แล้วและอยากเอาไปลงแข่ง Hyrox แนะนำให้ลองซ้อมสถานีจริงดูก่อน โดยเฉพาะ Sled ที่เป็นจุดเสี่ยงสุด†

†มาจากการพูดคุยของผู้เล่นจริงในกลุ่ม Facebook HYROX Thailand


ควรเลือกไซส์ปกติหรือใหญ่ขึ้น

หลายคนเข้าใจว่าควรซื้อรองเท้า Hyrox ไซส์ใหญ่ขึ้นเผื่อเท้าบวมตอนวิ่งนาน แต่จริง ๆ แล้วมีงานวิจัยที่วัดเท้านักวิ่งก่อน-หลังวิ่ง 10 กม. พบว่าเท้ายาวขึ้นเฉลี่ยแค่ประมาณ 0.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากจนแทบไม่ต้องซื้อไซส์ใหญ่ขึ้นเผื่อเลย ในทางกลับกัน การซื้อไซส์ใหญ่เกินไปอาจทำให้ส้นหลุดง่ายตอนดันหรือลาก sled ซึ่งเสียเวลามากกว่าประโยชน์ที่ได้‡

‡อ้างอิงจากงานวิจัยของ Mo, Lu, Li และ Zhao (2024) ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Bioengineering and Biotechnology ซึ่งวัดขนาดเท้านักวิ่ง 19 คนก่อน-หลังวิ่งระยะ 10 กม.

แนะนำให้ลองใส่ไซส์ปกติที่ใส่วิ่งอยู่แล้วไปก่อน ถ้าเท้ากว้างเป็นพิเศษ ให้มองหารุ่นที่ toe box กว้างกว่าแทนการซื้อไซส์ยาวขึ้น จะช่วยให้ฟิตกระชับได้ดีกว่า เช่น รองเท้า Adidas รุ่นสำหรับเท้ากว้าง (Wide-fit) เช่น Boston 12, Supernova Rise 2, และ Supernova Rise 3 แต่เนื่องจากเป็นรองเท้าวิ่งทั่วไป ไม่ใช่รองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับสถานีเวทแบบไลน์ Dropset โดยเฉพาะ จึงเหมาะกับการซ้อมวิ่งทั่วไปมากกว่าใช้แข่ง Hyrox


คนเท้าแบนควรเลือกรองเท้า Hyrox Adidas รุ่นไหนดี

คนเท้าแบนมักกังวลว่าจะเลือกรองเท้า Hyrox ยากกว่าคนทั่วไป เพราะต้องการซัพพอร์ตอุ้งเท้าเป็นพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับว่าเท้าแบนมากแค่ไหน บางคนที่เท้าแบนไม่มาก ใส่รองเท้าทั่วไปก็ใส่ได้สบายดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคนที่เท้าแบนชัดเจนอาจต้องเลือกรุ่นหรือปรับเพิ่มเติมสักหน่อย

ในกลุ่ม Dropset มีข้อควรระวังหนึ่งเรื่อง คือ Dropset Elite ฟิตแน่นเป็นพิเศษ มีผู้ใช้ที่เท้าแบนลองไซส์ใหญ่ขึ้นแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกแน่นอยู่ดี จึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่เยอะในรองเท้า ส่วน Dropset Pro คาดว่าน่าจะยืดหยุ่นกว่าและเข้ากับเท้าแบนได้ดีกว่า แต่ยังไม่มีใครยืนยันชัดว่าลองแล้วเป็นยังไง


เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อรองเท้า Hyrox

ก่อนจะทุ่มเงินซื้อรองเท้า Hyrox คู่ใหม่ ลองเอารองเท้าออกกำลังกายที่มีอยู่แล้วมาทดสอบทำ checklist ง่าย ๆ ดูก่อนว่าพอไหวไหม จะได้รู้ว่าจำเป็นต้องซื้อจริงหรือเปล่า ดังนี้ค่ะ

  • ทำ Sled Push/Pull แล้วส้นไม่ลื่นหลุดออกจากรองเท้า
  • ทำ Wall Balls และ Lunges แล้วปลายเท้าไม่โดนบีบอัดจนอึดอัด
  • วิ่งต่อเนื่องได้สบายโดยไม่รู้สึกหนักหรือฝืนเกินไป

ถ้าเช็คแล้วผ่านทั้งหมด รองเท้าที่มีอยู่ก็อาจเพียงพอแล้วโดยไม่ต้องซื้อใหม่ แต่ถ้าติดขัดข้อไหนข้อหนึ่ง นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมองหารองเท้าที่ออกแบบมาเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งไลน์ Dropset ของ Adidas ที่แนะนำไปข้างต้นก็ตอบโจทย์นี้ได้โดยตรง เพราะออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาพวกนี้อยู่แล้ว†

†มาจากการพูดคุยของผู้เล่นจริงในกลุ่ม Facebook HYROX Thailand


วิธีผูกเชือกให้กระชับ ป้องกันส้นหลุดตอน Sled

อีกปัญหาที่พบบ่อยมากในหมู่ผู้เล่น Hyrox คือส้นหลุดหรือรู้สึกหลวมตอนดัน Sled Push แม้จะใส่ไซส์ที่ถูกต้องแล้วก็ตาม ซึ่งส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยวิธีผูกเชือกที่เรียกว่า “runner loop” (หรือ heel-lock lacing) แทนการผูกแบบปกติ วิธีนี้ช่วยล็อกส้นเท้าให้แนบกระชับกับตัวรองเท้ามากขึ้น ลดอาการส้นเลื่อนหลุดเวลาต้องออกแรงเยอะแบบ Sled หรือ Farmer’s Carry ได้ดีเลยค่ะ

วิธีทำแบบ step-by-step:

  1. ผูกเชือกแบบไขว้ (Criss-Cross) ตามปกติไปจนถึงรูก่อนรูสุดท้าย โดยเว้นรูบนสุดไว้ก่อน
  2. สอดปลายเชือกแต่ละข้างเข้ารูบนสุดของฝั่งเดียวกัน (จากด้านนอกเข้าด้านใน) จะเกิดเป็นห่วงเล็ก ๆ ขึ้นข้างละ 1 ห่วง
  3. ไขว้เชือกข้ามฝั่ง แล้วสอดเข้าห่วงฝั่งตรงข้าม (เชือกฝั่งซ้ายสอดเข้าห่วงฝั่งขวา และเชือกฝั่งขวาสอดเข้าห่วงฝั่งซ้าย)
  4. ดึงปลายเชือกทั้งสองข้างให้แน่น จะรู้สึกว่าส้นเท้าถูกล็อกแนบกระชับขึ้นทันที
  5. ผูกเงื่อนปิดท้ายตามปกติ

ถ้าทำถูกต้อง จะรู้สึกได้ว่าส้นเท้าไม่ขยับขึ้นลงเลยแม้จะยกส้นขึ้น เหมาะมากกับ Sled Push/Pull และ Farmer’s Carry ที่ต้องออกแรงกดลงเต็มเท้า และไม่กระทบความกระชับช่วงปลายเท้า เพราะเทคนิคนี้ล็อกแค่บริเวณส้นเท้าเท่านั้น†

†เทคนิคนี้เรียกว่า runner’s loop หรือ heel-lock lacing อ้างอิงขั้นตอนจาก Running Warehouse และ LockLaces ประกอบกับการพูดคุยของผู้เล่นจริงในกลุ่ม Facebook HYROX Thailand ที่แนะนำวิธีนี้ซ้ำหลายครั้งเพื่อแก้ปัญหาส้นหลุดตอน Sled


ก่อนลงแข่งควรซ้อมกี่ครั้ง

ข้อควรระวังสำคัญคือห้ามใส่รองเท้าคู่ใหม่ลงแข่งวันจริงเด็ดขาด เพราะเนื้อโฟม การผูกเชือก และจุดเสียดสีต่าง ๆ ต้องใช้เวลาปรับตัว โดยทั่วไปแนะนำให้สะสมระยะซ้อมด้วยรองเท้าคู่นั้นอย่างน้อย 50-80 กิโลเมตร บวกกับซ้อมสถานีจริงอีกหลายครั้งก่อนวันแข่ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีจุดที่กัดเท้าหรือทำให้เกิดแผลพองระหว่างแข่ง


สรุป: เลือกรุ่นไหนดีตามเป้าหมาย

  • เพิ่งเริ่มสนใจ Hyrox อยากได้คู่เดียวที่ใช้ได้ทั้งซ้อมและแข่ง → Dropset Pro
  • ซ้อมมาระดับหนึ่งแล้ว อยากได้รองเท้าสำหรับ race day โดยเฉพาะ → Dropset Elite
  • เน้นสถานีเวท/CrossFit เป็นหลัก อยากได้คู่เสริม → Dropset 4
  • งบจำกัด อยากได้รองเท้าที่วิ่งดีเป็นหลักไปก่อน → Adizero Boston 13

นอกจากรองเท้า Hyrox แล้ว ยังมีสินค้ากีฬาและไลฟ์สไตล์อื่น ๆ พร้อมโปรโมชั่นอัปเดตทุกวันที่ iPrice Thailand


คำถามที่พบบ่อย

1. รองเท้า Hyrox ต่างจากรองเท้าวิ่งทั่วไปยังไง

รองเท้าวิ่งทั่วไปเน้นความเบาและการตอบสนองสำหรับวิ่งอย่างเดียว ส่วนรองเท้า Hyrox ต้องเพิ่มเรื่องความมั่นคงและแรงยึดเกาะ (grip) สำหรับสถานีออกกำลังกายด้วย

2. มือใหม่ควรเริ่มจากรุ่นไหน

รองเท้า Hyrox Adidas รุ่น Dropset Pro เหมาะกับมือใหม่ที่สุด เพราะใช้ได้ทั้งซ้อมและแข่ง ราคาเข้าถึงง่ายกว่า Elite

3. Adidas Dropset Elite กับ Dropset Pro ต่างกันยังไง

รองเท้า Dropset Elite เป็นรุ่นท็อปที่พัฒนาร่วมกับ Tim Wenisch แชมป์โลก Hyrox เน้นสำหรับ race day โดยเฉพาะ ราคา ฿9,200 ส่วน Dropset Pro เป็นรุ่นรองที่ใส่ซ้อมได้ทุกวันและลงแข่งได้ในคู่เดียว ราคาย่อมเยากว่าที่ ฿4,900

4. รองเท้า Adidas Dropset 4 ใส่ลงแข่ง Hyrox ได้ไหม

ไม่แนะนำให้ใช้เป็นรองเท้าแข่งหลัก เพราะ Adidas ออกแบบมาเป็น Power Training Shoe สำหรับยกน้ำหนักและ functional strength รองรับได้แค่การวิ่งระยะสั้นเท่านั้น เหมาะเป็นรองเท้าเสริมสำหรับซ้อมสถานีเวทมากกว่า

5. ใส่รองเท้าแข่งวิ่งมาราธอนอย่าง Adios Pro 4 ลง Hyrox ได้ไหม

Adios Pro 4 ใส่แข่ง Hyrox ได้ แต่มีความเสี่ยง เพราะแผ่นคาร์บอนที่แข็งอาจทำให้ท่า Lunges หรือ Sled Push ไม่มั่นคงเท่ารองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับ Hyrox โดยตรง จึงเหมาะกับการแข่งวิ่งบนถนนมากกว่า

6. ควรซื้อไซส์ใหญ่ขึ้นเผื่อเท้าบวมไหม

ไม่จำเป็น งานวิจัยพบว่าเท้าจะยาวขึ้นเฉลี่ยแค่ประมาณ 0.6 มิลลิเมตรหลังวิ่ง 10 กม. ซึ่งน้อยมาก แนะนำให้ใส่ไซส์ปกติไปก่อน เพราะไซส์ใหญ่เกินไปอาจทำให้ส้นหลุดง่ายตอนดันหรือลาก sled แทน‡

‡อ้างอิงจากงานวิจัยของ Mo, Lu, Li และ Zhao (2024) ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Bioengineering and Biotechnology

7. ควรซ้อมกี่กิโลก่อนเอารองเท้าคู่ใหม่ลงแข่งจริง

แนะนำสะสมระยะซ้อมด้วยรองเท้าคู่นั้นอย่างน้อย 50-80 กิโลเมตร บวกกับซ้อมสถานีจริงอีกหลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีจุดที่กัดเท้าหรือทำให้เกิดแผลพองตอนแข่งจริง ห้ามใส่รองเท้าคู่ใหม่ลงแข่งวันจริงเด็ดขาด

8. คนเท้าแบนควรเลือกรุ่นไหน

คนที่แบนไม่มากใส่รองเท้าทั่วไปได้สบาย ส่วนที่แบนชัดเจนอาจเลี่ยง Dropset Elite เพราะฟิตแน่นเป็นพิเศษ ความจริงแล้วทั้งไลน์ Dropset และ Boston 13 ค่อนข้างแคบสำหรับเท้ากว้างเหมือนกันหมด ถ้าเท้ากว้างมากจนกังวล ลองมองหา Boston 12, Supernova Rise 2, Supernova Rise 3 ที่ Adidas จัดเป็นรองเท้ามี wide fit ให้เลือกจริง หรือใส่รองเท้าวิ่งคู่กับ insole เสริมอุ้งเท้าเพื่อช่วยพยุงเพิ่มเติม

9. ทำไมส้นมักหลุดตอนดัน Sled

ปัญหาส้นหลุดแก้ได้ด้วยการผูกเชือกแบบ runner’s loop (heel-lock lacing) ที่ใช้รูรองเท้าคู่บนสุดล็อกส้นเท้าให้แนบกระชับขึ้น แทนการผูกแบบไขว้ปกติเพียงอย่างเดียว

10. รองเท้า Hyrox Adidas ราคาเท่าไหร่

  • Dropset Elite ฿9,200
  • Dropset Pro ฿4,900
  • Dropset 4 ฿4,300
  • Adizero Boston 13 (รุ่นที่ไม่ใช่สำหรับ Hyrox โดยตรง แต่นิยมใช้ในหมู่ผู้เล่นคนไทย) ฿5,800

11. มีรองเท้า Hyrox Adidas ราคาถูกไหม

ถ้างบจำกัด Dropset 4 ที่ ฿4,300 เป็นรุ่นที่ราคาย่อมเยาที่สุดในกลุ่ม Dropset แต่เหมาะกับซ้อมสถานีเวทมากกว่าลงแข่งจริง ส่วนถ้าอยากได้รองเท้าที่ใช้แข่งได้จริงในราคาประหยัด Adizero Boston 13 ที่ ฿5,800 เป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า เพราะแม้ไม่ใช่ Hyrox-specific แต่วิ่งดีและมีคนใช้แข่งจริงยืนยัน

12. รองเท้า Hyrox Adidas มีรุ่นสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะไหม

ทุกรุ่นในไลน์ Dropset และ Boston 13 มีให้เลือกทั้งไซส์ผู้ชายและผู้หญิง แต่เป็นดีไซน์และเทคโนโลยีเดียวกัน ไม่ได้แยกฟีเจอร์พิเศษสำหรับผู้หญิงต่างหาก การเลือกจึงยึดหลักเดียวกับที่แนะนำในบทความนี้ได้เลย คือเลือกตามเป้าหมายการใช้งานและลองไซส์จริงก่อนตัดสินใจ

13. วันแข่งจริงมีกฎเรื่องรองเท้าไหม

กฎอย่างเป็นทางการของ Hyrox ค่อนข้างเปิดกว้าง กำหนดแค่ว่าต้องเป็นรองเท้าหุ้มปลายเท้ามิดชิด (closed-toe) ตลอดการแข่ง ห้ามใส่รองเท้าสตั๊ดหรือปุ่มแหลมที่อาจทำลายพื้นสนาม และบางสนามอาจตรวจว่ารองเท้าที่ใส่มาจากข้างนอกสะอาดพอหรือไม่ ข้อยกเว้นเดียวคือที่สถานี Wall Balls ซึ่งอนุญาตให้ถอดรองเท้าได้ แต่ต้องวางไว้ใต้ rig และห้ามกลับมาเอาอีกจนกว่าจะจบการแข่ง นอกนั้นใส่รองเท้าประเภทไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าวิ่งทั่วไป รองเท้ามีแผ่นคาร์บอน หรือรองเท้าเทรนนิ่ง*

*อ้างอิงจากกฎการแข่งขัน Hyrox อย่างเป็นทางการ (Season 26/27 Rulebook)

14. การแข่ง Hyrox เปลี่ยนรองเท้ากลางการแข่งได้ไหม

ได้ กฎไม่ได้ห้าม แต่การเปลี่ยนรองเท้ากลางทางมักเสียเวลาประมาณ 30-90 วินาที เพราะต้องหาจุดเปลี่ยน ถอด-ใส่ และผูกเชือกใหม่ ซึ่งเวลาที่เสียไปนับรวมในเวลาแข่งด้วย สำหรับคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะมือใหม่ การเลือกรองเท้าคู่เดียวที่รับมือได้ทั้งวิ่งและสถานีตั้งแต่ต้นจะคุ้มกว่าการพกสองคู่ไปเปลี่ยนกลางทาง*

*อ้างอิงจากกฎการแข่งขัน Hyrox อย่างเป็นทางการ (Season 26/27 Rulebook)


ปุ่มแนะนำ: ดูรองเท้า Hyrox Adidas รุ่น Adizero Dropset Elite | รุ่น Adizero Dropset Pro

บทความแนะนำ

iPrice TH
Logo