ปี 2025 ถึง 2026 เป็นช่วงเวลาที่แปลกดี เพราะ 3 แบรนด์กล้องแอ็คชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกต่างพร้อมใจกันปล่อยกล้อง 360 องศารุ่นเรือธงออกมาไล่เลี่ยกัน Insta360 ปล่อย X5 ก่อนในเดือนเมษายน ตามด้วย DJI ที่กระโดดเข้าตลาดนี้เป็นครั้งแรกด้วย Osmo 360 ในเดือนกรกฎาคม และปิดท้ายด้วย GoPro ที่หวนคืนสังเวียนอีกครั้งด้วย MAX2 ในเดือนกันยายน ผลคือคนที่กำลังจะซื้อกล้อง 360 องศาสักตัวต้องมานั่งเปรียบเทียบสามตัวเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาพร้อมกัน แล้วก็ปวดหัวว่าจะเลือกตัวไหนดี
ปัญหาคือรีวิวส่วนใหญ่ในอินเทอร์เน็ตมักเชียร์แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเป็นพิเศษ บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลจากสเปคจริง และจุดที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามตอนซื้อกล้อง 360 องศา มาเทียบให้ครบในที่เดียว ทั้งสเปคตัวเลข การใช้งานจริงในสนาม และงบประมาณที่ต้องเผื่อไว้ เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไปนั่งไล่อ่านทีละเว็บ
ทำไมต้องเป็นกล้อง 360 องศา ไม่ใช่กล้องแอ็คชั่นแคมธรรมดา
ก่อนจะเลือกยี่ห้อ ลองย้อนดูก่อนว่าทำไมกล้อง 360 องศาถึงกำลังมาแรง ข้อได้เปรียบหลักคือกล้องเก็บภาพรอบทิศทางไว้ครบทุกองศาในคลิปเดียว ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องเล็งมุมกล้องให้ถูกตั้งแต่ตอนถ่าย เพราะสามารถกลับมาเลือกมุมที่สวยที่สุดทีหลังในแอปตัดต่อได้เสมอ เหมาะมากกับกิจกรรมที่มือไม่ว่างจะมาปรับมุมกล้อง เช่น ปั่นจักรยาน เล่นเซิร์ฟ ดำน้ำ หรือขี่มอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (POV) และมุมมองบุคคลที่สาม (มุมลอยตามตัว) ได้ในคลิปเดียวกัน โดยไม่ต้องพกกล้องสองตัวหรือขาตั้งเพิ่ม ข้อเสียคือไฟล์วิดีโอ 360 องศามีขนาดใหญ่กว่าวิดีโอปกติมาก และต้องใช้แอปเฉพาะของแต่ละแบรนด์ในการรีเฟรมเลือกมุมก่อนจะแชร์ลงโซเชียลได้
ตารางเทียบสเปค กล้อง 360 องศา รุ่นเรือธง 3 แบรนด์
| รายการ | Insta360 X5 | DJI Osmo 360 | GoPro MAX2 |
|---|---|---|---|
| วันเปิดตัว | 22 เมษายน 2025 | 31 กรกฎาคม 2025 | 23 กันยายน 2025 |
| เซนเซอร์ | 1/1.28 นิ้ว (ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า) | 1/1.1 นิ้ว (ทรงจัตุรัส ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม) | 1/2.3 นิ้ว คู่ (เล็กที่สุดในกลุ่ม) |
| วิดีโอ 360 องศาสูงสุด | 8K ที่ 30fps | 8K ที่ 30fps | 8K ที่ 30fps (True 8K ไม่อัปสเกลพิกเซล) |
| ภาพนิ่ง 360 องศาสูงสุด | ประมาณ 72MP | ประมาณ 120MP | 29MP |
| กันน้ำ (ไม่ใส่เคสเพิ่ม) | 15 เมตร | 10 เมตร (เฉพาะตัวกล้อง) | 5 เมตร |
| แบตเตอรี่ | 2400mAh ถอดเปลี่ยนไม่ได้ในตัว | 1950mAh พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 128GB | 1960mAh Enduro ถอดเปลี่ยนได้ทันที |
| น้ำหนักตัวกล้อง | ประมาณ 200 กรัม | ประมาณ 183 กรัม | ประมาณ 195 กรัม |
| เลนส์เปลี่ยนได้ | เปลี่ยนได้ แต่ต้องใช้เครื่องมือและคาลิเบรต | ไม่มีเลนส์เปลี่ยนเอง มีบริการเปลี่ยนเลนส์จากศูนย์ | บิดถอดเปลี่ยนได้เองในสนามโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ |
| จุดเด่นเฉพาะตัว | ไลน์อัพกล้อง 360 องศาให้เลือกมากที่สุด (X3, X4, X4 Air, X5) | เซนเซอร์ใหญ่สุด ภาพในที่แสงน้อยดีที่สุดในกลุ่ม | ไมโครโฟน 6 ตัว เข้ากับระบบนิเวศ GoPro เดิมได้ทันที |
เจาะลึกจุดเด่นแต่ละแบรนด์
Insta360 X5 ตัวเลือกที่สมดุลที่สุด เหมาะกับคนอยากได้กล้องเดียวจบทุกงาน
Insta360 สร้างชื่อมาจากการเป็นผู้บุกเบิกตลาดกล้อง 360 องศาตั้งแต่ปี 2015 และ X5 คือรุ่นเรือธงล่าสุดที่รวมจุดแข็งของทุกรุ่นก่อนหน้าไว้ในตัวเดียว จากผลทดสอบถ่ายวิดีโอ 8K ต่อเนื่องแบบบิตเรตสูงจนกล้องร้อนจนหยุดทำงานเอง X5 ถ่ายได้นานถึงประมาณ 93 นาที ซึ่งอึดกว่าคู่แข่งทั้งสองแบรนด์ในการทดสอบเดียวกัน จุดเด่นอีกอย่างคือ Insta360 มีไลน์อัพกล้อง 360 องศาให้เลือกมากที่สุดในตลาด ตั้งแต่รุ่นประหยัดอย่าง X3 ไปจนถึงรุ่นเรือธง X5 ทำให้เลือกได้ตรงงบมากกว่าอีกสองแบรนด์ที่มีกล้อง 360 องศาให้เลือกเพียงรุ่นเดียว
- ถ่ายได้นานที่สุดโดยไม่ต้องกลัวเครื่องร้อน เหมาะกับการถ่ายกิจกรรมยาวต่อเนื่องอย่างทริปเดินป่าหรือแข่งจักรยานทางไกล
- กันน้ำลึกที่สุดในกลุ่มโดยไม่ต้องซื้อเคสเพิ่ม ลงเล่นน้ำทะเลหรือปั่นเวคบอร์ดได้ทันทีแบบไม่ต้องลงทุนเคสกันน้ำแยก
- มีตัวเลือกให้ครบทุกงบ ตั้งแต่ X3 ราคาย่อมเยาไปจนถึง X5 เรือธง จึงเหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพในแบรนด์เดียว
กล้อง Insta360 X5 Best value
DJI Osmo 360 เซนเซอร์ใหญ่สุด ภาพกลางคืนคมชัดที่สุดในกลุ่ม
DJI เพิ่งเข้าสู่ตลาดกล้อง 360 องศาเป็นครั้งแรกด้วย Osmo 360 แต่ก็อาศัยประสบการณ์ด้านภาพถ่ายและกิมบอลที่สั่งสมมานานจนได้เซนเซอร์ทรงจัตุรัสขนาด 1/1.1 นิ้วที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ ทำให้พื้นที่รับแสงต่อเลนส์มากกว่าคู่แข่ง ส่งผลให้ภาพในที่แสงน้อยออกมาคมชัดที่สุดเมื่อเทียบกันทั้งสามรุ่น นอกจากนี้ Osmo 360 ยังมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่องสูงถึง 128GB และรองรับการเชื่อมต่อกับไมโครโฟนไร้สายตระกูล DJI Mic ได้โดยตรง เหมาะกับคนที่มีอุปกรณ์ DJI อยู่แล้วหรือให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงและภาพกลางคืนเป็นหลัก
- ถ่ายกลางคืนหรือในร่มได้สวยกว่า เซนเซอร์ใหญ่กว่าคู่แข่งช่วยให้ภาพในที่แสงน้อยมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่า เหมาะกับการถ่ายงานอีเวนต์หรือคาเฟ่ยามค่ำ
- ไม่ต้องพกการ์ดความจุแยกตั้งแต่วันแรก พื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 128GB เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปโดยไม่ต้องซื้อการ์ด microSD เพิ่มทันที
- ต่อไมค์ไร้สาย DJI ได้ทันทีไม่ต้องพึ่งอะแดปเตอร์ เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับมืออาชีพในตัวเดียว
กล้อง DJI Osmo 360 Editor choice
GoPro MAX2 ตัวจริงเรื่อง 8K แท้และระบบเปลี่ยนเลนส์ที่ง่ายที่สุด
GoPro หายหน้าจากตลาดกล้อง 360 องศาไปนานถึง 6 ปีนับตั้งแต่ GoPro MAX รุ่นแรก ก่อนจะกลับมาอีกครั้งกับ MAX2 ที่ชูจุดขายเรื่อง True 8K คือถ่ายวิดีโอ 360 องศาความละเอียด 8K แบบไม่ใช้เทคนิคอัปสเกลพิกเซลเหมือนบางแบรนด์ จุดที่โดดเด่นที่สุดคือระบบเลนส์แบบบิดถอดเปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือคาลิเบรตใหม่ ต่างจาก Insta360 X5 ที่ต้องใช้เครื่องมือช่วย เหมาะมากสำหรับคนที่ถ่ายกิจกรรมผาดโผนที่เลนส์มีโอกาสเป็นรอยหรือแตกบ่อย อย่างไรก็ตาม ในผลทดสอบถ่ายต่อเนื่องแบบบิตเรตสูง MAX2 ร้อนจนหยุดทำงานเร็วที่สุดในกลุ่มที่ประมาณ 25 นาที จึงเหมาะกับการถ่ายคลิปสั้น ๆ ต่อครั้งมากกว่าการถ่ายยาวต่อเนื่อง
- เปลี่ยนเลนส์เองได้ในสนามภายในไม่กี่วินาที ไม่ต้องเสียเวลาส่งเข้าศูนย์หรือพกเครื่องมือเพิ่ม เหมาะกับกีฬาผาดโผนที่เลนส์มีโอกาสเป็นรอยบ่อย
- เปลี่ยนแบตสำรองได้ทันทีเมื่อแบตหมด ต่างจากอีกสองแบรนด์ จึงเหมาะกับทริปยาวที่ไม่สะดวกหาที่ชาร์จ เพียงพกแบตสำรองไปเพิ่ม
- ภาพ 8K คมชัดแบบไม่อัปสเกล ให้รายละเอียดจริงมากกว่าตัวเลขความละเอียดที่โฆษณา เหมาะกับงานที่ต้องครอปภาพหรือรีเฟรมมุมแบบละเอียด
- เข้ากับอุปกรณ์เสริม GoPro เดิมที่มีอยู่แล้ว ถ้าเคยใช้ HERO Series มาก่อน อุปกรณ์ยึดและอุปกรณ์เสริมส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันได้ทันที
กล้อง GoPro MAX2 Editor choice
รู้จักสามแบรนด์ที่ครองตลาดกล้อง 360 องศา

Insta360 ก่อตั้งในปี 2015 ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดย Liu Jingkang ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ และเป็นผู้นำตลาดกล้อง 360 องศาระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจาก X-Series แล้ว Insta360 ยังมีกล้องแอ็คชั่นแคมอย่าง Ace Pro 2 และกล้องพกพาขนาดจิ๋วในซีรีส์ GO ให้เลือกด้วย ทำให้ครอบคลุมทั้งตลาดกล้อง 360 องศาและกล้องแอ็คชั่นทั่วไปในแบรนด์เดียว
กล้อง Insta360 X5 Best value

DJI ก่อตั้งในปี 2006 ที่เมืองเซินเจิ้นเช่นกัน โดย Frank Wang (Wang Tao) เป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำตลาดโดรนระดับโลก และเป็นเจ้าของแบรนด์กล้องระดับตำนานอย่าง Hasselblad การเข้าสู่ตลาดกล้อง 360 องศาด้วย Osmo 360 จึงมาพร้อมประสบการณ์ด้านออพติกและกิมบอลที่สั่งสมมานาน นอกจาก Osmo 360 แล้ว DJI ยังมีกล้องแอ็คชั่นแคมซีรีส์ Osmo Action และกล้องกิมบอลพกพาซีรีส์ Osmo Pocket ที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มครีเอเตอร์เช่นกัน
กล้อง DJI Osmo 360 Editor choice

GoPro ก่อตั้งในปี 2002 ที่เมืองซานมาเทโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดย Nick Woodman เป็นผู้บุกเบิกตลาดกล้องแอ็คชั่นแคมตั้งแต่ยุคแรก และเป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq นอกจาก MAX2 ที่เป็นกล้อง 360 องศาแล้ว รุ่นเรือธงกล้องแอ็คชั่นแคมทั่วไปของ GoPro ที่วางขายอยู่คือตระกูล HERO13 Black ซึ่งมีให้เลือกหลายเซ็ตตามการใช้งาน
กล้อง GoPro MAX2 Editor choice
เลือกยี่ห้อไหนดีตามการใช้งานของคุณ
สายเดินทางและ VLOG ยาว ๆ ต่อเนื่องทั้งวัน
ถ้าเป็นสายเที่ยวที่ถ่ายวิดีโอต่อเนื่องนาน ๆ โดยไม่อยากพกแบตสำรองหรือหยุดพักเครื่องบ่อย Insta360 X5 เหมาะที่สุดเพราะถ่ายต่อเนื่องได้นานที่สุดในกลุ่มจากผลทดสอบจริง อีกทั้งกันน้ำลึกที่สุดในตัวโดยไม่ต้องพกเคสกันน้ำเพิ่มระหว่างทริป
กล้อง Insta360 X5 Best value
สายถ่ายอีเวนต์ คาเฟ่ หรืองานกลางคืน
ถ้าเน้นถ่ายในที่แสงน้อยเป็นหลัก เช่น งานอีเวนต์ตอนกลางคืนหรือร้านอาหารบรรยากาศหรี่ DJI Osmo 360 ได้เปรียบสุดจากเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่าคู่แข่ง ทำให้ภาพในที่แสงน้อยมีสัญญาณรบกวนน้อยกว่าอย่างชัดเจน
กล้อง DJI Osmo 360 Editor choice
สายกีฬาผาดโผนที่เลนส์มีโอกาสเป็นรอยหรือแตกบ่อย
สำหรับกีฬาผาดโผนอย่างปีนผาหรือสเก็ตบอร์ดที่เลนส์กล้องมีโอกาสกระทบพื้นบ่อย GoPro MAX2 ตอบโจทย์ที่สุดเพราะเปลี่ยนเลนส์เองได้ในสนามภายในไม่กี่วินาทีโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ต่างจากอีกสองแบรนด์ที่ต้องใช้เครื่องมือหรือส่งเข้าศูนย์
กล้อง GoPro MAX2 Editor choice
งบจำกัด อยากลองกล้อง 360 องศาเป็นตัวแรก
ถ้ายังไม่มั่นใจว่ากล้อง 360 องศาใช่ทางของตัวเองไหม การเลือกรุ่นย่อยในไลน์อัพของ Insta360 อย่าง X4 Air หรือ X3 จะคุ้มค่ากว่า เพราะทั้ง DJI และ GoPro ยังไม่มีรุ่นเริ่มต้นราคาย่อมเยาสำหรับกล้อง 360 องศาในตอนนี้ มีเพียงรุ่นเรือธงตัวเดียวให้เลือกเท่านั้น
กล้อง Insta360 X4 Air Best value
เช็กก่อนซื้อกล้อง 360 องศา สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักลืมดู
- วิธีเปลี่ยนเลนส์เมื่อเลนส์เป็นรอยหรือแตก แต่ละแบรนด์ต่างกันมาก GoPro MAX2 บิดเปลี่ยนได้เองทันที Insta360 X5 เปลี่ยนได้แต่ต้องใช้เครื่องมือและคาลิเบรตใหม่ ส่วน DJI Osmo 360 ต้องส่งเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนเลนส์
- รันไทม์จริงตอนถ่ายต่อเนื่องนาน ๆ ตัวเลขแบตเตอรี่ในสเปคไม่ได้บอกทุกอย่าง เพราะการถ่าย 8K บิตเรตสูงต่อเนื่องทำให้กล้องร้อนและหยุดทำงานเองได้ ควรเผื่อแบตสำรองหรือพักเครื่องเป็นระยะหากถ่ายกิจกรรมยาว
- ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม การ์ดความจุสูงระดับ 256GB ขึ้นไป เคสกันน้ำหากต้องการลงลึกกว่าที่กันน้ำมาในตัว และไมโครโฟนเฉพาะแบรนด์ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้ามตอนตั้งงบซื้อกล้อง
- ความง่ายของแอปตัดต่อหลังถ่าย กล้อง 360 องศาต้องพึ่งแอปในการรีเฟรมเลือกมุมภายหลัง ควรลองดาวน์โหลดแอปของแต่ละแบรนด์มาทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะความถนัดในการตัดต่อของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
- ขนาดไฟล์วิดีโอ 8K ที่ใหญ่กว่าที่คิด วิดีโอ 360 องศาระดับ 8K กินพื้นที่เก็บข้อมูลและใช้เวลาประมวลผลตอนตัดต่อนานกว่าวิดีโอปกติมาก ควรเตรียมคอมพิวเตอร์หรือมือถือที่มีสเปคเพียงพอสำหรับตัดต่อไฟล์ขนาดใหญ่ด้วย
- การรับประกันและศูนย์บริการในไทย ควรเช็คระยะเวลาประกันและมีศูนย์บริการในประเทศไทยหรือไม่ก่อนซื้อ เผื่อกรณีต้องส่งซ่อมหรือเคลมอุปกรณ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้อง 360 องศา
กล้อง 360 องศา ยี่ห้อไหนดี
ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช่สำหรับทุกคน เพราะแต่ละแบรนด์เก่งคนละด้าน Insta360 X5 เหมาะกับคนอยากได้ความสมดุลและแบตเตอรี่ที่ใช้งานต่อเนื่องได้นานที่สุด DJI Osmo 360 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพภาพในที่แสงน้อยและเสียง ส่วน GoPro MAX2 เหมาะกับคนที่อยากได้ระบบเปลี่ยนเลนส์ที่ง่ายที่สุดและคุ้นเคยกับระบบนิเวศ GoPro อยู่แล้ว
กล้อง 360 องศา ยี่ห้อไหนแบตอึดที่สุด
จากผลทดสอบถ่ายวิดีโอ 8K30 ต่อเนื่องแบบบิตเรตสูงจนกล้องร้อนหยุดทำงานเอง Insta360 X5 ถ่ายได้นานที่สุดในกลุ่มที่ประมาณ 93 นาที ตามด้วย DJI Osmo 360 ที่ประมาณ 66 นาที และ GoPro MAX2 อยู่ที่ประมาณ 25 นาที อย่างไรก็ตาม MAX2 มีข้อดีตรงที่ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ทันทีในสนาม (อ้างอิงจากเว็บไซต์ DroneXL – บทความ “Best 360 Camera – GoPro Max 2 Vs. DJI Osmo 360 Vs. Insta360 X5”)
Insta360 X5 กับ GoPro MAX2 ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ขนาดเซนเซอร์และการกันน้ำ X5 มีเซนเซอร์ใหญ่กว่าและกันน้ำได้ลึกถึง 15 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคส ขณะที่ MAX2 กันน้ำได้ 5 เมตรแต่ชูจุดขายเรื่องความละเอียด 8K แบบไม่อัปสเกลและระบบเปลี่ยนเลนส์ที่ง่ายกว่ามาก เหมาะกับการเปลี่ยนเลนส์บ่อยระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง
DJI Osmo 360 เหมาะกับใครมากที่สุด
DJI Osmo 360 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพภาพในที่แสงน้อยและเสียงเป็นพิเศษ เพราะมีเซนเซอร์ใหญ่ที่สุดในกลุ่มและรองรับไมโครโฟนไร้สายตระกูล DJI Mic ได้โดยตรง เหมาะมากสำหรับคนที่มีอุปกรณ์ DJI อยู่แล้วหรือทำคอนเทนต์ที่ต้องถ่ายในร่มและกลางคืนบ่อย
กล้อง 360 องศากับกล้องแอ็คชั่นแคมธรรมดา ต่างกันอย่างไร
กล้อง 360 องศาเก็บภาพรอบทิศทางไว้ครบทุกองศาในคลิปเดียว ทำให้เลือกมุมกล้องได้ทีหลังตอนตัดต่อโดยไม่ต้องเล็งมุมให้ถูกตั้งแต่ตอนถ่าย ส่วนกล้องแอ็คชั่นแคมธรรมดาถ่ายได้เฉพาะมุมที่เล็งไว้ตอนถ่ายเท่านั้น กล้อง 360 องศาจึงเหมาะกับกิจกรรมที่มือไม่ว่างปรับมุมกล้องระหว่างทำกิจกรรม
ควรซื้อการ์ดความจุเท่าไหร่สำหรับถ่ายวิดีโอ 8K 360 องศา
แนะนำให้ใช้การ์ด microSD ความจุอย่างน้อย 256GB ขึ้นไป ระดับความเร็ว UHS-I V30 หรือสูงกว่า เนื่องจากไฟล์วิดีโอ 360 องศาระดับ 8K มีขนาดใหญ่กว่าวิดีโอปกติมาก การใช้การ์ดความจุน้อยหรือความเร็วต่ำเกินไปอาจทำให้บันทึกไม่ต่อเนื่องหรือพื้นที่เต็มเร็วกว่าที่คาด
ทำไมต้องเช็คราคากล้อง 360 องศาที่ iPrice Thailand
iPrice Thailand คือแพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคาสินค้าออนไลน์ในประเทศไทย iPrice Thailand รวบรวมราคากล้อง 360 องศาทั้งจาก Insta360, DJI และ GoPro จากร้านค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือไว้ในหน้าเดียว iPrice Thailand ช่วยให้ผู้ใช้งานเปรียบเทียบราคาระหว่างแบรนด์และรุ่นต่าง ๆ ได้ในคราวเดียวโดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดหลายเว็บไซต์ iPrice Thailand อัปเดตราคาและโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การตัดสินใจซื้อกล้อง 360 องศาง่ายและคุ้มค่าที่สุด
