แคตตาล็อกสินค้า
เลื่อนขึ้น
สินค้าทั้งหมด 0รายการ

ค้นหา เปรียบเทียบราคาผลิตภัณฑ์จาก Urban Supply พร้อมรับส่วนลดพิเศษที่คุณไม่ควรพลาดจาก iPriceThailand.com อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

เราไม่พบสิ่งที่คุณค้าหาได้,กรุณาตรวจสอบคำสะกด

Urban Supply ประเทศไทย - วิธีการเลือกซื้อกระเป๋าเป้

กระเป๋าเป้มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ ผู้ผลิตแต่ละรายก็ล้วนแล้วแต่ทุ่มเท ค้นคว้า ออกแบบและผลิตกระเป๋าเป้ที่มีคุณภาพออกมาทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่ว่ากระเป๋าเป้แต่ละใบนั้นเหมาะกับผู้ใช้หรือไม่ ดังนั้นกระเป๋าเป้ที่ดี คือ กระเป๋าที่เราสะพายแล้วรู้สึกสบายที่สุด นอกจากนั้นเราควรจะต้องลองสะพายด้วยตัวเองในเวลาเลือกซื้อด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีเหมาะสมกับตัวเราแล้ว นอกจากนี้ยังมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ดังนี้

  1. ความจุของตัวเป้ (Capacity of the Pack)

ก่อนอื่นควรจะต้องรู้ว่าคุณมักจะเดินทางท่องเที่ยวลักษณะใด เดินป่าระยะสั้นหรือเดินป่าครั้งละเป็นสัปดาห์ สภาพอากาศหนาวหรือร้อน จำเป็นต้องเอาอุปกรณ์กันหนาวหรืออุปกรณ์พิเศษอื่น ๆ ติดตัวไปด้วยหรือไม่หรือว่าคุณต้องแบกอุปกรณ์ทำครัวหรือของส่วนกลางมากน้อยเพียงใด แต่ข้อสำคัญอย่างหนึ่งคือไม่ควรซื้อเป้ที่มีขนาดใหญ่เกินความต้องการ เพราะโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ธรรมชาติของคนเราหากมีที่เหลือก็มักจะใส่ของเพิ่มเข้าไปอีกเรื่อย ๆ จนกว่าจะเต็ม ซึ่งอาจจะทำให้คุณต้องแบกสัมภาระหนักเกินไปทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีความจำเป็นมากมายเลยก็ได้

  1. ระบบช่วยในการสะพายและโครงของกระเป๋าเป้ (Suspensions and Frames)

ระบบที่ช่วยในการสะพายเป้นี้ประกอบไปด้วยบริเวณที่สำคัญสองส่วน คือ สายสะพายบ่า (Shoulder Straps) และสายรัดสะโพก (Hip Belts) กระเป๋าเป้ธรรมดาทั่ว ๆ ไปหรือเป้เดินป่าสมัยก่อนมักจะมีสายสะพายบ่ากับสายรัดสะโพกที่ตายตัว แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตได้ก้าวหน้าไปมาก ผู้ผลิตต่างก็พยายามพัฒนากระเป๋าเป้เดินป่าของตนให้ล้ำหน้าและเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น มีผู้ผลิตหลายรายที่ผลิตกระเป๋าเป้เดินป่าที่สามารถปรับระดับสายสะพายบ่าและสายรัดสะโพกให้เหมาะกับผู้ใช้ได้ดีมากขึ้น

  1. ขนาดความยาวของลำตัว (Torso Size)

เหตุที่เราจำเป็นจะต้องพิจารณาเรื่องขนาดความยาวของลำตัวของเราในเวลาเลือกซื้อกระเป๋าเป้ด้วยนั้น ก็เนื่องจากในปัจจุบันผู้ผลิตมักจะออกแบบกระเป๋าเป้มาให้ช่วยในการผ่อนแรงและอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ หากเราใช้กระเป๋าเป้ที่มีขนาดใหญ่เกินไป จะทำให้สายรัดสะโพกไม่อยู่ในระดับที่ควรจะเป็นคือจะอยู่ต่ำกว่าสะโพกเรามากเกินไป ซึ่งจะทำให้ไม่ช่วยในการผ่อนน้ำหนักได้เลย และอาจจะยังทำให้ตัวเป้กระแทกหลังเราตลอดเวลาที่เดินอยู่ด้วย หากกระเป๋าเป้มีขนาดเล็กเกินไป สายสะพายบ่าก็อาจจะรัดช่วงบ่าเนื่องจากความกว้างช่วงบ่าอาจจะเล็กเกินไปจนทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ และกระเป๋าเป้อาจจะรั้งและถ่วงไปด้านหลังมากเกินไปอีกด้วย

  1. ทดลองปรับระดับการสะพายเป้ (Adjusting the Suspension)

เมื่อคุณไปเลือกซื้อกระเป๋าเป้ที่ร้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องทดลองสะพายดูด้วย ร้านที่ดีจะต้องอนุญาตให้ลูกค้าทดลองสะพายเป้และต้องมีหมอนหรืออุปกรณ์บางอย่างมาทดลองใส่กระเป๋าเป้ให้เราได้ทดสอบกับน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับเวลาเดินป่าจริงด้วย สิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องทดสอบก็คือสายรัดสะโพก กระเป๋าเป้ที่เหมาะกับตัวเราจะต้องมีสายรัดสะโพกที่สามารถรัดได้พอดีกับระดับกระดูกเชิงกราน ซึ่งจะทำให้น้ำหนักของกระเป๋าเป้ได้ถ่ายเทมาที่สะโพกของเรา ไม่ไปตกเป็นภาระหนักอยู่ที่บ่าของเราเพียงที่เดียว หากระดับของสายรัดสะโพกอยู่สูงหรือต่ำเกินไปก็จะเกิดผลเสียได้

  1. สายสะพายบ่า (Shoulder Straps)

ส่วนที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือสายสะพายบ่า ควรจะเลือกกระเป๋าเป้ที่เมื่อลองสะพายดูแล้ว สายสะพายแต่ละข้างอยู่ในระดับกึ่งกลางกระดูกไหปลาร้าพอดี หากกระเป๋าเป้ไม่กว้างพอจะทำให้เมื่อสะพายแล้วสายสะพายบ่าจะอยู่ชิดกับคอมากเกินไป อาจทำให้รู้สึกรำคาญในขณะเดินและยังทำให้ปวดกล้ามเนื้อบริเวณบ่าอีกด้วย หากกระเป๋าเป้มีช่วงกว้างมากเกินไปก็อาจจะทำให้ตัวกระเป๋ามักจะเลื่อนหลุดได้ง่าย ๆ และยังไม่ช่วยรับน้ำหนักได้อีกด้วย

  1. วัสดุที่ใช้ทำเป้ (Materials)

วัสดุที่ใช้ผลิตกระเป๋าส่วนใหญ่มักจะเป็นวัสดุที่กันน้ำและจะต้องเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีน้ำหนักเบาอีกด้วย ที่นิยมกันมากคือ Cordura และ Ripstop ซึ่งแบบ Ripstop นี้ หลายๆ คนลงความเห็นว่ามีความแข็งแรงทนทานต่อการขีดข่วนได้มาก สำหรับในบริเวณที่คาดว่าจะมีการขีดข่วนหรือเสียดสีมาก ๆ ก็จะเปลี่ยนไปใช้ไนล่อนที่มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้นไปอีก เช่น Ironcloth, Spectra และ Pack Cloth นอกจากนี้ กระเป่าเป้ส่วนใหญ่ยังมีบางบริเวณที่ทำจากตาข่ายยืดหรือโฟมที่มีการระบายอากาศสูง เพื่อช่วยให้แผ่นหลังของเรามีการระบายอากาศได้ดีขึ้น