เลือกซื้อกระเป๋าเป้ให้เหมาะกับตัวคุณ พร้อมพกพาไปได้ทุกที่แบบสบาย ๆ กับ Swissgear เพียงคลิกที่นี่

_

Swissgear ประเทศไทยพาคุณไปรู้จักวิธีการเลือกกระเป๋าเป้สะพายหลังให้เหมาะกับตัวคุณ

กระเป๋าเป้สะพายหลังเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของกระเป๋าที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กระเป๋าแบบอื่น ๆ เพราะสามารถจุของได้มาก นำไปใช้ได้ในหลากหลายโอกาสและสถานการณ์ ซึ่งการจะเลือกใช้กระเป๋าเป้สักใบนั้น นอกจากจะเลือกรูปแบบและดีไซน์ที่ชอบแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะกับตัวคุณเองด้วย ทั้งสไตล์การแต่งตัว ไลฟ์สไตล์ และวัตถุประสงค์ในการใช้งานของคุณ ซึ่ง Swissgear ก็ใจดีเอาสาระน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อกระเป๋าเป้มาฝากกัน

เลือกกระเป๋าเป้สะพายหลังทั้งทีต้องเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อกระเป๋าเป้ให้ถูกใจนั้นก็คือรูปแบบลักษณะการใช้งานนั่นเอง ซึ่งกระเป๋าเป้ที่มีรูปแบบและดีไซน์ต่างกันก็ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันไปด้วย กระเป๋าเป้ที่มีวางจำหน่ายในปัจจุบันสามารถแบ่งแยกประเภทออกตามการใช้งานได้ดังนี้

  • กระเป๋าเป้สำหรับใช้งานประจำวัน หรือที่เรียกว่า Day Pack เป็นกระเป๋าเป้ที่ใช้ใส่ของซึ่งต้องใช้งานเป็นประจำในทุก ๆ วัน เช่น สำหรับใส่ของไปทำงาน หรือไปเข้าเรียน เป็นต้น โดยต้องมีช่องใส่คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เอกสาร และอาจใส่เสื้อผ้าได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่แล้วกระเป๋าเป้ชนิดนี้จะมีขนาดประมาณ 18 – 25 ลิตร เพื่อให้สามารถสะพายไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว ทั้งสะพายเดินไปทำงาน ขึ้นรถไฟ หรือขี่จักรยาน หากคุณเป็นคนที่เดินทางในทริปสั้น ๆ บ่อยครั้งอาจเลือก Day Pack ที่มีความจุมากขึ้นอีกสักนิดก็ได้ ประมาณสัก 25 – 28 ลิตรเพื่อใช้เป็นเป้สำหรับเดินทางค้างคืนได้ 1 – 2 คืนด้วย ซึ่งจะมีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า Technical Day Pack มีฟังก์ชันเสริมพิเศษขึ้นมาสำหรับการเดินทาง เช่น ช่องใส่ขวดน้ำ โครงโลหะ สายเกี่ยวขาตั้งกล้อง เป็นต้น
  • กระเป๋าเป้สำหรับออกกำลังกาย เป็นกระเป๋าเป้ที่เน้นการออกแบบมาไว้ใช้กับการทำกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ เช่น สะพายวิ่ง, สะพายขี่จักรยาน, สะพายปีนเขา, สะพายเดินป่า เป็นต้น โดยมีลักษณะเด่นคือมีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนไหวไปกับตัวคนสะพายได้ ทำให้สามารถแบกสะพายเป้ได้อย่างคล่องตัว สามารถปรับเป้ให้กระชับกับตัวได้โดยไม่ต้องปลดออกจากหลัง กระเป๋าเป้ชนิดนี้มักมีความจุอยู่ที่ 5 – 12 ลิตร มีหลาย ๆ คนเลือกเอากระเป๋าเป้ชนิดนี้ไปใช้เป็น Day Pack ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากจะเอาไว้ใช้ในการเดินทางค้างคืนทริปสั้น ๆ สักคืนสองคืนอาจเลือกเป็นกระเป๋าเป้ที่มีความจุมากขึ้นสัก 18 – 24 ลิตรจะดีกว่า
  • กระเป๋าเป้สำหรับเดินป่า หรือ Hiking Pack เป็นกระเป๋าเป้ที่เน้นในด้านโครงสร้างที่มีความแข็งแรง มีการถ่ายเทน้ำหนักที่ดี สามารถสะพายเดินป่าได้หลาย ๆ ชั่วโมงโดยไม่เมื่อยบ่าหรือหลัง มีความคล่องตัว สามารถสะพายปีนป่าย หรือมุดลอดที่ต่าง ๆ ได้ และยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย กระเป๋าเป้ที่เหมาะกับการเดินป่านั้นควรอยู่ในช่วงความจุ 40 – 55 ลิตร จึงจะเพียงพอต่อการใส่ของจำเป็นสำหรับการเดินป่าได้อย่างครบพร้อม
  • กระเป๋าเป้แบ็คแพ็ค (Backpack) เป็นกระเป๋าเป้ที่จุของได้มาก ถ่ายเทน้ำหนักได้ดี มีโครงสร้างที่แข็งแรง และเน้นการออกแบบให้ผู้สะพายสามารถสะพายกระเป๋าได้อย่างสบายแม้จะใส่ของหนักมาก ๆ ในกระเป๋าเป้ก็ตาม เหมาะกับการใช้ในการเดินทางท่องเที่ยว หรือการเดินป่าในระยะทางไกล ๆ โดยมีลักษณะพิเศษคือมีการแบ่งช่องเก็บของอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถหยิบของขึ้นมาใช้งานได้ง่าย มีข่องใส่ขวดน้ำ และช่องใส่ของที่สามารถหยิบใช้งานได้ง่ายระหว่างเดินทางโดยไม่ต้องปลดเป้ และอาจมีหูแขวนแผ่นโซลาร์เซลล์ไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างเดินทางด้วย

วิธีการเลือกใช้กระเป๋าเป้ให้เหมาะกับสรีระร่างกาย

การเลือกใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังนั้น ควรเลือกให้เหมาะกับสรีระร่างกายของเราด้วย เพราะจะทำให้สามารถแบกเป้ได้อย่างสบายตัว ไม่อึดอัด และไม่เมื่อยล้าบริเวณหลังและบ่า การเลือกซื้อควรแยกเป็นกระเป๋าของผู้หญิงและผู้ชายจะดีกว่า เพราะสรีระพื้นฐานของผู้ชายและผู้หญิงในการแบกสะพายเป้นั้นมีความแตกต่างกัน เนื่องจากผู้หญิงจะมีช่วงไหล่แคบ มีหน้าอก และสะโพกที่ผายกว้างเป็นแนวโค้ง จึงต้องเลือกกระเป๋าเป้ที่ออกแบบมาให้รับกับสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะ การเลือกใช้งานกระเป๋าเป้นั้นสำคัญที่สุดคือต้องให้มีขนาดพอดีกับร่างกาย ไม่ใหญ่จนเกินไป โดยสามารถวัดขนาดของเป้ให้เหมาะกับความยาวกระดูสันหลังได้โดย

  • ใช้เทปสายวัดวัดไปตามความโค้งของหลัง โดยเริ่มจากกระดูกต้นคอ (ข้อที่ 7) ลงไปถึงจุดกระดูกสันหลังที่อยู่ในแนวเดียวกับขอบบนของกระดูกสะโพก
  • วัดซ้ำสัก 2 – 3 ครั้งเพื่อให้ได้ค่าที่แน่นอน จากนั้นจึงค่อยเลือกขนาดของโครงเป้ หากค่าที่วัดได้อยู่ที่ 14” – 16” (35 – 40 ซม.) = XS, 16” – 18” (40 – 46 ซม.) = S, 18” – 20” (46 – 51 ซม.) = M, 20” – 22” (51 – 56 ซม.) = L
  • เมื่อได้ขนาดกระเป๋าเป้ที่ต้องการแล้วให้ทดลองแบกดูโดยใส่ของลงไปในเป้ให้มีน้ำหนักประมาณ 7 – 10 กก. แล้วสะพายเป้ขึ้นไหล่ อย่าเพิ่งรัดสายคาดเอว คลายสายปรับระยะระหว่างสายสะพายด้านบนกับตัวเป้ แล้วดึงสายสะพายไหล่ให้ตึง ทำให้สายสะพายโค้งไปตามด้านหน้าและด้านหลังของหัวไหล่ ยกไหล่ขึ้นแล้วค่อยรัดสายคาดเอว ถ้าเลือกขนาดได้ถูกต้อง ขอบบนของสายคาดเอวจะต้องอยู่เหนือส่วนบนของกระดูกสะโพกประมาณ 1”
  • ลองสะพายเป้เดินไปมา แล้วยกขาขึ้นข้างหนึ่งเพื่อดูว่าเคลื่อนไหวร่างกายได้สบายหรือไม่
NEW