แคตตาล็อกสินค้า
เลื่อนขึ้น
ราคา
ร้านค้า
สินค้าทั้งหมด 3รายการ

รอบรู้และเข้าใจเรื่องอุปกรณ์เซฟตี้หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลไปกับ Safety Jogger ที่พร้อมมาตอบคำถามเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน คลิกที่นี่

ไปที่ร้านค้า
−18%
SafetyJogger Safety Jogger รุ่น X2000 รองเท้าเซฟตี้ รองเท้าหัวเหล็ก
1,349 บาท 1,649 บาท
Lazada
ไปที่ร้านค้า
−18%
SafetyJogger Safety Jogger รุ่น Bestgirl รองเท้าเซฟตี้ รองเท้าหัวเหล็ก
1,349 บาท 1,649 บาท
Lazada
ไปที่ร้านค้า
−16%
SafetyJogger Safety Jogger รุ่น Ceres รองเท้าเซฟตี้ รองเท้าหัวคอมโพสสิต
2,059 บาท 2,459 บาท
Lazada

Safety Jogger ประเทศไทย – เพราะชีวิตคือสิ่งสำคัญ...อย่าประมาทด้วยการใช้อุปกรณ์เซฟตี้อยู่เสมอ

ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นในโรงงานอุตสาหกรรม หรือไซต์ก่อสร้าง ฯลฯ ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนั้นแล้วยังต้องเตรียมพร้อมด้วยการสวมอุปกรณ์เซฟตี้หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอยู่เสมอเมื่อเข้าไปปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า, รองเท้า, หมวก เป็นต้น ต้องหมั่นสวมใส่ให้เป็นนิสัยเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับตนเอง และวันนี้ Safety Jogger แบรนด์ชั้นนำเรื่องรองเท้าเซฟตี้ก็จะมาให้ความรู้กับคุณเกี่ยวกับอุปกรณ์เซฟตี้หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลกัน

รอบรู้เรื่องอุปกรณ์เซฟตี้หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

อุปกรณ์เซฟตี้หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protection Equipment) หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า PPE เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สวมใส่ปกคลุมส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมขณะที่ปฏิบัติงาน ซึ่งจะมีคุณสมบัติป้องกันส่วนที่สำคัญของร่างกายเฉพาะส่วน แบ่งได้เป็น

  • อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ (Head Protection) ใช้สำหรับป้องกันศีรษะจากการถูกกระแทก ไม่ว่าจะเป็นการชนถูกหรือมีวัตถุตกลงมาจากที่สูง รวมไปถึงป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าและสารเคมีเหลวด้วย ได้แก่ หมวกนิรภัย (Safety Hat) หมวกกันศีรษะชน (Bump Hat) หมวกนิรภัย หมวกกันเคมี เป็นต้น
  • อุปกรณ์ป้องกันดวงตา (Safety Glasses) เป็นแว่นตานิรภัยที่ป้องกันดวงตาจากการถูกกระแทกด้วยของแข็ง ป้องกันสารเคมีหรือวัตถุอันตรายกระเด็นเข้าสู่ดวงตาขณะปฏิบัติงาน ได้แก่ แว่นตาเซฟตี้, แว่นตางานเชื่อม เป็นต้น
  • อุปกรณ์ป้องกันจมูก (Nose Protection) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันการสูดดมสารเคมี หรือฝุ่นละอองที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายในขณะที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ ผ้าปิดจมูก หน้ากากกันสารพิษ เป็นต้น
  • อุปกรณ์ป้องกันหู (Ear Protection) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันเสียงที่มีระดับเสียงสูงกว่า 85 เดซิเบล ซึ่งเป็นอันตรายต่อการได้ยินของหูคนเรา ประกอบไปด้วยปลั๊กลดเสียง (Ear Plug) ครอบหูลดเสียง (Ear Muffs)
  • อุปกรณ์ป้องกันมือ (Hand Protection) ใช้ป้องกันบริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ และแขนซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากการสัมผัสกับสิ่งของ วัสดุ หรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ได้แก่ ถุงมือยาวกันไฟฟ้า ถุงมือกันความร้อน ถุงมือยางไวนิลหรือนีโอพรีน เป็นต้น
  • อุปกรณ์ป้องกันเท้า (Safety Footwear) ใช้ป้องกันฝ่าเท้าจากอันตรายที่เกิดจากการกระแทก หรือสารเคมีหกใส่ รวมถึงกระแสไฟฟ้าซึ่งอาจเกิดขึ้นขณะปฏิบัติงานได้ ได้แก่ รองเท้าป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า รองเท้านิรภัย รองเท้าป้องกันสารเคมี เป็นต้น

อุปกรณ์เซฟตี้ที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร

ในการเลือกใช้อุปกรณ์เซฟตี้หรือ PPE นั้นควรจะต้องเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและมีลักษณะสำคัญ ดังนี้

  • เลือกใช้อุปกรณ์เซฟตี้ที่สามารถป้องกันอันตรายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจุดที่อุปกรณ์นั้น ๆ ปกป้องเป็นพิเศษ
  • อุปกรณ์เซฟตี้ควรมีน้ำหนักไม่มากเกินไป และสวมใส่ได้โดยไม่รู้สึกเทอะทะหรืออึดอัด เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น
  • อุปกรณ์เซฟตี้ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานมอก.แล้วเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของอุปกรณ์นั้น ๆ
  • อุปกรณ์เซฟตี้จะต้องใช้งานง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนเกินไป
  • เลือกอุปกรณ์เซฟตี้ที่มีสีสันเด่นชัด มองเห็นง่าย
  • การเลือกใช้อุปกรณ์เซฟตี้นั้น ผู้ใช้ต้องรู้จุดประสงค์ในการใช้งานเสียก่อน และเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะของงาน เพื่อให้สามารถป้องกันอันตรายได้มากที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเอง

หลักสำคัญในการเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันเท้า

อุปกรณ์เซฟตี้ที่มักจะเห็นได้ทั่วไปซึ่งใช้งานกันอย่างแพร่หลายก็คือ อุปกรณ์ป้องกันเท้า ซึ่งช่วยปกป้องบริเวณเท้า นิ้วเท้า ข้อเท้า หน้าแข้งจากอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น สำหรับการเลือกอุปกรณ์ป้องกันเท้านั้นควรเลือกโดย

  • รองเท้านิรภัยหรือรองเท้าเซฟตี้ จะมีหัวรองเท้าเป็นโลหะ ให้เลือกแบบที่สามารถรับน้ำหนักได้ 2,500 ปอนด์ขึ้นไป และสามารถทนแรงกระแทกของวัตถุที่หนัก 50 ปอนด์ขึ้นไปซึ่งจะตกจากที่สูง 1 ฟุต
  • รองเท้าป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ให้เลือกรองเท้าที่ใช้วัสดุทำจากยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์
  • รองเท้าป้องกันสารเคมี ให้เลือกรองเท้าที่ทำจากวัสดุที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี เช่น ไวนิล, นีโอพรีน, ยางธรรมชาติฐ ยางสังเคราะห์ เป็นต้น จะเลือกแบบที่มีหัวโลหะ หรือไม่มีหัวโลหะก็ได้ แล้วแต่ลักษณะงานที่จะนำไปใช้