เต็มอิ่มไปกับสุดยอดพลังเสียงจากเครื่องเสียงและ Hi Fi ของ Saag ในราคาพิเศษสุด ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับเกี่ยวกับลำโพงแบบมือโปรด้วย คลิกที่นี่เลย

เครื่องเสียงและ Hi Fi SAAG
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ SAAG
_

Saag ประเทศไทย – มาเลือกซื้อลำโพงให้เป็นกันดีกว่า

หากคุณอยากเต็มอิ่มไปกับเสียงอันทรงพลังในทุกความบันเทิงที่รับชมละก็ ต้องรู้จักเลือกลำโพงให้เป็น เพื่อให้ช่วยขับเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มที่ ซึ่งแบรนด์เครื่องเสียงและ Hi Fi Saag ก็มีเคล็ดลับเกี่ยวกับลำโพงมาฝากกันด้วย

ลำโพงกับความสำคัญในการสร้างประสบการณ์เสียงแบบเต็มอิ่ม

ลำโพงนั้นมีความสำคัญอย่างไรน่ะเหรอ ก็เพราะมันเป็นอุปกรณ์ที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้รับชมได้ด้วยพลังเสียงอันทรงพลังและไพเราะนั่นเอง ซึ่งสามารถนำไปต่อเพื่อชมภาพยนตร์ ฟังเพลง เล่นเกมส์ได้ ช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังมากยิ่งขึ้น ซึ่งลำโพงนั้นก็มีหลากหลายแบบด้วยกัน อาจเป็นลำโพงที่ไว้ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ลำโพงที่ต่อเข้ากับโทรทัศน์ หรือลำโพงแบบเคลื่อนที่ซึ่งสามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ดิจิตอลทั้งหลายก็ได้ ลำโพงแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์ก็จะให้เสียงในรูปแบบที่แตกต่างกัน และมีคุณภาพเสียงที่ต่างกันไปด้วย บางรุ่นอาจเน้นเสียงทุ้ม บางรุ่นอาจเน้นเสียงแหลม ซึ่งจะเลือกแบบใดนั้นก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล อย่างไรก็ดีหากคุณต้องการให้ได้พลังเสียงที่เต็มอิ่มมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงแล้วละก็ ควรลงทุนกับลำโพงเสียหน่อย เพื่อให้ได้ลำโพงที่มีคุณภาพและทนทานมากยิ่งขึ้น

รู้จักกับลำโพงกันก่อนจะไปเลือกซื้อลำโพง

ก่อนที่จะเลือกซื้อลำโพงที่ตรงใจคุณนั้น คุณควรจะรู้จักและเข้าใจลำโพงในแบบต่าง ๆ เสียก่อน เพื่อให้สามารถเลือกลำโพงที่ตรงกับความต้องการและเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุดนั่นเอง

ลำโพงชนิดต่าง ๆ

ลำโพงโดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ ๆ ได้ 2 ชนิด คือ

  • ลำโพงชนิดที่ไม่มีวงจรขยายเสียงในตัว ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลำโพงที่ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีขนาดของกรวยลำโพงที่ใช้ภายในตัวลำโพงขนาดเล็กเพียง 2 นิ้ว ซึ่งต้องอาศัยการ์ดเสียงที่มีวงจรขยายเสียงเข้ามาช่วยสำหรับการต่อเข้าใช้งานกับคอมพิวเตอร์ คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของการ์ดเสียงเป็นหลัก ลำโพงชนิดนี้จะไม่มีปุ่มปรับเสียงใด ๆ เลยบนตัวลำโพง ต้องควบคุมการทำงานผ่านซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น
  • ลำโพงที่มีวงจรขยายเสียงในตัว ซึ่งจะมีปุ่มปรับเสียงในรูปแบบต่าง ๆ อยู่บนตัวลำโพงเลย เช่น ปุ่มปรับระดับความดังของเสียง, ปุ่มปรับความดังของเสียงทุ้มหรือเสียงเบส, ปุ่มปรับระดับความดังของเสียงแหลม เป็นต้น

ลำโพงประเภทต่าง ๆ

นอกจากการแบ่งชนิดของลำโพงตามแบบของวงจรขยายเสียงบนตัวลำโพงแล้ว ยังสามารถแบ่งตามช่องทางเสียงหรือ channel ได้ด้วย ซึ่งถือเป็นการแยกประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในท้องตลาด ได้แก่

  • Mono (1 channel) คือลำโพงที่มีการส่งสัญญาณเสียงออกมาที่ลำโพงตัวหลังเพียงตัวเดียว ซึ่งลำโพงแบบโมโนนั้นจะไม่มีมิติของเสียงเลย เมื่อฟังแล้วจะแยกไม่ได้เลยว่าเสียงนั้น ๆ มาจากตำแหน่งไหน เพราะเสียงทุกเสียงดังออกมาจากช่องทางเดียวกันนั่นเอง
  • Stereo (2 channel) เป็นช่องทางเสียงที่ต้องใช้ลำโพงสองตัววางไว้ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของผู้ฟัง สัญญาณเสียงแบบสเตอริโอนั้น เราสามารถแยกและบอกตำแหน่งเสียงที่ได้ยินได้ คือสามารถแยกได้ว่าเสียงเครื่องดนตรีชิ้นไหนมาจากลำโพงข้างใดนั่นเอง ซึ่งเสียงที่ได้นั้นจะมีความไพเราะและมีมิติมากขึ้น
  • 1 channel เป็นลำโพงที่พัฒนามาจากลำโพงสเตอริโอ โดยเพิ่มซับวูฟเฟอร์เข้ามา เพื่อช่วยเพิ่มพลังเสียงเบสให้ดียิ่งขึ้น ลำโพงชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมีราคาพอเหมาะและยังให้คุณภาพเสียงที่ดีพอใช้ แถมยังติดตั้งง่ายอีกด้วย
  • 4 Point Surround (4.1 channel) ประกอบไปด้วยลำโพง 4 ชิ้น และซับวูฟเฟอร์อีก 1 ตัว ซึ่งต้องจัดวางในตำแหน่งหน้าซ้าย, หน้าขวา, หลังซ้าย, หลังขวา และซับวูฟเฟอร์ตรงกลาง ลำโพงแต่ละตัวก็จะถ่ายทอดเสียงที่ต่างกันไป เพราะแต่ละตัวจะมีสัญญาณที่แตกต่างกัน เสียงที่ได้ก็จะมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วย
  • 1 channel เป็นลำโพงที่ใหญ่กว่าแบบที่แล้วขึ้นมาอีกนิด โดยจะเพิ่มช่องสัญญาณเข้ามาอีก 2 channel โดยลำโพงชนิดนี้จะรองรับระบบเสียงแบบ Dolby Digital และ DTS (Digital Theater Systems) ด้วย ซึ่งเป็นระบบเสียงที่ใช้กันในโรงภาพยนตร์นั่นเอง
  • 1 channel จะเพิ่มสัญญาณเสียงจากลำโพงแบบ 5.1 เข้ามาด้วยลำโพงอีกหนึ่งตัว ซึ่งเป็นชนิดที่เริ่มได้รัรบความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากให้เสียงที่ไพเราะ ได้คุณภาพ มีความสมจริง เต็มอรรถรสยิ่งขึ้น
  • Destop Theater 7.1 (8 channel) เป็นลำโพงชุดใหญ่ที่สุดในลำโพงทั้งหมด คือจะเพิ่มลำโพงตรงกลางซ้าย, กลางขวาขึ้นมาจากลำโพง 1 อีก 2 ตัว ซึ่งต้องใช้งานควบคู่ไปกับ Sound card สำหรับลำโพง 7.1 โดยเฉพาะ และพลังเสียงที่ได้นั้นก็มีพลังสูงสุด ให้ความสมจริงได้มากที่สุด และแน่นอนว่ามีราคาแพงที่สุดด้วย
NEW