หน้าหลัก
1,245 สินค้า
หน้าหลัก  >  Plantronics

สินค้า Plantronics

1,245 สินค้า

เรียนรู้วิธีเลือกซื้อหูฟังจาก Plantronics เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีและอรรถรสความบันเทิงอันเต็มเปี่ยมยิ่งขึ้นได้แล้ววันนี้ อ่านเพิ่มเติม คลิก

_
×
เรากำลังเตรียมฟีเจอร์นี้ให้คุณพร้อมใช้งาน อดใจรออีกนิด!

ลิสต์ราคา Plantronics ยอดนิยมปี 2018

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Voyager 5200 Series ชุดหูฟังบลูทูธ 3,222 บาท Lazada
ชุดหูฟังบลูทูธ Voyager 5200 เคสชาร์จ - INTL 2,628 บาท Lazada
Blackwire C310-M PL-85618-01 USB - นานาชาติ 2,674 บาท Lazada
CS@ Bluetooth Headset Voyager Edge Lite Black 2,590 บาท Lazada
Voyager 5200 standalone 3,045 บาท Lazada
BLUETOOTH HEADSET (สีดำ) รุ่น VOYAGER 3240 5,290 บาท Power Buy
CS@ Headphone Wireless BackBeat Fit Sport Gray 3,290 บาท Lazada
BackBeat Fit Sport Grey 3,190 บาท Lazada
VOYAGER 3200 (Daimond Black) 3,359 บาท Lazada
Voyager Legend (Black) แถมฟรี หมอนหัวใจ 3,390 บาท Lazada
ยอดนิยม
-22% Voyager 5200 Series ชุดหูฟังบลูทูธ

มีให้เลือกทั้ง Lazada 4,171 บาท 3,222 บาท ไปที่ร้านค้า

เคล็ดลับการเลือกซื้อหูฟังคู่ใจเพื่อรับชมความบันเทิงอย่างเต็มที่จาก Plantronics ประเทศไทย

Plantronics มีสินค้าไอทีและสินค้าอื่น ๆ มาบริการหลากไอเท็มในหลายประเภทด้วยกัน ได้แก่ เครื่องเสียงและ Hi Fi Plantronics, โทรศัพท์และแท็บเล็ต Plantronics, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Plantronics และยานยนต์ Plantronics โดยหูฟังไร้สายนั้นถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะมีคุณภาพเสียงอันยอดกเยี่ยมและช่วยอำนวยสะดวกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทั้งฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม หรือออกกำลังกาย หูฟังไร้สาย Plantronics ก็ตอบโจทย์ได้ครบครันสุด ๆ เท่านั้นยังไม่พอ หากใครกำลังมองหาและกำลังเลือกซื้อหูฟังคู่ใจอยู่นั้น วันนี้ Plantronics ประเทศไทยก็มีเคล็ดลับการเลือกซื้อมาฝากด้วย ดังนี้

เลือกประเภทหูฟังที่ชอบ
ในปัจจุบันมีหูฟังหลากหลายประเภทให้เลือกใช้กันมากมาย เช่น หูฟังแบบแปะหู (Earbuds) ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก และใส่ได้นานโดยไม่เจ็บหู, หูฟังแบบ In-ear Headphones คล้ายหูฟังแบบแปะหูแต่ต้องใส่ Eartips ที่ทำจากซิลิโคนไปในช่องหูให้พอดี โดยมี 3 ขนาดให้เลือกทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ ข้อดีก็คือจัดเก็บสะดวก พกพาง่าย สวมใส่สบายและป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก, หูฟังแบบ Ear Pad Headphones มีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักเบา แนบกับหูได้พอดี ให้คุณภาพเสียงที่น่าพอใจ แต่ก็ไม่สามารถครอบหูได้ทั้ง จึงทำให้ได้ยินเสียงรบกวนภายนอกอยู่บ้าง รวมทั้งหูฟังแบบ Full Size Headphones มีขนาดใหญ่และครอบหูได้ทั้งหมด สามารถถ่ายทอดเสียงพร้อมรายละเอียดได้อย่างเต็มที่ คุณภาพเสียงที่ได้จึงไพเราะ เป็นธรรมชาติ และใสเป็นอย่างมาก แถมยังป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีเลยทีเดียว
ควรมีตัวตัดเสียงรบกวนจากภายนอก
แน่นอนว่าหูฟังที่ดีและจะให้อรรถรสความบันเทิงได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้นนั้น ต้องมีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวนภายนอก (Noise Cancelling) ได้ด้วย เพราะหากกำลังฟังเพลง เล่นเกม หรือดูหนังอยู่แล้วได้ยินเสียงแทรกก็คงจะไม่สนุกกันสักเท่าไหร่ จริงไหมละ แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องราคา ก็อาจจะสูงสักนิดหนึ่ง
ป้องกันเสียงรบกวนได้
หูฟังที่มีตัวป้องกันเสียงรบกวนภายนอก (Noise Isolation) นั้นก็อาจจะคล้ายกับหูฟังที่มีตัวตัดเสียงรบกวน แต่คุณภาพเสียงที่ได้อาจจะไม่ดีเท่าหูฟังที่มีตัวตัดเสียงรบกวน และข้อดีก็คือมีราคาถูกกว่ามาก
ไร้สาย
หูฟังไรสาย (Wireless) นั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันเพราะใช้งานได้สะดวกและไม่ต้องมีสายมาเกะกะกวนใจให้ยุ่งยาก มีบลูทูธเป็นตัวเชื่อมต่อกันระหว่างหูฟังกับเครื่องเล่น ซึ่งบางรุ่นก็อาจมีปุ่มควบคุมการเล่นเพลงอย่างเปลี่ยนเพลงและเพิ่ม-ลดเสียงมาให้ด้วย จึงทำให้การใช้งานสะดวกพร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี
กันน้ำได้
สำหรับใครที่ชอบออกกำลังกายและอยากซื้อหูฟังมาฟังเพลงขณะออกกำลังกายเพื่อให้มีพลังมากยิ่งขึ้นนั้น แนะนำให้เลือกหูฟังที่กันน้ำได้ เพราะขณะออกกำลังกายมักจะมีเหงื่อออกนั่นเอง

ราคาเหมาะสม
ราคาถือเป็นปัจจัยแรก ๆ ที่เราควรพิจารณาก่อนซื้อหูฟังเลยก็ว่าได้ เพราะบางทีหูฟังราคาแพงก็ไม่ได้ดีเสมอไป ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้งานและคุณภาพของหูฟังว่าเหมาะสมกับราคาหรือเปล่าด้วย
พกพาง่าย
สำหรับคนที่ชอบเดินทางบ่อยหรือพกพาหูฟังไปด้วยทุกที่นั้น แนะนำให้เลือกหูฟังที่พกพาง่าย อาจจะเป็นหูฟังไร้สาย หูฟังที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด หรือหูฟังที่พับเก็บได้ง่ายก็ได้
คุณภาพเสียงดี
ก่อนซื้อหูฟังต้องลองฟังเสียงจากหูฟัง ด้วยตัวเองว่าเป็นคุณภาพเสียงที่เหมาะสมกับประเภทเพลงที่ชอบฟังและเหมาะกับการใช้งานหรือเปล่า เช่น ถ้าเป็นคนชอบฟังเพลงร็อคหรือเพลงสนุก ๆ ก็ให้เลือกหูฟังที่ให้เสียงเบสชัดเจน เป็นต้น
มีการรับประกัน
โดยทั่วไปแล้วหากซื้อหูฟังจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือนั้นจะมีการรับประกันประมาณ 1 – 2 ปี และเมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ก็สามารถส่งซ่อมที่ศูนย์ได้โดยง่ายแถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ หากอยู่ในช่วงรับประกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อหูฟังต้องเลือกอันที่มีการรับประกันด้วย

นอกจากนี้ก็อย่าลืมตรวจสอบวัสดุที่ใช้ในการผลิตหูฟังนั้น ๆ ด้วยว่ามีความแข็งแรงหรือยืดหยุ่นพอที่จะรองรับการใช้งานหรือไม่ เพราะถ้าหากหูฟังเปราะบางหรือแตกหักง่าย ก็คงจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปสักเท่าไหร่