ดับกระหายในหน้าร้อนพร้อมกับสุขภาพดีไปพร้อมกันด้วยการดื่มน้ำปั่นผลไม้ ดังนั้นมาเลือกน้ำปั่นให้เหมาะกับ Otto ดีกว่า จะได้ปั่นดื่มเองอย่างแฮปปี้และสุขภาพดีได้อย่างอุ่นใจ อ่านเพิ่มเติม คลิก

_

ลิสต์ราคา เครื่องปั่น Otto ยอดนิยมปี 2021

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Otto BE127A 1,292 บาท Lazada
Otto BE128 1,931 บาท Shopee
Otto เครื่องปั่น รุ่น BE-127A 855 บาท Lazada
Otto BE111 390 บาท Shopee
Otto BE-120 529 บาท LazMall by Lazada
Otto BE-125B 796 บาท Shopee
Otto เครื่องปั่น รุ่น BE-128S 1,279 บาท LazMall by Lazada
Otto BE-111 499 บาท Shopee
Otto BE122 450 บาท Shopee
Otto BE-126 1,990 บาท HighShopping
ยอดนิยม
Otto BE127A

ราคาดีที่สุดที่ Lazada 1,292 บาท 1,680 บาท ไปที่ร้านค้า

เทคนิคการเลือกเครื่องปั่นคุณภาพเยี่ยมและใช้งานได้เหมาะมือ โดย Otto ประเทศไทย

Otto เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกใจพ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่ทั้งหลายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะคุณภาพจะดีเยี่ยมและทนทานต่อการใช้งานแล้ว ราคายังเป็นกันเองและสบายกระเป๋าสุด ๆ อาทิ เครื่องหุงต้ม, หม้อสุกี้, กาต้มน้ำไฟฟ้า และเครื่องปั่น เป็นต้น โดยเครื่องปั่น Otto นั้นจะปั่นพริกก็ได้ ปั่นส่วนผสมอาหารก็ได้ ทั้งยังปั่นน้ำผลไม้ดื่มได้แบบสบาย ๆ เรียกว่าเหมาะที่จะมีไว้บ้านเพื่อปั่นน้ำผลไม้ดื่มคลายร้อนและดับกระหายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เมนูน้ำปั่นผลไม้หรือสมูทตี้ยังได้รับความนิยมมาก ๆ ในหมู่คนรักสุขภาพ ดังนั้นหากจะเลือกซื้อมาไว้ใช้งานที่บ้าน ก็ต้องเลือกอย่างพิถีพิถันกันสักหน่อย จะได้ใช้งานได้เหมาะมือและทนทานคุ้มค่า

แข็งแรงทนทาน
ควรเลือกเครื่องปั่นหรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้คุณภาพดีที่ปลิตจากวัสดุแข็งแรงทนทาน ตัวโถปั่นก็ควรผลิตจากวัสดุชั้นเยี่ยม ใบมีดสเตนเลส จะได้ปั่นผลไม้หรืออาหารได้ง่ายขึ้น แล้วก็ไม่เป็นสนิมเมื่อใช้งานไปนาน ๆ อย่าตัดสินใจเลือกเครื่องปั่นแค่ผิวเผินเป็นอันขาด เพราะบางแบรนด์แม้จะมีกำลังปั่นมาก แต่ก็อาจจะแอบลดต้นทุนการผลิตโดยการใช้วัสดุคุณภาพต่ำก็เป็นได้และพอใช้งานไม่กี่ครั้งก็พังซะละ ดังนั้นตรวจสอบให้ครบทั้งตัวโถ ใบมีด และอุปกรณ์อื่น ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
กำลังปั่นเพียงพอ
สำหรับเครื่องปั่นที่จะนำมาปั่นผลไม้หรือใช้งานในบ้านนั้น ควรเลือกกำลังปั่นไม่ต่ำกว่า 200 วัตต์ แต่ถ้าต้องปั่นทีละมาก ๆ ก็ต้องเลือกกำลังวัตต์ที่มากขึ้นไปอีก แล้ววิธีสังเกตกำลังวัตต์ก็ง่ายมากเพราะมีระบุไว้บนกล่องอยู่แล้ว ทั้งนี้สำหรับคนที่อยากได้เครื่องปั่นไปปั่นขายก็ต้องเลือกกำลังวัตต์อย่างน้อย 600 วัตต์ขึ้นไป แต่ถ้าต้องปั่นน้ำเกินวันละ 100 แก้วก็ให้เลือก 1,000 วัตต์ไปเลย กำลังปั่นจะได้เพียงพอต่อการใช้งาน เครื่องจะได้ไม่ทำงานหนัก และใช้งานได้นานขึ้น
ทำความสะอาดง่าย
นอกจากจะต้องเลือกเครื่องปั่นที่สะดวกและเหมาะกับการใช้งานแล้ว ควรเลือกเครื่องที่ถอดและประกอบง่ายด้วย จะได้ทำความสะอาดได้ง่ายตามไปด้วย เครื่องปั่นจะได้ไม่มีสิ่งตกค้าง พร้อมใช้งานสำหรับครั้งต่อไป และที่สำคัญ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราด้วย

นอกจากนี้คุณพ่อบ้านแม่บ้านหรือเหล่านักช้อปทั้งหลายควรดูที่ความจุของตัวโถปั่นด้วยว่าเพียงพอต่อการใช้งานหรือเปล่า ราคาแพงเกินไปไหม แล้วแบรนด์ที่จะเลือกใช้เชื่อถือได้หรือไม่ แล้วถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ก็ต้องเลือกเครื่องปั่นที่มีอายุรับประกันพร้อมบริการหลังการขายด้วย จะได้ใช้งานอย่างอุ่นใจ และถ้าเครื่องมีปัญหาก็สามารถส่งเคลมได้แบบไร้ข้อกังวล

NEW