เลือกซื้อน้ำหอมกลิ่นแสนเย้ายวน ถูกใจทั้งตัวคุณและคนข้างกายไปกับ Nina Ricci พร้อมเคล็ดลับเด็ด ๆ ในการเลือกน้ำหอมให้หอมกรุ่นตลอดวัน คลิกที่นี่

_

ลิสต์ราคา Nina Ricci ยอดนิยมปี 2020

ยอดนิยม
-71% Nina Ricci LExtase for Women EDP 80ml [Ready Stock]

มีให้เลือกที่ Lazada 1,106 บาท 3,900 บาท ไปที่ร้านค้า

Nina Ricci ประเทศไทย – สาระน่ารู้ที่ไม่ควรมองข้ามก่อนจะเลือกน้ำหอมดี ๆ คู่ใจสักขวด

น้ำหอมถือเป็นหนึ่งในไอเท็มตกแต่งกายที่มีความสำคัญไม่แพ้กับแอ็กเซสซอรี่อื่น ๆ เพราะมันคือสิ่งที่บอกตัวตนของคน ๆ นั้นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม ต่างก็ต้องการมีกลิ่นหอมสุดประทับใจต่อคนรอบข้างทั้งนั้น นอกจากนี้น้ำหอมยังเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ฉีดอีกด้วย ทำให้ไม่กลัวที่จะให้คนอื่น ๆ เข้าใกล้ตัวเรา แต่การเลือกน้ำหอมนั้นก็ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจกันสักนิด เพื่อที่จะได้เลือกกลิ่นน้ำหอมในแบบที่เหมาะกับกลิ่นกายของตัวเอง รวมไปถึงเทคนิคการฉีดให้กลิ่นอยู่ติดทนนานด้วย ซึ่งวันนี้ Nina Ricci แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ไม่ได้มีเพียงน้ำหอมเท่านั้น แต่ยังมีแฟชั่นไอเท็มอื่น ๆ เช่น แว่นตา, ผลิตภัณฑ์สำหรับอาบน้ำ, โลชั่นด้วย จะมามอบความรู้ที่ไม่ควรมองข้ามก่อนจะเลือกน้ำหอมดี ๆ ที่ใช่สำหรับตัวคุณด้วย

เข้าใจน้ำหอมประเภทต่าง ๆ เลือกให้ถูก เลือกให้เป็น

สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนักเกี่ยวกับประเภทของน้ำหอมซึ่งมีระบุอยู่ข้างกล่องผลิตภัณฑ์เกือบทุกชิ้น และแบบไหนมีความพิเศษอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบด้วยกันเลย

  • Eau Fraiche คือน้ำหอมประเภทที่มีกลิ่นเจือจางที่สุดในหมู่น้ำหอมทั้งหมด โดยจะมีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมอยู่ในปริมาณเพียง 1 – 3% เท่านั้น ส่วนประกอบที่เหลือภายในขวดน้ำหอมก็คือแอลกอฮอล์และน้ำ ซึ่งกลิ่นของ Eau Fraiche นั้นจะอยู่ติดกายได้ไม่นานนัก อาจจะไม่ถึง 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป
  • Eau de Cologne โคโลญจน์เป็นน้ำหอมที่ค่อนข้างมีความเจือจาง แต่จะไม่เจือจางเท่ากับ Eau Fraiche โดยมีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมอยู่ในปริมาณ 2 – 4% ส่วนใหญ่แล้วโคโลญจน์จะเน้นไปที่กลิ่นหอมสดชื่น กลิ่นที่บางเบา หรือกลิ่นผลไม้ จึงเป็นกลิ่นที่เหมาะกับหนุ่มสาววัยรุ่นเป็นอย่างมาก ไม่หอมฉุนจนเกินไป ซึ่งกลิ่นของโคโลญจน์นั้นจะอยู่ติดทนได้ราว ๆ 2 ชั่วโมง
  • Eau de Toilette หรือ EDT เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นมากขึ้นมาอีกหน่อย โดยจะมีส่วนประกอบของหัวน้ำหอม 5 – 15% ผสมกับแอลกอฮอล์และน้ำ โดยกลิ่นจะสามารถติดทนได้นาน 3 – 4 ชั่วโมง แล้วแต่ความเข้มข้นของน้ำหอมขวดนั้น ๆ
  • Eau de Parfum หรือ EDP เป็นน้ำหอมชนิดที่มีความเข้มข้นค่อนข้างสูง มีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมประมาณ 15 – 20% เลยทีเดียว ดังนั้นกลิ่นของน้ำหอม EDP จึงติดแน่นทนนานได้ยาวนานถึง 5 – 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทำให้เป็นน้ำหอมชนิดที่ได้รับความนิยมสูง
  • Perfume คือน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงสุด มีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมมากถึง 20 – 30% แค่ฉีดเพียงครั้งเดียวก็อยู่ติดทนนานไปได้ตลอดวัน แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่สูงลิบลิ่วด้วยเช่นกัน

เลือกน้ำหอมจากแนวกลิ่นที่ผสมผสานอยู่ในน้ำหอมขวดนั้น ๆ

การเลือกน้ำหอมมาใช้นั้น สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือต้องการให้น้ำหอมติดทนทานแค่ไหน เพื่อให้สามารถเลือกชนิดของน้ำหอมที่จะใช้ได้ ต่อมาที่ต้องดูกันก็คือลักษณะกลิ่นน้ำหอมที่เข้ากันกับกลิ่นกายและบุคลิกของตัวคุณเอง ซึ่งตามปกติแล้วกลิ่นน้ำหอมจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  • Top Note เป็นกลิ่นแรกที่คุณได้รับรู้ถึงเมื่อฉีดน้ำหอมนั้น ๆ ออกมาลอง ซึ่งกลิ่นจะเป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นกลิ่นของดอกไม้ ผลไม้ หรือกลิ่นหอมสดชื่นแนวโอเชียน เนื่องจากเป็นกลิ่นที่มีโมเลกุลค่อนข้างเล็ก จึงสามารถส่งกลิ่นออกมาได้ไม่นาน ประมาณ 15 – 20 นาที ก็จะจางหายไป
  • Middle Note เป็นกลิ่นที่จะตามมาหลังจากที่กลิ่นของ Top Note ระเหยจางหายไป กลิ่น Middle Note นั้นจะมีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย กลิ่นจึงสามารถอยู่ได้นานขึ้นประมาณ 3 – 5 ชั่วโมงหลังจากฉีดน้ำหอม
  • Base Note คือกลิ่นที่จะส่งออกมาได้อย่างชัดเจนเมื่อฉีดไปได้สักระยะแล้ว และจะเป็นกลิ่นที่อยู่ติดทนอยู่บนกายคุณได้นานที่สุด ราว ๆ 5 – 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว ด้วยขนาดโมเลกุลของกลิ่นที่มีขนาดใหญ่ กลิ่น Base Note นั้นจะเป็นกลิ่นหอมหลักของน้ำหอมขวดนั้น ๆ ซึ่งสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้เป็นอย่างดี

เลือกน้ำหอมอย่างไรให้ได้กลิ่นที่ใช่ ขวดที่ชอบ

ขั้นต่อมาก็คือเทคนิคในการลองกลิ่นน้ำหอม เพื่อให้ได้กลิ่นที่ใช่ และขวดที่ชอบจริง ๆ ดังนี้

  • ลองกลิ่นน้ำหอมด้วยการฉีดที่บริเวณข้อมือหรือข้อพับและดมกลิ่นดูว่าชอบหรือไม่ แต่ไม่ควรลองกลิ่นโดยฉีดลงที่กระดาษเทสต์กลิ่นซึ่งมีวางไว้ให้ที่เคาน์เตอร์น้ำหอม เพราะกลิ่นที่คุณจะได้นั้นมีเพียงกลิ่นของท็อปโน้ตเท่านั้น ไม่ใช่กลิ่นหลักที่จะอยู่ติดกายคุณไปตลอดทั้งวัน
  • เมื่อฉีดน้ำหอมลงบนข้อมือหรือข้อพับแล้ว ให้ลองเดินเล่นสักพัก อย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ได้กลิ่นที่เป็นกลิ่นแท้ ๆ ของน้ำหอมขวดนั้น จากนั้นลองดมดูว่าใช่กลิ่นที่ชอบจริงหรือไม่
  • หากลองน้ำหอมหลาย ๆ กลิ่นแล้วรู้สึกว่าจมูกไม่สามารถแยกกลิ่นได้แล้ว เริ่มมีความสับสน ให้ใช้เมล็ดกาแฟที่ตามปกติทางร้านหรือเคาน์เตอร์น้ำหอมจะมีเตรียมไว้ให้บริการมาดม กลิ่นของเมล็ดกาแฟจะช่วยปรับการรับรู้ของกลิ่นให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แค่นี้ก็สามารถกลับไปลองกลิ่นน้ำหอมอื่น ๆ ต่อได้แบบไม่มีปัญหา
NEW