เลือกซื้อน้ำหอมกลิ่นแสนเย้ายวน ถูกใจทั้งตัวคุณและคนข้างกายไปกับ Nina Ricci พร้อมเคล็ดลับเด็ด ๆ ในการเลือกน้ำหอมให้หอมกรุ่นตลอดวัน คลิกที่นี่

_

ลิสต์ราคา Nina ricci ยอดนิยมปี 2020

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Nina Ricci Lextase / EDP Spray 2.7 oz (80 ml) (w) 1,393 บาท Jomashop
Nina Ricci Green Python handbag for Women 10,947 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Leather handbag for Women 13,439 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Burgundy Leather handbag for Women 4,743 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Beige Leather handbag for Women 4,636 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Silver Metal pendant for Women 749 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Gold Crystal pendant for Women 1,357 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Silver Metal pendant for Women 2,061 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Ecru Leather handbag for Women 4,344 บาท Vestiaire Collective
Nina Ricci Nina Eau De Toilette Spray 80ml/2.7oz 3,653 บาท Strawberrynet
ยอดนิยม
-62% Nina Ricci Lextase / EDP Spray 2.7 oz (80 ml) (w)

มีให้เลือกที่ Jomashop 1,393 บาท 3,724 บาท ไปที่ร้านค้า

Nina Ricci ประเทศไทย – สาระน่ารู้ที่ไม่ควรมองข้ามก่อนจะเลือกน้ำหอมดี ๆ คู่ใจสักขวด

น้ำหอมถือเป็นหนึ่งในไอเท็มตกแต่งกายที่มีความสำคัญไม่แพ้กับแอ็กเซสซอรี่อื่น ๆ เพราะมันคือสิ่งที่บอกตัวตนของคน ๆ นั้นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม ต่างก็ต้องการมีกลิ่นหอมสุดประทับใจต่อคนรอบข้างทั้งนั้น นอกจากนี้น้ำหอมยังเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ฉีดอีกด้วย ทำให้ไม่กลัวที่จะให้คนอื่น ๆ เข้าใกล้ตัวเรา แต่การเลือกน้ำหอมนั้นก็ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจกันสักนิด เพื่อที่จะได้เลือกกลิ่นน้ำหอมในแบบที่เหมาะกับกลิ่นกายของตัวเอง รวมไปถึงเทคนิคการฉีดให้กลิ่นอยู่ติดทนนานด้วย ซึ่งวันนี้ Nina Ricci แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ไม่ได้มีเพียงน้ำหอมเท่านั้น แต่ยังมีแฟชั่นไอเท็มอื่น ๆ เช่น แว่นตา, ผลิตภัณฑ์สำหรับอาบน้ำ, โลชั่นด้วย จะมามอบความรู้ที่ไม่ควรมองข้ามก่อนจะเลือกน้ำหอมดี ๆ ที่ใช่สำหรับตัวคุณด้วย

เข้าใจน้ำหอมประเภทต่าง ๆ เลือกให้ถูก เลือกให้เป็น

สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนักเกี่ยวกับประเภทของน้ำหอมซึ่งมีระบุอยู่ข้างกล่องผลิตภัณฑ์เกือบทุกชิ้น และแบบไหนมีความพิเศษอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบด้วยกันเลย

  • Eau Fraiche คือน้ำหอมประเภทที่มีกลิ่นเจือจางที่สุดในหมู่น้ำหอมทั้งหมด โดยจะมีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมอยู่ในปริมาณเพียง 1 – 3% เท่านั้น ส่วนประกอบที่เหลือภายในขวดน้ำหอมก็คือแอลกอฮอล์และน้ำ ซึ่งกลิ่นของ Eau Fraiche นั้นจะอยู่ติดกายได้ไม่นานนัก อาจจะไม่ถึง 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป
  • Eau de Cologne โคโลญจน์เป็นน้ำหอมที่ค่อนข้างมีความเจือจาง แต่จะไม่เจือจางเท่ากับ Eau Fraiche โดยมีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมอยู่ในปริมาณ 2 – 4% ส่วนใหญ่แล้วโคโลญจน์จะเน้นไปที่กลิ่นหอมสดชื่น กลิ่นที่บางเบา หรือกลิ่นผลไม้ จึงเป็นกลิ่นที่เหมาะกับหนุ่มสาววัยรุ่นเป็นอย่างมาก ไม่หอมฉุนจนเกินไป ซึ่งกลิ่นของโคโลญจน์นั้นจะอยู่ติดทนได้ราว ๆ 2 ชั่วโมง
  • Eau de Toilette หรือ EDT เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มข้นมากขึ้นมาอีกหน่อย โดยจะมีส่วนประกอบของหัวน้ำหอม 5 – 15% ผสมกับแอลกอฮอล์และน้ำ โดยกลิ่นจะสามารถติดทนได้นาน 3 – 4 ชั่วโมง แล้วแต่ความเข้มข้นของน้ำหอมขวดนั้น ๆ
  • Eau de Parfum หรือ EDP เป็นน้ำหอมชนิดที่มีความเข้มข้นค่อนข้างสูง มีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมประมาณ 15 – 20% เลยทีเดียว ดังนั้นกลิ่นของน้ำหอม EDP จึงติดแน่นทนนานได้ยาวนานถึง 5 – 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทำให้เป็นน้ำหอมชนิดที่ได้รับความนิยมสูง
  • Perfume คือน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูงสุด มีส่วนประกอบของหัวน้ำหอมมากถึง 20 – 30% แค่ฉีดเพียงครั้งเดียวก็อยู่ติดทนนานไปได้ตลอดวัน แต่ก็ต้องแลกกับราคาที่สูงลิบลิ่วด้วยเช่นกัน

เลือกน้ำหอมจากแนวกลิ่นที่ผสมผสานอยู่ในน้ำหอมขวดนั้น ๆ

การเลือกน้ำหอมมาใช้นั้น สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือต้องการให้น้ำหอมติดทนทานแค่ไหน เพื่อให้สามารถเลือกชนิดของน้ำหอมที่จะใช้ได้ ต่อมาที่ต้องดูกันก็คือลักษณะกลิ่นน้ำหอมที่เข้ากันกับกลิ่นกายและบุคลิกของตัวคุณเอง ซึ่งตามปกติแล้วกลิ่นน้ำหอมจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  • Top Note เป็นกลิ่นแรกที่คุณได้รับรู้ถึงเมื่อฉีดน้ำหอมนั้น ๆ ออกมาลอง ซึ่งกลิ่นจะเป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นกลิ่นของดอกไม้ ผลไม้ หรือกลิ่นหอมสดชื่นแนวโอเชียน เนื่องจากเป็นกลิ่นที่มีโมเลกุลค่อนข้างเล็ก จึงสามารถส่งกลิ่นออกมาได้ไม่นาน ประมาณ 15 – 20 นาที ก็จะจางหายไป
  • Middle Note เป็นกลิ่นที่จะตามมาหลังจากที่กลิ่นของ Top Note ระเหยจางหายไป กลิ่น Middle Note นั้นจะมีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย กลิ่นจึงสามารถอยู่ได้นานขึ้นประมาณ 3 – 5 ชั่วโมงหลังจากฉีดน้ำหอม
  • Base Note คือกลิ่นที่จะส่งออกมาได้อย่างชัดเจนเมื่อฉีดไปได้สักระยะแล้ว และจะเป็นกลิ่นที่อยู่ติดทนอยู่บนกายคุณได้นานที่สุด ราว ๆ 5 – 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว ด้วยขนาดโมเลกุลของกลิ่นที่มีขนาดใหญ่ กลิ่น Base Note นั้นจะเป็นกลิ่นหอมหลักของน้ำหอมขวดนั้น ๆ ซึ่งสามารถบ่งบอกความเป็นตัวคุณได้เป็นอย่างดี

เลือกน้ำหอมอย่างไรให้ได้กลิ่นที่ใช่ ขวดที่ชอบ

ขั้นต่อมาก็คือเทคนิคในการลองกลิ่นน้ำหอม เพื่อให้ได้กลิ่นที่ใช่ และขวดที่ชอบจริง ๆ ดังนี้

  • ลองกลิ่นน้ำหอมด้วยการฉีดที่บริเวณข้อมือหรือข้อพับและดมกลิ่นดูว่าชอบหรือไม่ แต่ไม่ควรลองกลิ่นโดยฉีดลงที่กระดาษเทสต์กลิ่นซึ่งมีวางไว้ให้ที่เคาน์เตอร์น้ำหอม เพราะกลิ่นที่คุณจะได้นั้นมีเพียงกลิ่นของท็อปโน้ตเท่านั้น ไม่ใช่กลิ่นหลักที่จะอยู่ติดกายคุณไปตลอดทั้งวัน
  • เมื่อฉีดน้ำหอมลงบนข้อมือหรือข้อพับแล้ว ให้ลองเดินเล่นสักพัก อย่างน้อยสักครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ได้กลิ่นที่เป็นกลิ่นแท้ ๆ ของน้ำหอมขวดนั้น จากนั้นลองดมดูว่าใช่กลิ่นที่ชอบจริงหรือไม่
  • หากลองน้ำหอมหลาย ๆ กลิ่นแล้วรู้สึกว่าจมูกไม่สามารถแยกกลิ่นได้แล้ว เริ่มมีความสับสน ให้ใช้เมล็ดกาแฟที่ตามปกติทางร้านหรือเคาน์เตอร์น้ำหอมจะมีเตรียมไว้ให้บริการมาดม กลิ่นของเมล็ดกาแฟจะช่วยปรับการรับรู้ของกลิ่นให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แค่นี้ก็สามารถกลับไปลองกลิ่นน้ำหอมอื่น ๆ ต่อได้แบบไม่มีปัญหา
NEW