มาทำความเข้าใจเรื่องลำโพงกันสักนิดก่อนจะคิดไปซื้อลำโพงให้ได้แบบที่ถูกใจกับ MUSIC D.J. เพียงคลิกที่นี่

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Music D.J.
เครื่องเสียงและ Hi Fi MUSIC D.J.
_

ลิสต์ราคา Music D.J. ยอดนิยมปี 2021

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
MUSIC D.J. ลำโพงคู่ รุ่น 7000 ดอก 15 นิ้ว SUBWOOFER เสียงดี เบสหนัก 4,600 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพงคาราโอเกะ/ตู้ช่วยสอน M999C 990 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพง Bluetooth (S2000) Blue 699 บาท Lazada
MUSIC D.J. Music DJ SA-2100W ลำโพงบลูทู ธ ใหม่ + ลำโพง FM USB พร้อมส่งเก็บเงินปลายทาง 1,350 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพง Bluetooth (M-M16P) Black-Silver 1,990 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพงซัพวูฟเฟอร์ Blue tooth /USB/FM รุ่น M-M9100B 1,959 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพงบลูทูธ 6นิ้ว X-16 เบสหนัก ซับวูฟเฟอร์ (รองรับไมโครโฟน บลูทูธ USB การ์ด TF วิทยุ) ลำโพงมีแบต ลำโพงBluetooth Bluetooth Speaker ลำโพงพกพา OK AUDIO THAILAND 810 บาท Lazada
MUSIC D.J. (( ส่งฟรี )) ลำโพง ลำโพงช่วยสอนเคลื่อนที่ ลำโพง Digital Multimedia พร้อมไมโครโฟนไร้สาย รุ่น M-M999A ลำโพงเคลื่อนที่ พร้อมล้อลากสุดเก๋ A-ONE Shop 1,758 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพงซัพวูฟเฟอร์ Blue tooth /USB/FM รุ่น M-M9100B 1,950 บาท Lazada
MUSIC D.J. ลำโพงบลูทูธ 6นิ้ว X-16 เบสหนัก ซับวูฟเฟอร์ (รองรับไมโครโฟน บลูทูธ USB การ์ด TF วิทยุ) ลำโพงมีแบต ลำโพงBluetooth Bluetooth Speaker ลำโพงพกพา 323 BROTHER 810 บาท Lazada

MUSIC D.J. ประเทศไทย - ลำโพง เรื่องง่าย ๆ ที่แค่รู้พื้นฐานก็เลือกได้แบบโดน ๆ

ลำโพง คืออีกหนึ่งไอเท็มตัวเด็ดสำหรับคนรักเสียงเพลงโดยเฉพาะ เพราะการฟังเพลงจากแค่ลำโพงของสมาร์ทโฟนหรือหูฟังธรรมดาทั่ว ๆ ไปอาจไม่ได้อรรถรสถึงอารมณ์เท่าที่ควร จึงต้องไปหาลำโพงเด็ด ๆ มาใช้ขยายเสียงให้ได้ดื่มด่ำกับพลังเสียงอย่างเต็มอิ่ม ซึ่ง MUSIC D.J. เองก็มีลำโพงหลากประเภทให้คุณได้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ ทั้งลำโพงเคลื่อนที่ ลำโพง Bluetooth ลำโพงซับวูฟเฟอร์ เป็นต้น แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าลำโพงแบบไหนกันที่ใช่สำหรับคุณ ง่าย ๆ เลยก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับลำโพงโดยพื้นฐานกันสักนิด แล้วค่อยเลือกซื้อ รับรองว่าการเลือกซื้อลำโพงนั้นจะง่ายขึ้นอีกเยอะ

MUSIC D.J. ประเทศไทยพาคุณไปรู้จักกับลำโพง

สำหรับสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับลำโพงก่อนที่จะไปทำการเลือกซื้อลำโพงที่ใช่สำหรับตัวคุณนั้น คุณก็ต้องรู้จักกับลำโพงประเภทต่าง ๆ กันเสียก่อน โดยชนิดของลำโพงแบบคร่าว ๆ นั้น ได้แก่

  • ลำโพงมิดเรนจ์ (Mid-range speaker) เป็นลำโพงที่มีดอกลำโพงซึ่งให้เสียงเบสและเสียงกลางได้ดี รวมไปถึงช่วงเสียงของนักร้องด้วย
  • ลำโพงทวีตเตอร์ (Tweeter speaker) เป็นลำโพงซึ่งมีดอกลำโพงที่ให้เสียงกลางแหลมถึงเสียงแหลม มีคลื่นความถี่สูง เช่น เสียงกีต้าร์ เสียงไวโอลิน เป็นต้น
  • ลำโพงวูฟเฟอร์ (Woofer speaker) เป็นลำโพงซึ่งมีดอกลำโพงที่ให้เสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงขนาดใหญ่และทุ้ม อย่างเช่นเสียงเบส
  • ลำโพงซับวูฟเฟอร์ (Sub-woofer speaker) เป็นลำโพงที่มีดอกลำโพงแบบเดียวกับลำโพงวูฟเฟอร์ แต่จะแยกออกมาจากตัวลำโพงที่ให้เสียงตามปกติ โดยลำโพงชนิดนี้ให้เสียงในย่านต่ำเช่นเดียวกัน
  • ลำโพงฟูลเรนจ์ (Full-range speaker) เป็นลำโพงที่สามารถตอบสนองได้ทุกย่านความถี่เสียง
  • Mono speaker หรือก็คือลำโพงแบบชิ้นเดียว มีหลายรูปทรง ดีไซน์ หลายขนาดด้วยกัน แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ซึ่งใช้งานง่าย อาจจะใช้การเสียบสาย AUX เข้ากับเครื่องเล่นเพลงก็สามารถทำงานได้เลย หรืออาจมีระบบไร้สายที่เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi หรือ Bluetooth ด้วยก็ได้

เลือกลำโพงอย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณและการใช้งานของคุณ

การเลือกลำโพงให้เหมาะกับการใช้งานของคุณนั้นจะทำให้คุณได้รับฟังเสียงได้อย่างตรงจุด ได้เข้าถึงอารมณ์และอรรถรสของเพลงอย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีหลักการง่าย ๆ ในการเลือกลำโพงให้เข้ากับคุณดังนี้

เลือกใช้ลำโพงที่มีกำลังเหมาะกับขนาดห้อง
โดยต้องคำนึงถึงขนาดห้องและกำลังวัตต์ของลำโพงเป็นหลัก ต้องให้มีความสอดคล้องกัน อย่างถ้าเป็นห้องที่ขนาดใหญ่แต่ใช้ลำโพงที่มีกำลังวัตต์น้อยก็คงจะได้ยินเสียงไม่ถนัด ไม่เต็มที่เท่าที่ควร หรือใช้ลำโพงที่กำลังขับมากในห้องขนาดเล็กก็อาจจะกลายเป็นเสียงหนวกหูเกินไปได้ ซึ่งอัตราส่วนที่เหมาะสมคือ ห้องขนาดพื้นที่ 1 – 3 ตรม. ควรเลือกใช้ลำโพงที่มีกำลังวัตต์ 10W ห้องขนาดพื้นที่ 6 – 25 ตรม. ควรใช้ลำโพงที่มีกำลังวัตต์ 20W ห้องขนาดพื้นที่ 20 – 40 ตรม. ควรเลือกใช้ลำโพงที่มีกำลังวัตต์ 40W และห้องขนาดพื้นที่ 30 – 50 ตรม. ควรใช้ลำโพงที่มีกำลังวัตต์ 120W
แนวเสียงของลำโพงต้องเข้ากับแนวเพลงที่ชอบฟัง
เพราะลำโพงแต่ละตัวแต่ละรุ่นก็จะให้แนวเสียงไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณจึงควรเลือกลำโพงตามแนวเพลงที่คุณชอบฟังด้วย โดยสามารถวัดจากแนวเสียงโดยรวม เช่น หากชอบฟังเพลงแนวฮิปฮอปอาจเลือกลำโพงที่มีเสียงเบสมวลใหญ่ เป็นต้น
ลักษณะการใช้งานลำโพง
คือต้องดูด้วยว่าจะเน้นเอาไว้ใช้งานฟังเพลงอยู่ที่บ้าน หรืออยากได้แบบพกพาเอาไปใช้งานข้างนอก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบของลำโพงที่คุณควรเลือกซื้อได้เป็นอย่างดี เช่น หากชอบฟังเพลงระหว่างการทำงานที่ทำงานอาจเลือกลำโพงที่มีขนาดกลาง ๆ ไม่ใหญ่มาก พอพกพาระหว่างเดินทางได้ หรือถ้าต้องเดินทางบ่อย ๆ ก็อาจเลือกเป็นลำโพงเคลื่อนที่ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด แบบที่ใส่ลงในกระเป๋าได้ไม่ลำบากจะดีกว่า แต่ถ้าใช้งานฟังเพลงที่บ้านก็อาจเลือกซื้อลำโพงแบบตั้งโต๊ะตัวใหญ่หน่อยเพื่อให้ได้พลังเสียงคมชัดอย่างที่ต้องการ
ระยะเวลาการใช้งานลำโพง
คือต้องดูด้วยว่าคุณจะใช้งานลำโพงแต่ละครั้งนานแค่ไหน หากเป็นการใช้งานในบ้านก็อาจเลือกใช้เป็นลำโพงเสียบปลั๊กธรรมดา ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ แต่ถ้าจะเอาไปใช้งานนอกสถานที่ต้องคำนึงถึงเรื่องแบตเตอรี่สักนิด หากจะใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ ก็ควรเลือกใช้ลำโพงที่มีขนาดความจุแบตเตอรี่มากเสียหน่อย จะได้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
การรับประกันและบริการหลังการขาย
สำคัญที่สุดเลยก็คือผู้จัดจำหน่ายลำโพงนั้น ๆ จะต้องมีการรับประกันสินค้าและบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน เพราะหากลำโพงของคุณเกิดการเสียหายขึ้นมา จะได้นำเข้าซ่อมได้ทันที
          NEW