บอกลานาฬิกาเฟล ๆ ที่ไม่ได้คุณภาพไปได้เลยในเมื่อ MICHAEL KORS ออกแบบมาให้คุณเลือกเพียบ พร้อมเทคนิคเด็ด ๆ ที่ช่วยให้คุณควักกระเป๋าเงินได้ง่ายขึ้น อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่

_

 สินค้าแนะนำสำหรับคุณ

สินค้าอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

iPrice ประเทศไทย – ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยผลิตภัณฑ์จาก MICHAEL KORS

มาเสียเงินซื้อนาฬิกาข้อมือครั้งเดียวแต่ใช้ได้นาน ๆ กันเถอะ

ไม่ว่าคุณจะขี้เกียจใส่เครื่องประดับแค่ไหน แต่นาฬิกาข้อมือถือเป็นข้อยกเว้น เพราะมันช่วยเสริมบุคลิกภาพให้คุณดูดีขึ้นได้ แต่ปัญหาที่พบบ่อยก็คือจะเลือกแบบไหนถึงจะแมตช์กับไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด ถ้ายังไม่มีไอเดียดี ๆ ละก็ เรามีเคล็ดลับการเลือกเด็ด ๆ มาให้คุณลองพิจารณากัน ดังนี้

พิจารณาจากดีไซน์
ปัจจุบันนาฬิกาข้อมือจะถูกออกแบบมาให้มี 3 แบบด้วยกัน คือ 1.แบบ Analog สังเกตง่าย ๆ คือหน้าจอจะเป็นตัวเลขทั้งโรมัน และอารบิก ถือเป็นดีไซน์แบบคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมานาน หรือตั้งแต่เริ่มมีนาฬิกาเลยด้วยซ้ำ นาฬิกาข้อมือแบบนี้เหมาะกับใส่ไปทำงานเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง 2.แบบ Digital ส่วนใหญ่จะเป็นนาฬิกากีฬา มีให้เลือกทั้งแบบหน้าจอที่เป็น LED และ LCD เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสบาย ๆ ลุคชิล ๆ เพราะมีน้ำหนักเบากว่าแบบอื่น และ 3.แบบลูกผสม คือนาฬิกาข้อมือที่มี 2 ระบบในเรือนเดียว เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่เหมาะกับการใส่ร่วมงานสำคัญ เพราะรูปแบบของมันไม่ค่อยทางการสักเท่าไหร่
พิจารณาจากกลไกภายใน
หากเป็นแบบ Digital จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ก้อนเล็ก ๆ ที่ฝังอยู่ภายในตัวเรือน ส่วนใหญ่แบตเตอรี่ 1 ก้อน จะสามารถใช้งานได้นานถึง 1 ปี แต่ถ้าแบตเตอรี่อ่อนนาฬิกาอาจบอกเวลาไม่ตรง ดังนั้นทางที่ดีแนะนำให้เปลี่ยน 6 เดือน/ครั้ง จะตอบโจทย์ที่สุด สำหรับนาฬิกา Analog จะใช้กลไกการไขลานเป็นหลัก โดยผู้ใส่ต้องไขโดยอ้างอิงจากวิธีที่ระบุในคู่มือ ถือเป็นระบบที่บอกเวลาได้เที่ยงตรงที่สุด สุดท้ายคือนาฬิกาลูกผสม อันนี้แล้วแต่ว่าแบรนด์นั้น ๆ จะเลือกใช้กลไกบอกเวลาอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบใส่แบตเตอรี่เพื่อความสะดวก

พิจารณาจากหน้าปัด และสายนาฬิกา
ถือเป็นปัจจัยที่ต้องให้ความสนใจมากที่สุด ตามจริงแม้คุณจะรู้ว่าหน้าปัด และสายแบบไหนดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณมองการดีไซน์แล้วไม่ชอบถึงเสียเงินซื้อมาก็คงไม่อยากใส่เท่าไหร่หรอก เผลอ ๆ อาจต้องเสียเงินซื้อเรือนใหม่อีกต่างหาก ส่วนใหญ่นาฬิกา Analog จะใช้สายโลหะ อาจเป็นอะลูมิเนียม เหล็ก หรือไทเทเนียมก็ได้ การเลือกต้องเน้นแบบที่แข็งแรงทนทาน สีไม่ลอก หรือหมอง จะให้ดีต้องสามารถใส่โดนน้ำได้ แม้ตัวเรือนจะไม่ใช่แบบกันน้ำก็ตาม สำหรับนาฬิกา Digital จะเป็นสายหนัง หรือสายซิลิโคน บางแบรนด์อาจผลิตให้มีสายเป็นผ้าด้วย เพื่อให้เข้ากับแฟชั่นสมัยนิยมที่สุด ส่วนนาฬิกาข้อมือลูกผสม จะขึ้นอยู่กับการดีไซน์ของแต่ละแบรนด์ ไม่มีแบบที่ตายตัว เพราะถูกผลิตออกมาให้เป็นนาฬิกาแฟชั่นเท่านั้น ไม่เหมาะกับการใส่ทำงาน หรือออกงานที่เป็นทางการ แต่ถ้าเป็นนาฬิกากีฬาแนะนำให้เลือกสายเรซิน หรือที่ผลิตจากยางก็ได้ เพราะมีน้ำหนักเบา แถมโดนน้ำแล้วไม่มีกลิ่นอับตามมากวนใจ
พิจารณาจากแบรนด์
จริง ๆ แล้วแบรนด์ของนาฬิกาข้อมือก็ถือเป็นแฟชั่นเช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นการแต่งตัวแบบใส่สูทผูกเนกไทของนักธุรกิจแล้วละก็ ต้องเลือกแบรนด์คลาสสิกที่มีชื่อเสียงในการผลิตนาฬิกาเป็นหลัก ส่วนใหญ่นักธุรกิจทั้งหลายมักเลือกแบรนด์เดียวกับเสื้อสูทไปเลย สำหรับผู้หญิงอาจไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่เพียงเน้นดีไซน์เรียบ ๆ ที่แฝงความหรูไว้ภายในก็พอ แบรนด์ก็ต้องเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูสักหน่อย เท่านี้ก็ช่วยเสริมบุคลิกได้จัดเต็มแล้ว

สำหรับนาฬิกาข้อมือ MICHAEL KORS ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมทั้งชาย และหญิงเลยก็ว่าได้ หากเป็นของผู้ชายก็จะเน้นดีไซน์ที่สามารถเข้ากับเสื้อสูทหรู ๆ ได้อย่างลงตัว ของผู้หญิงจะถูกออกแบบมาให้เลือกหลายเฉดสี แน่นอนว่าแต่ละสีต่างก็กำลังได้รับความนิยมเท่านั้น เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากตกเทรนด์ละก็ MICHAEL KORS ถือเป็นแบรนด์ที่มีสต็อกนาฬิกาข้อมือตอบโจทย์ที่สุดแล้ว