พบกับความหอมที่ไม่มีวันจางจากน้ำหอมและผลิตภัณฑ์ดูแลและทำความสะอาดผิวกาย Jo Malone ในราคาถูก สุดคุ้มที่ iPriceThailand พร้อมเรียนรู้เทคนิคดี ๆ ในการใช้น้ำหอมและการดูแลผิว คลิกที่นี่

_

ลิสต์ราคา Jo Malone ยอดนิยมปี 2019

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Jo Malone Myrrh & Tonka 140 บาท Shopee
Jo Malone Wood Sage & Seasalt 120 บาท Shopee
Jo Malone Wood Sage & Seasalt 30ml 950 บาท Shopee
Jo Malone Wood Sage & Seasalt 9ml 649 บาท Shopee
Jo Malone Wood Sage & Seasalt 100ml 280 บาท Shopee
Jo Malone Myrrh & Tonka 9ml 669 บาท Shopee
Jo Malone Myrrh & Tonka 100ml 800 บาท Shopee
Jo Malone Myrrh & Tonka 30ml 3,110 บาท Net-A-Porter
Jo Malone English Pear & Freesia Cologne 30ml 2,475 บาท Konvy
Jo Malone Honeysuckle & Davana Cologne 30ml 2,475 บาท Konvy
ยอดนิยม
Jo Malone Myrrh & Tonka

ราคาดีที่สุดที่ Shopee 140 บาท ไปที่ร้านค้า

Jo Malone ประเทศไทย – แบ่งปันเทคนิคการพรมน้ำหอมให้หอมฟุ้งทั่วกายทั้งวัน

น้ำหอมเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการนำสารสกัดจากธรรมชาติมาผสมผสานและปรุงแต่งให้เข้ากัน จนเกิดเป็นกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งน้ำหอมนั้นเป็นได้ทั้งตัวบ่งบอกบุคลิก และยังเป็นตัวคลายความเครียด ความเหนื่อยล้าให้กับตัวคุณได้ด้วย ซึ่งการพรมน้ำหอมให้อยู่ติดกายได้นานตลอดวันนั้นทำได้ไม่ยากจากคำแนะนำของแบรนด์ชั้นนำด้านน้ำหอม Jo Malone ดังนี้

พรมน้ำหอมตามสไตล์ที่ชอบ
ผลิตภัณฑ์เพิ่มความหอมนั้นไม่ได้มีเพียงแต่น้ำหอมเพียงอย่างเดียว ยังมีทั้งแบบโลชั่นและครีมทาผิวด้วย ถ้าอยากได้กลิ่นบางเบา ไม่ฉุนเกินไปก็อาจใช้วิธีการทาโลชั่นผสมน้ำหอมแทนการฉีดน้ำหอมที่จะให้กลิ่นแรงชัดเจนและติดทนนานกว่า
ฉีดน้ำหอมที่จุดสำคัญบนร่างกาย
จุดสำคัญที่เหมาะกับการฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานนั้นก็คือ ลำคอ, แขน, ด้านหลังหัวเข่า ซึ่งเมื่อฉีดน้ำหอมแล้ว กลิ่นมักจะลอยขึ้นด้านบน ดังนั้นการฉีดน้ำหอมที่บริเวณหลังหัวเข่าจะทำให้เกิดความหอมทั่วเรือนร่างจริง ๆ อีกจุดหนึ่งที่ฉีดได้ก็คือบนเส้นผม ซึ่งจะทำให้หอมฟุ้งติดทนนานเช่นกัน
การเติมกลิ่นระหว่างวัน
จะต้องเติมน้ำหอมในระหว่างวันหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและกลิ่นของน้ำหอมนั้น ๆ อย่างน้ำหอมที่มีเบสเป็นกลิ่นของพรรณไม้ตะวันออก (Oriental & Woody) จะมีกลิ่นที่ติดทนนานกว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้และผลไม้ (Floral & Citrus) นอกจากนี้น้ำหอมต่าง ๆ ยังมีความเข้มข้นที่แตกต่างกันด้วย อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วน้ำหอมจะติดทนได้ประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง
ใช้โลชั่นผสมน้ำหอมเพื่อให้กลิ่นติดทนนานขึ้น
หากคุณต้องการให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานขึ้น ให้ทาโลชั่นที่มีกลิ่นเดียวกับน้ำหอมที่จะฉีด แล้วจึงค่อยฉีดน้ำหอม จะทำให้กลิ่นติดทนนานยิ่งขึ้น

        ลองกลิ่นน้ำหอมอย่างไรจึงจะได้กลิ่นที่ชอบจริง ๆ

        การลองกลิ่นน้ำหอมนั้นก็เพื่อที่คุณจะได้เลือกกลิ่นที่ตรงใจคุณจริง ๆ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งจะเห็นคนทดลองกลิ่นน้ำหอมแบบผิด ๆ วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการลองกลิ่นน้ำหอมที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้กลิ่นที่ถูกใจคุณอย่างแท้จริงดังนี้

        ลองกลิ่นน้ำหอมบนผิว
        การลองกลิ่นน้ำหอมนั้นไม่ใช่ฉีดลงกระดาษแล้วดมกลิ่น ควรจะลองบนผิวจริง ๆ ของคุณดีกว่า เพราะกลิ่นน้ำหอมจะกระจายได้อย่างเต็มที่เมื่อทำปฏิกิริยากับอุณหภูมิร่างกาย และที่สำคัญคุณจะต้องอาบน้ำให้สะอาด งดเว้นการทาครีม โลชั่น หรือน้ำหอมที่ให้ความหอม เพื่อที่จะได้ลองกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอมนั้น ๆ
        ลองกลิ่นน้ำหอมไม่เกิน 3 กลิ่นต่อครั้ง
        การลองกลิ่นน้ำหอมไม่ใช่ลองกลิ่นเป็นสิบ ๆ กลิ่นในครั้งเดียว เพราะการที่จมูกรับรู้กลิ่นเกินกว่า 3 กลิ่นแล้วจะมีความสับสนและแยกแยะกลิ่นไม่ออก ดังนั้นเมื่อลองกลิ่นน้ำหอมครบ 3 กลิ่นแล้ว ให้หยุดพักก่อนโดยการเดินไปยังที่ที่ไม่กลิ่นน้ำหอม สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือดมกลิ่นเมล็ดกาแฟ เป็นต้น

          เทคนิคเด็ดในการปรนนิบัติผิวให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ

          การมีผิวสวยสุขภาพดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้จักปฏิบัติตามข้อแนะนำในการปรนนิบัติผิวที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

          • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ต้องรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเน้นผักและผลไม้ให้มากสักหน่อย เนื่องจากผักและผลไม้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ทำให้ผิวสวยเปล่งปลั่งจากภายใน
          • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิวด้านในได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกายด้วย
          • ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งสุขภาพดี ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งจากภายใน
          • ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิว โดยเน้นการบำรุงและปกป้องความชุ่มชื้นของผิวเป็นหลัก หากผิวขาดความชุ่มชื้นก็จะเป็นสาเหตุให้ผิวเกิดริ้วรอย หมองคล้ำ ไม่สดใสนั่นเอง
          • ปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพราะแสงแดดและรังสียูวีคือตัวการร้ายทำลายผิวให้หมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน
          • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนโดยเฉพาะการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ผิวจะได้ฟื้นฟู ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

          สินค้าอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

          คะแนนร้านค้า NEW