สินค้า Hkllmy ออนไลน์

86 สินค้า

หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าคุณภาพเยี่ยมอยู่ละก็ Hkllmy มีให้คุณเลือกมากมายแน่นอน มาพร้อมเคล็ดลับเด็ด ๆ อีกเพียบที่คุณสาว ๆ ไม่ควรมองข้าม อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่

_
×
เรากำลังเตรียมฟีเจอร์นี้ให้คุณพร้อมใช้งาน อดใจรออีกนิด!

ลิสต์ราคา Hkllmy ยอดนิยมปี 2018

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
New 2018 ครีมทากลางคืน (Night Cream 2018) 300 บาท Lazada
Night Cream กลางคืน(2010) 400 บาท Lazada
HKIImy-2018-ชุดทดลอง-ฟรี-Hkllmy-สบู่โสมผิวขาว 289 บาท Lazada
โฟมล้างหน้า ( รุ่น 2014 ) 300 บาท Lazada
Day Cream กลางวัน(2014) 450 บาท Lazada
ไข่มุก หรือ เบสแต่งหน้า (2014) 450 บาท Lazada
Night Cream กลางคืน(2014) 450 บาท Lazada
Body lotion บอดี้โลชั่น 150ml. 390 บาท Lazada
Hkllmy2014 Night cream 500 บาท Lazada
Hkllmy2010 day cream 400 บาท Lazada
ยอดนิยม
-45% New 2018 ครีมทากลางคืน (Night Cream 2018)

มีให้เลือกทั้ง Lazada 550 บาท 300 บาท ไปที่ร้านค้า

iPrice ประเทศไทย – นำเสนอไอเท็มดูแลผิวหน้าเด็ด ๆ ที่อัดแน่นอยู่ในสต็อกของ Hkllmy

มาทำความรู้จักครีมกันแดดแบบจัดเต็มกันเถอะ

อีกหนึ่งไอเท็มที่คุณสาว ๆ หนุ่ม ๆ ควรมีติดกระเป๋าไว้คงหนีไม่พ้นครีมกันแดด SPF สูง ๆ ที่เหมาะกับแดดในเมืองไทยได้แบบจัดเต็ม หลายคนไม่ค่อยกังวลเรื่องความหมองคล้ำจากแสงแดดเท่าไหร่ เพราะชื่นชอบสีผิวแทน ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่ใช้ครีมกันแดด แต่คุณคิดผิด เพราะครีมกันแดดไม่ได้ถูกผลิตมาเพื่อปกป้องผิวคุณจากการเผาไหม้ของแดดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการปกป้องผิวจากมะเร็งผิวหนังอีกด้วย แม้ผู้คนในแทบทวีปเอเชียอย่างเรา ๆ จะมีผิวที่มีภูมิคุ้มกันดีอยู่แล้ว แต่คุณก็ไม่ควรประมาทเพราะถ้าเกิดเป็นขึ้นมาจริง ๆ คงเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากกว่าซื้อครีมกันแดดแน่นอน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาครีมกันแดดคุณภาพดีที่เข้ากับผิวของคุณแบบจัดเต็มอยู่ละก็ เราได้รวบรวมนานาประเภทของครีมกันแดดมาให้คุณลองทำความรู้จักกันดังนี้

Chemical Sunscreen
เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีซึ่งมีหน้าที่ในการปกป้องผิวจากแสงแดด กระบวนการทำงานคือ ดูดซับรังสีจากแสงแดดมาเก็บไว้ในผิวแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้แสงผ่านลงไปทำร้ายเซลล์ผิวด้านในได้ แต่สารเคมีเหล่านี้จะออกฤทธิ์เพียง 2-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับค่า SPF ในเนื้อครีม นิยมทาซ้ำ ๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพของกันแดดครอบคลุมอยู่ตลอดเวลา มีข้อเสียคือยิ่งค่า SPF สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลให้ผิวระคายเคืองมากเท่านั้น จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางอย่างแรง
Physical Sunscreen
เป็นครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารเคมีเช่นกัน แต่คุณสมบัติของสารจะช่วยสะท้อนรังสี UVA และ UVB ให้ออกไปจากผิว มีระดับความระคายเคืองต่อผิวน้อยกว่าประเภท Chemical Sunscreen แต่ก็มีข้อด้อยคือ ครีมกันแดดประเภทนี้จะไม่สามารถให้ค่า SPF สูง ๆ ได้ หากเลือกเป็นครีมกันแดดสำหรับผิวหน้าจะส่งผลให้หน้าขาวจากเนื้อครีมที่ไม่สามารถซึมลงสู่ผิวได้หมด
Chemical-Physical Sunscreen
เป็นครีมการแดดเนื้อผสมระหว่าง Chemical Sunscreen และ Physical Sunscreen เพื่อให้ข้อดีและข้อด้อยของแต่ละประเภทเอื้อประโยชน์กัน ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่จะมีค่า SPF อยู่ระดับปานกลางเท่านั้น สามารถใช้ได้กับผิวทุกประเภท หากเป็นผิวแพ้ง่ายแนะนำให้ลองทาใต้ท้องแขนทิ้งไว้เพื่อทดสอบการแพ้ประมาณ 24 ชั่วโมง หากผิวบริเวณนั้นไม่มีอาการบวม แดง คัน หรือระคายเคืองอื่น ๆ แสดงว่าคุณสามารถใช้กับผิวหน้าได้อย่างไร้กังวล

ครีมกันแดด เลือกแบบไหนถึงจะไม่เฟล

วิธีเลือกซื้อครีมกันแดดจะต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญหลายประการด้วยกัน หากคุณต้องการได้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมและเข้ากับผิวที่สุดละก็ เราได้รวบรวมปัจจัยสำคัญมาให้คุณได้ลองพิจารณากัน ดังนี้

ค่า SPF ซึ่งย่อมาจาก Sun Protective Factor
จะเป็นตัวบอกว่าครีมกันแดดที่คุณกำลังสนใจนี้สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้มากน้อยเท่าไหร่ หลายคนอาจสังเกตว่านอกจากรังสีที่บ่งบอกความเข้มข้นของแสงแดดแล้ว ส่วนมากบนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยังระบุค่า PA มาให้ด้วย ซึ่งค่านี้เป็นตัวแสดงค่าการปกป้องผิวจากรังสี UVA นั่นเอง ส่วนเครื่องหมาย + หลาย ๆ ตัวที่เราเห็นกันบ่อย ๆ คือค่าความสามารถในการปกป้องผิว โดยทั่วไปจะมีอยู่ 4 ระดับ ได้แก่ PA+ คือการป้องกันรังสี UVA ได้ 1-4 เท่าของปกติ หรือป้องกันได้น้อยมาก, PA++ คือการป้องกันรังสี UVA ได้ 4-8 เท่าของผิวปกติ หรือป้องกันได้ปานกลาง เหมาะกับคนทำกิจกรรมในที่ร่ม, PA+++ คือการป้องกันรังสี UVA ได้ 8-16 เท่า หรือป้องกันได้มาก เป็นระดับที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เหมาะสำหรับคนทำกิจกรรมกลางแดด และ PA++++ คือการป้องกันรังสี UVA ได้ 16 เท่าขึ้นไป ซึ่งเป็นค่าที่สูงที่สุดในขณะนี้ เหมาะกับคนทำกิจกรรมกลางแดดอยู่ตลอดเวลา
กิจกรรมที่ทำระหว่างวัน
อีกหนึ่งปัจจัยที่คุณควรให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การใช้งานได้ดีที่สุด หากคุณเพียงต้องการทาเพื่อใช้ชีวิตประจำวันปกติ เช่น ไปทำงาน ไปเรียน และโดยสารรถยนต์ ก็สามารถเลือกค่า SPF ที่คุณคำนวนจากการสัมผัสแสงแดดระหว่างวันได้เลย แต่ถ้าเป็นการทำกิจกรรมที่ต้องโดนน้ำด้วย แนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำด้วยจะตอบโจทย์ที่สุด