พบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเด็ด ๆ ถูกใจได้ในราคาโดน ๆ จาก Hitachi ที่ iPriceThailand ที่จะมาช่วยคุณช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพียงคลิกที่นี่

_

ลิสต์ราคา Hitachi ยอดนิยมปี 2019

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Hitachi EP-A3000 3,290 บาท Shopee
Hitachi WM-P150XS 4,266 บาท Shopee
Hitachi WM-P250XS 5,890 บาท Lazada
Hitachi SF-130XWV 16,490 บาท JD CENTRAL
Hitachi CV-SH18 2,190 บาท Lazada
Hitachi CV-SH20V 4,190 บาท Homepro
Hitachi G10SS2 789 บาท Lazada
Hitachi HES-35V 2,890 บาท Lazada
Hitachi EP-A5000 10,490 บาท Lazada
Hitachi G10SS 899 บาท Shopee
ยอดนิยม
Hitachi EP-A3000

ราคาดีที่สุดที่ Shopee 3,290 บาท 3,590 บาท ไปที่ร้านค้า

Hitachi ประเทศไทย – ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างคุ้มค่าได้ถ้ารู้จักเลือก

การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดฝุ่น, เครื่องปรับอากาศ, พัดลม ฯลฯ ต่างก็ต้องให้ความใส่ใจในการเลือกซื้อ เพราะแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่ราคาน้อย ๆ และเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ Hitachi เข้าใจเป็นอย่างดี จึงได้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากประเภทในราคาไม่แพง แต่ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย แถมวันนี้ยังจะมาแชร์เคล็ดลับในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่าอีกด้วย

เลือกซื้อตู้เย็นอย่างไรให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุด

แนวทางในการเลือกซื้อตู้เย็นให้ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดนั้นทำได้ไม่ยาก ดังนี้

  • เลือกตามจำนวนคนในครอบครัวและพื้นที่ในการติดตั้ง : ซึ่งควรเลือกขนาดคิวของตู้เย็นให้พอดีไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไปสำหรับจำนวนคนที่ใช้งานในบ้าน และยังต้องคำนึงถึงพื้นที่ในการติดตั้งตู้เย็นด้วยว่ามีเนื้อที่เพียงพอให้กับตู้เย็นที่จะซื้อหรือไม่ การใช้งานนั้น อย่างเช่นบ้านที่มีสมาชิก 2 – 3 คนจะเหมาะกับตู้เย็นขนาด 6 – 10 คิว ส่วนบ้านที่มีสมาชิก 4 – 5 คนก็ควรใช้ตู้เย็นที่มีขนาด 10 - 15 คิว และหากมีสมาชิกตั้งแต่ 6 คนขึ้นไปก็ควรเลือกตู้เย็นที่มีขนาด 15 คิวขึ้นไปเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน สำหรับการวัดขนาดพื้นที่ในการติดตั้งต้องวัดทั้งแนวกว้าง x สูง x ลึก โดยวัดเป็นแบบเซนติเมตรจะแน่นอนที่สุด
  • ราคา : ควรตั้งงบประมาณเอาไว้ก่อนไปเลือกซื้อตู้เย็น ซึ่งการกำหนดงบนั้นสามารถทำได้โดยคำนวณราคากับอายุการใช้งาน ด้วยการเอาราคา หาร จำนวนปีที่มีการรับประกัน + ค่าไฟต่อปีที่ระบุบนตู้เย็น หาร 365 วัน ก็จะได้เป็นค่าใช้จ่ายต่อปีของตู้เย็นรุ่นนั้น ๆ ช่วยให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ดีไซน์ : ควรเลือกตู้เย็นที่มีดีไซน์สวย นำสมัย สามารถใช้งานไปได้นาน ที่สำคัญตัวตู้เย็นต้องมีความทนทาน แข็งแรง ประกอบด้วยฟังก์ชันหลากหลาย และต้องให้มีรูปแบบการใช้งานที่สะดวกและง่ายด้วย
  • ตำแหน่งที่ตั้ง : ต้องเลือกตำแหน่งที่ตั้งตู้เย็นในบ้านให้ดี โดยหลักสำคัญคือต้องสามารถระบายความร้อนได้ดี และเวลาติดตั้งตู้เย็นต้องเว้นระยะห่างระหว่างตัวตู้เย็นกับผนังบ้านที่ด้านหลัง 20 ซม. ด้านข้าง 20 ซม. และด้านบน 30 ซม. ตู้เย็นจึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสี่ยงต่อตัวเครื่อง overheat

เลือกซื้อเครื่องซักผ้าให้ตอบโจทย์และคุ้มค่ากว่าใครต้องเลือกอย่างไร

เครื่องซักผ้าก็เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชิ้นหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับแต่ละบ้าน ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ให้คุ้มค่าและประหยัดพลังงานมากที่สุด ดังนี้

  • ปริมาณผ้าที่จะซัก : ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ใช้ในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าก็คือปริมาณผ้าที่จะซัก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดให้กับคุณเลยว่าควรซื้อเครื่องซักผ้าที่มีขนาดความจุเท่าใด โดยสามารถกะปริมาณคร่าว ๆ ได้โดยดูจากจำนวนสมาชิกในบ้าน อย่างถ้ามีเพียง 1 – 2 คนก็จะมีปริมาณผ้าที่ซักในแต่ละครั้งประมาณ 3 – 5 กิโลกรัม ถ้า 4 คนขึ้นไปก็จะมีปริมาณผ้าที่จะซักประมาณ 4 – 6 กิโลกรัมนั่นเอง
  • วัสดุของเครื่องซักผ้า : อันนี้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของเครื่องซักผ้าเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถังซักผ้าด้านใน ซึ่งมีวัสดุให้เลือกหลากหลายชนิดด้วยกัน เช่น พลาสติก, โพลีเมอร์, เหล็กเคลือบกันสนิม, ไฟเบอร์, เรซิน, สเตนเลส, โพลีนอกซ์ เป็นต้น วัสดุแต่ละชนิดก็จะมีความทนทาน และคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป คุณสามารถเลือกได้ตามลักษณะการใช้งานและความชอบของตัวเอง
  • ประเภทของเครื่องซักผ้า : ประกอบไปด้วยเครื่องซักผ้าฝาบนสองถัง (กึ่งอัตโนมัติ) เหมาะกับการซักผ้าปริมาณน้อยมาก, เครื่องซักผ้าฝาบนหนึ่งถัง (อัตโนมัติ) เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อย และซักผ้าครั้งละไม่มาก, เครื่องซักผ้าฝาหน้า ซักผ้าได้สะอาดหมดจดพร้อมถนอมเนื้อผ้า, เครื่องซักผ้าฝาหน้าพร้อมเครื่องอบผ้าในตัว เหมาะกับบ้านที่ซักผ้าปริมาณไม่มาก และซักไม่บ่อย รวมทั้งไม่มีพื้นที่ในการตากผ้า
  • รอบปั่นหมาด (RPM) : คือจำนวนรอบในการหมุนของเครื่องซักผ้า ยิ่งรอบปั่นหมาดมากเท่าไหร่ ผ้าก็จะยิ่งแห้งได้เร็วขึ้น
  • ฟังก์ชันการทำงาน : เครื่องซักผ้าแต่ละรุ่นนั้นก็จะมาพร้อมกับโปรแกรมการทำงานที่แตกต่างกัน มีความหลากหลายตามการออกแบบของแบรนด์นั้น ๆ ซึ่งคุณสามารถใช้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าได้ด้วย โดยดูว่าเครื่องซักผ้านั้น ๆ มีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานของคุณหรือไม่
  • การรับประกันและบริการหลังการขาย : ถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเครื่องซักผ้าที่ใช้จะเกิดปัญหาขึ้นเมื่อใด หากแบรนด์นั้น ๆ มีการรับประกันและบริการหลังการขายที่ดี ตัวเราซึ่งเป็นผู้ใช้ก็สามารถอุ่นใจได้ว่าจะไม่ต้องปวดหัวเมื่อเครื่องซักผ้าเกิดปัญหาขึ้นนั่นเอง เพราะจะมีการบริการซ่อมและแก้ปัญหาให้อย่างทันท่วงทีและได้มาตรฐาน