แคตตาล็อกสินค้า
หน้าแรก
14 สินค้า
 >  G.SKILL

สินค้า G.SKILL

14 สินค้า

เพิ่มสมรรถนะความเร็วและแรงให้กับพีซีของคุณด้วยการอัพเกรดแรม (RAM) ให้โดนใจกับ G.Skill เพียงคลิกที่นี่

_

ลิสต์ราคา G.SKILL ยอดนิยมปี 2018

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
G.Skill Ripjaws 1,700 บาท Advice Online
G.Skill 8GB DDR4-2400 2,490 บาท Lazada
G.Skill 16GB DDR4 6,300 บาท invadeIT
G.Skill Value DDR4 1,539 บาท Lazada
G.Skill 4GB DDR4-2400 1,388 บาท Lazada
G.skill DDR3/1600 SNIPER 1,890 บาท Lazada
G.Skill Ripjaws V 8GB DDR4-2400Mhz 3,650 บาท invadeIT
G.SKILL G. SKILL GP-GD750A-CWV1 Ripjaws PS750G 750 วัตต์ 80 + GOLD Full Modular Intel/AMD พร้อม GAMING PC ATX 12 โวลต์แหล่งจ่ายไฟ 10,661 บาท Lazada
G.SKILL "G. SKILL RIPJAWS KM780R MX บน Fly Macro Mechanical คีย์บอร์ดเล่นเกม, เชอร์รี่ MX สีน้ำตาล" 7,734 บาท Lazada
G.SKILL "G. SKILL RIPJAWS KM780 MX On - The - Fly Macro Mechanical คีย์บอร์ดเล่นเกม, เชอร์รี่ MX สีน้ำตาล" 8,135 บาท Lazada
ยอดนิยม
G.Skill Ripjaws

ราคาดีที่สุดที่ Advice Online 1,700 บาท ไปที่ร้านค้า

G.Skill ประเทศไทย – เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแรม (RAM)

สำหรับใครที่กำลังอยากได้เครื่องคอมพิวเตอร์สักเครื่อง หรือมีเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วแต่อยากอัพเกรดให้ทำงานได้เร็วยิ่งกว่าเดิม ขอให้เข้ามาดูทางนี้ เพราะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตัวที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ว่าจะเป็นพีซีหรือโน้ตบุ๊คก็แล้วแต่ก็คือ แรม (RAM) นั่นเอง แต่คุณรู้จักแรมดีแค่ไหน และถ้าอยากจะซื้อคอมพิวเตอร์หรืออัพเกรดคอมพิวเตอร์สักเครื่องต้องดูแรมอย่างไร วันนี้ G.Skill ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างแรมจะมาให้คำแนะนำดี ๆ กับคุณ

แรม (RAM) และประเภทของแรม

ก่อนอื่นคุณต้องมาทำความรู้จักกับแรม (RAM) ให้ดีเสียก่อน ซึ่งแรมนั้นย่อมาจาก Random-Access Memory ถือเป็นหน่วยความจำหลักที่ใช้รับส่งข้อมูลไปยังหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์นั่นเอง กระบวนการทำงานของแรมนั้นก็คือ CPU จะเรียกโปรแกรมชุดคำสั่งและข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์มาวางไว้เป็นแรมเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการประมวลผล โดยแรมนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่

Static RAM (SRAM)

เป็นแรมที่ทำขึ้นจากวงจรที่ใช้เก็บข้อมูลด้วยสถานะที่ ‘มีไฟกับ ไม่มีไฟนั่นก็คือตัวแรมนั้นจะสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้ตลอดตราบใดที่มีกระแสไฟฟ้าเลี้ยงวงจรอยู่ Static RAM นี้มักนำไปใช้ทำเป็นหน่วยความจำแคช (Cache) ภายใน CPU เพราะทำงานได้ด้วยความเร็วสูง แต่ก็จะมีขนาดความจุน้อย มีราคาแพง และยังกินไฟมากจนเกิดความร้อนสูงได้ง่ายอีกด้วย

Dynamic RAM (DRAM)

เป็นแรมที่ทำขึ้นจากวงจรที่ใช้เก็บข้อมูลด้วยสถานะ ‘มีประจุกับ ไม่มีประจุซึ่งจะกินไฟน้อยกว่า SRAM อย่างไรก็ดีประจุไฟฟ้านั้นจะมีการรั่วไหลอยู่เป็นปกติ ดังนั้นจึงต้องมีวงจรอีกส่วนหนึ่งคอยเติมประจุไฟฟ้าให้กับ DRAM เป็นระยะเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลไว้ได้ตลอดเวลานั่นเอง กระบวนการเติมประจุไฟฟ้านี้เรียกว่าการรีเฟรช (Refresh) นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว DRAM มักจะนำไปใช้ทำเป็นหน่วยความจำหลักในรูปแบบของ Integrated Circuit บนแผงโมดูล สามารถออกแบบให้มีขนาดความจุสูง ๆ ได้ และยังไม่เกิดความร้อนสูงอีกด้วย สามารถแบ่งออกได้เป็น

  • SDRAM (Synchronous Dynamic RAM) เป็นหน่วยความจำแรมที่พัฒนาให้สามารถทำงานร่วมกับระบบบัสความเร็วสูงได้ ตัวชิปจะใช้บรรจุภัณฑ์ แบบ TSOP (Thin Smail Outine Package) ติดตั้งอยู่บนแผงโมดูล แบบ DIMM (Dual Inline Memory Module) ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 2 ร่อง และมีจำนวนขาทั้งสิ้น 168 ขา ใช้แรงดันไฟ 3.3 โวลต์ ปัจจุบัน SDRAM ไม่นิยมใช้แล้ว จะพบได้เฉพาะในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ เท่านั้น
  • DDR SDRAM (Double Date Rate SDRAM) เป็นหน่วยความจำแรมที่ใช้เก็บข้อมูลชั่วคราว ซึ่งได้รับการพัฒนามาจาก SDRAM ตัวชิปจะใช้บรรจุภัณฑ์แบบ TSOP มีขนาดความยาวของแผงโมดูลเท่ากันกับ SDRAM คือ 5.25 นิ้ว สามารถทำงานได้ด้วยความเร็วสูงกว่า 200 MHz ขึ้นไป และยังสามารถรับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า แรมชนิดนี้จะติดตั้งอยู่บนแผงโมดูลแบบ DIMM ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 1 ร่อง และมีจำนวนขาทั้งสิ้น 184 ขา ส่วนเขี้ยวที่ด้านสัมผัสทองแดงมีอยู่ที่เดียว ใช้แรงดันไฟ 2.5 โวลต์ รองรับความจุสูงสุดได้ 1 GB/แผง
  • DDR-II SDRAM เป็นแรมแบบที่มีตัวชิปใช้บรรจุภัณฑ์แบบ FBGA (Fine-Pitch Ball Gril Array) ที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำกว่าแบบ TSOP และยังสามารถออกแบบให้ตัวชิปมีขนาดเล็กและบางลงได้ ชิปดังกล่าวจะถูกติดตั้งอยู่บนแผงโมดูลแบบ DIMM ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 1 ร่อง และมีจำนวนขาทั้งสิ้น 240 ขา ใช้แรงดันไฟเพียง 1.8 โวลต์ รองรับความจุได้สูงสุดถึง 4 GB
  • RDAM (RAMBUS DRAN) เป็นหน่วยความจำแรมที่มีตัวชิปซึ่งใช้บรรจุภัณฑ์แบบ CSP (Chip-Scale Package) ติดตั้งอยู่บนแผงโมดูลแบบ RIMM (Rambus Inline Memory Module) ที่มีร่องบากบริเวณแนวขาสัญญาณ 2 ร่อง ใช้แรงดันไฟ 2.5 โวลต์ และรองรับความจุสูงสุดได้มากถึง 2 GB ปัจจุบัน RDRAM ที่มีวางขายในท้องตลาด แบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ RDRAM (16บิต) และ RDRAM (32บิต)

หลักการเลือกซื้อแรม (RAM) ให้คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งาน

สำหรับการเลือกซื้อแรมให้คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานนั้น จะต้องพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังนี้

  • เมนบอร์ดบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากแรมแต่ละชนิดจะรองรับการใช้งานกับเมนบอร์ดต่างชนิดกัน เช่น DDR (184-pins) จะทำงานร่วมกับชิปเซ็ตรุ่นเก่าของ Intel 845, 865 และ VIA P4M ได้บางรุ่นเท่านั้น ส่วน DDR2 (240-pins) จะรองรับการใช้งานร่วมกับชิปเซ็ตหลากหลายกว่าทั้งของค่าย Intel และ AMD เป็นต้น
  • ความจุและขนาด โดยต้องพิจารณาจากการทำงานและแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก อย่างถ้าเป็นการใช้งานทั่วไป แรมขนาด 512 MB ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีการทำงานในเรื่องของโปรแกรมตกแต่งภาพหรือเล่นเกมส์ 3D ก็ควรเลือกแรมที่มีความจุมากกว่า 1 GB จะลื่นไหลกว่า
  • ความจุ Single Channel หรือ Dual Channel นั้นต้องใช้การคำนวณเปรียบเทียบระหว่างราคาและประสิทธิภาพ เพราะแม้ว่าแบบ Dual Channel จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากแต่ก็มีราคาสูงมากกว่าแบบ Single Channel ด้วย นอกจากนี้ยังต้องเสียพื้นที่สล็อตเพิ่มอีกหนึ่งช่องด้วย ทำให้การอัพเกรดถูกจำกัดให้น้อยลง
  • การรับประกัน แน่นอนว่าการซื้อแรมนั้นควรจะต้องเลือกดูการรับประกันด้วย บางเจ้าถึงกับมีการรับประกันแบบ Life Time Warranty เลยทีเดียว อย่างไรก็ดีคุณควรจะดูที่รูปแบบและคุณภาพของการรับประกันมากกว่าระยะเวลาการรับประกัน เพราะคุณคงไม่ได้ใช้แรมเพียงตัวเดียวไปตลอดชีวิตหรอกจริงไหม