นาฬิกาข้อมือ Chopard ราคา เช็คราคาดีที่สุดก่อนใคร คลิกที่นี่

_

Chopard ประเทศไทย – ดื่มด่ำไปกับความหอมอย่างเป็นเอกลักษณ์จากน้ำหอมของ Chopard

หากจะให้เอ่ยถึงชื่อ ‘Chopard’ สิ่งที่อาจจะเข้ามาในหัวของทุกคนก็คงเป็นนาฬิกาและเครื่องประดับสุดหรูจากสวิสเซอร์แลนด์ใช่ไหม แต่รู้รึเปล่าว่า Chopard ก็มีไลน์น้ำหอมสุดหรูไม่แพ้กันวางจำหน่ายด้วย ซึ่งแบรนด์แห่งความเลิศหรูที่อยู่คู่วงการแฟชั่นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 1860 นั้นก็ได้นำเสนอน้ำหอมหลากกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับคุณ แม้ทุกวันนี้ Chopard จะโอนสัญชาติจากสวิสฯ มาเป็นเยอรมันแล้วแต่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ลดน้อยลงไปเลย และยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ติดตาตรึงใจใครหลาย ๆ คนจนกลายเป็นแบรนด์ในดวงใจของคนมากหน้าหลายตาทั่วโลกเลยทีเดียว

Chopard ได้ก้าวเข้าสู่วงการน้ำหอมโดยจับมือร่วมกันกับ L’Oreal ในการสรรสร้างกลิ่นอันหอมหวลภายใต้ชื่อแบรนด์ Chopard โดยมีทั้งน้ำหอมสำหรับชายหนุ่มและสำหรับหญิงสาว

หลากคอลเล็กชั่นน้ำหอมจาก Chopard ที่คุณไม่ควรพลาดเป็นเจ้าของ

Chopard นั้นมีคอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดคลาสสิกที่คุณไม่ควรพลาดนำมาแต่งเติมความหอมให้กับตัวคุณ อาทิเช่น

Casmir Chopard
น้ำหอมสุดคลาสสิกสำหรับหญิงสาวจาก Chopard ซึ่งได้รับการสรรสร้างกลิ่นขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1992 แต่ก็ยังคงความหอมติดตรึงใจได้จนถึงทุกวันนี้ด้วยกลิ่นของวานิลลาโอเรียนทัลอันโดดเด่น ซึ่งน้ำหอมคอลเล็กชั่นนี้ได้รับการออกแบบโดย Michel Almairac และได้รับความนิยมอย่างมากจนเป็นน้ำหอมที่ได้รับการต่อยอดในการสร้างกลิ่นสำหรับคอลเล็กชั่นอื่น ๆ ด้วย ใช้ท็อปโน้ตเป็นกลิ่นของผลไม้หวานอมเปรี้ยวอย่างพีช, แอปพริคอต, แบล็คเคอร์แรนท์ และราสเบอร์รี่ ส่วนมิดเดิ้ลโน้ตเป็นการผสมผสานกลิ่นของส้มแมนดาริน, ดอกคาร์เนชั่น และซินนามอน ปิดท้ายด้วยเบสโน้ตจากวานิลลา, เบนโซอิน, และทองก้าบีน
Happy Spirit Chopard
อีกหนึ่งคอลเล็กชั่นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมสูงสุดเช่นกันจาก Chopard บรรจุในขวดน้ำหอมรูปทรงหัวใจสีชมพู บ่งบอกถึงความเป็นสาวโรแมนติก กลิ่นของน้ำหอมนั้นมีความหรูหราและโรแมนติก โดยได้ท็อปโน้ตจากกลิ่นซิตรัสต่าง ๆ อย่างราสเบอร์รี่กับส้มแมนดาริน ผสานกับมิดเดิ้ลโน้ตจากกลิ่นของดอกไม้นานาพรรณอย่างแมกโนเลียและฮันนี่ซัคเคิล ส่วนเบสโน้ตเป็นกลิ่นของไม้แคชเมียร์, แอมเบอร์ และมัสก์
Chopard pour Homme
น้ำหอมจาก Chopard ในคอลเล็กชั่นสำหรับชายหนุ่มโดยเฉพาะ บรรจุมาในขวดแบบเรียบง่าย แต่คงลุคที่ดูหรูหรา เท่แบบน่าค้นหา โดยเน้นกลิ่นไม้โอเรียนทัลที่เหมาะกับผู้ชายสุด ๆ มีท็อปโน้ตจากผลยูซุ, โป๊ยกั๊ก และคาร์ดามอน มิดเดิ้ลโน้ตเป็นกลิ่นของลูกจันทน์เทศ, พริกไทย และเสจ ปิดท้ายกับเบสโน้ตด้วยกลิ่นของแล็บดานัม, แซนดัลวู้ด, แอมเบอร์ และไม้สนซีดาร์

ว่าด้วยเรื่องของน้ำหอม จะรู้จักและเข้าใจกลิ่นของมันได้อย่างไร

บางครั้งเราซึ่งเป็นคนทั่วไป ไม่ใช่คนที่มีความรู้เรื่องกลิ่นและน้ำหอมมากนัก เมื่ออ่านข้อมูลเกี่ยวกับกลิ่นของน้ำหอมแล้วก็อาจเกิดความไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่า ท็อปโน้ต, มิดเดิ้ลโน้ต, เบสโน้ตมันคืออะไรกันแน่ วันนี้เราเลยจะมาเฉลยคำตอบของปัญหานี้ให้กับคุณ

  • ท็อปโน้ต (Top Note / Head Note) คือกลิ่นของหัวน้ำหอมที่เมื่อฉีดออกมาแล้ว จะระเหยออกมาตัวแรกสุด คือได้กลิ่นนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้มีกลิ่นที่โดดเด่น แต่เนื่องจากกลิ่นท็อปโน้ตนั้นทำจากโมเลกุลขนาดเล็กจึงทำให้กลิ่นระเหยได้ง่าย คือ จะระเหยไปหลังจากฉีดน้ำหอมประมาณ 10 – 20 นาที
  • มิดเดิ้ลโน้ต (Middle Note / Heart Note) เป็นกลิ่นหลักของน้ำหอมขวดนั้น ๆ นั่นเอง โดยจะมีลักษณะกลิ่นที่กลมกลืนไปกับเบสโน้ต ซึ่งกลิ่นจะติดทนได้นานหลังจากฉีดน้ำหอมแล้วประมาณ 3 – 6 ชั่วโมง
  • เบสโน้ต (Base Note / Last Note) ก็คือกลิ่นน้ำหอมที่จะแสดงกลิ่นออกมาหลังจากที่กลิ่นท็อปโน้ตและมิดเดิ้ลโน้ตระเหยไปจนหมดแล้ว กลิ่นเบสโน้ตนั้นทำจากโมเลกุลขนาดใหญ่ จึงมีกลิ่นที่ติดทนนาน อย่างไรก็ดีกลิ่นจะมีความเจือจาง แต่สามารถติดทนได้ยาวนานถึง 24 ชม.เลยทีเดียว
NEW