ทราบถึงประเภทของไมโครโฟน และเลือกซื้อไมโครโฟนจากแบรนด์ Boya อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

กล้องถ่ายรูป boya
เครื่องเสียงและ Hi Fi boya
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ BOYA
โทรศัพท์และแท็บเล็ต Boya
_

ลิสต์ราคา Boya ยอดนิยมปี 2021

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
boya BY-A7H Microphone ไมค์ติดมือถือ แท็ปเลต / IOS Android / วิดีโอ Live สด - รับประกัน 1 ปี ส่งฟรี 850 บาท Lazada
boya by-WM4 Pro K1 2.4G Wireless Microphone System(One Transmitters + One Receiver) ใช้งานได้ทั้งกล้อง DSLR Smartphone PC ไมโครโฟนไร้สายมีขนาดที่เล็ก สำหรับไลฟ์สด อัดเสียงของแท้รับประกัน 1 ปี แถมฟรีเพิ่ม ฟองน้ำ x1/คลิปไมค์ x1 ส่งฟรีทั่วไทย 2,750 บาท Lazada
boya BY-M1 Proสายสร้อยที่สวมรอบคอรอบทิศทางไมโครโฟนแบบหนีบไมโครโฟนสำหรับสมาร์ทโฟนDSLRกล้องวิดีโอเครื่องบันทึกเสียงบันทึกคอมพิวเตอร์ 715 บาท Lazada
boya BY-WM4 PRO-K6 2.4Gระบบไมโครโฟนไร้สาย (Trans-Mitter * 2 + ตัวรับสัญญาณ * 1) ระยะที่มีผล60Mเข้ากันได้กับสมาร์ทโฟนAndroidที่มีอินเตอร์เฟซType-C 8,871 บาท LazMall by Lazada
boya BY-WM4 Pro-K2 Dual Wireless Microphone ไมโครโฟนไร้สาย แบบไมค์คู่ ใช้ได้ทั้งกล้องและมือถือ 3,599 บาท Lazada
boya : BY-WM8 PRO-K2 by Millionhead (ไมโครโฟนไร้สายแบบคลื่นความถี่ UHF ระบบ Dual-Channelประกอบด้วย ตัวส่ง 2 ชุด ตัวรับสัญญาณ 1 ชุด ชุดรับ-ส่งไวเลสส) 5,900 บาท Lazada
boya BY-WM4 PRO K1 Wireless Microphone ไมโครโฟนไร้สายราคาถูก/ไมโครโฟนไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้อง DSLR กล้องวีดีโอ เครื่องบันทึกเสียง PC 2,750 บาท Lazada
boya ของแท้ 100% BY-WFM12 VHF Wireless Microphone ไมค์ไวเลส ไมค์โครโฟน ไร้สาย ติดกล้อง ถ่ายคลิป บันทึกเสียง 2,050 บาท Lazada
boya BY-WM4 PRO ไมโครโฟน ไมอัดเสียง สำหรับไลฟ์สด สำหรับสมาร์ทโฟน กล้อง ตัดสียงรบกวนคุณภาพสูง ของแท้100% 2,490 บาท Lazada
boya BY-WM4 PRO K2 Dual Wireless Microphone ไมโครโฟนไร้สายสำหรับกล้อง มือถือ แบบไมค์คู่ ไมค์ไลฟ์สด 3,590 บาท Lazada

Boya ประเทศไทย - ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับไมโครโฟน

ชนิดของไมโครโฟน

  • ไมโครโฟนแบบไดนามิกมูฟวิ่งคอยล์ (Dynamic Movie Coil Microphone) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าไดนามิกไมโครโฟน เป็นไมโครโฟนที่ใช้หลักการของการเคลื่อนที่ของขดลวดตามเสียงที่มากระทบ และเมื่อขดลวดตัดผ่านสนามแม่เหล็กถาวร ก็จะเกิดเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้าตามคลื่นเสียงนั้น ไมโครโฟนชนิดนี้เป็นที่นิยมแพร่หลาย ครอบคลุมการใช้งานเกือบทุกประเภท เพราะสามารถรับเสียงในย่านกว้างทั้งความถี่ต่ำและความถี่สูงได้
  • ไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์ (Condenser Microphone) เป็นไมโครโฟนที่ออกแบบโดยใช้หลักการเปลี่ยนแปลงค่าความจุตามเสียงที่มากระทบแผ่นฉนวนที่อยู่ระหว่างแผ่นเพลทสองแผ่น โดยส่วนใหญ่ไมโครโฟนประเภทนี้จะต้องมีแหล่งจ่ายไฟเลี้ยง และสามารถตอบสนองความถี่สูงได้ดีมาก
  • ไมโครโฟนแบบไร้สาย (Wireless Microphone) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ไมค์ลอย “ ซึ่งความจริงก็คือไมโครโฟน 2 แบบแรก เพียงแต่เพิ่มวงจรเครื่องส่งให้สามารถส่งสัญญาณออกมาเป็นคลื่นวิทยุได้นั่นเอง

หลักการทำงานของไดนามิกไมโครโฟน (Dynamic Microphone)

ไมโครโฟนแบบไดนามิกจะประกอบด้วยขดลวดพันอยู่บนฟอร์มพลาสติกทรงกระบอกที่ยึดติดกับแผ่นไดอะแฟรมบาง ๆ แล้วสวมลงในช่องว่างระหว่างแม่เหล็กถาวร เมื่อมีคลื่นเสียงมากระทบแผ่นไดอะแฟรม แผ่นไดอะแฟรมที่เป็นพลาสติกหรือแผ่นอะลูมิเนียมบาง ๆ ก็จะมีการอัดและคลายตัวตามคลื่นเสียง ทำให้ขดลวดเคลื่อนที่เข้าออกตามไปด้วย ซึ่งขดลวดก็จะตัดกับสนามแม่เหล็กถาวร ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าออกมาที่ขดลวด ตามคลื่นเสียงที่เข้ามากระทบ

  • สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองไม่ต้องใช้แรงดันไฟฟ้าช่วย
  • มีความไวเสียงต่ำ รับช่วงความถี่เสียงได้แคบ

หลักการทำงานของ คอนเดนเซอร์ไมโครโฟน (Condenser Microphone)

คอนเดนเซอร์ไมโครโฟนนี้ต้องมีไฟฟ้า DC เลี้ยงจึงจะทำงาน แรงดันตั้งแต่ 1.5 ถึง 48 โวลท์ ไมค์คอนเดนเซอร์ใช้หลักการค่าความจุของคาปาซิเตอร์เปลี่ยนแปลงโดยเมื่อมีเสียงปะทะที่ไดอะแฟรม จึงจะทำให้เกิดการสั่นไหว ทำให้มีการขยับตัวของระยะห่างของแผ่นเพลทที่เป็นไดอะแฟรมกับแผ่นเพลทแผ่นหลัง ทำให้ค่าความจุมีการเปลี่ยนแปลงตามแรงปะทะจากคลื่นเสียง ทำให้เกิดสัญญาณไฟฟ้าของเสียงนั้นส่งมาที่ Amplifier ทำการขยายสัญญาณเสียงเป็นกระแสไฟฟ้าที่แรงส่งออกไปตามสายนำสัญญาณ ดังนั้นไมโครโฟนชนิดนี้จึงมีความไวมาก มีอิมพิแดนซ์ต่ำมาก เมื่อยังไม่มีการออกแบบพิเศษ ความถี่ตอบสนองได้ดีที่ความถี่ปานกลางขึ้นไป และทิศทางการรับ รอบทิศทาง

  • มีความไวเสียงสูง สามารถรับช่วงความถี่เสียงได้กว้างกว่า
  • ข้อดี คือ เสียงที่ได้รับจะมีความชัดเจน แต่ก็ส่งผลให้มีเสียงรบกวน (noise) มากตามไปด้วย
  • ส่วนมากใช้กับงานแสดงดนตรี การบรรเลงเพลงต่าง ๆ

การเลือกใช้งาน

แบบรับเสียงรอบทิศทาง (Omni Direction)
ไมโครโฟนแบบรอบทิศทาง (Omni Direction) มักจะเป็นรูปแบบของไมโครโฟนที่ใช้กันทั่วไป โดยเฉพาะไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ โดยแบบนี้จะเหมาะสำหรับการบันทึกเสียง เพราะมีการตอบสนองความถี่กว้าง แต่มีโอกาสที่จะเกิดเสียงหอนได้ง่าย การติดตั้งจึงควรพิจารณาเป็นพิเศษ และการใช้งานไม่ควรพูดห่างไมโครโฟนมากนัก
แบบรับเสียงเฉพาะด้านหน้าไมโครโฟน (Cardioid Direction)
ไมโครโฟนที่มีรูปแบบการรับเสียงแบบ Cardioid สามารถรับเสียงจากทางด้านหน้า (0o) ได้ดีที่สุด แต่รับเสียงที่มาจากทางด้านหลัง (180o) ได้น้อยมากๆ หรือ ไม่ได้เลย เป็นไมโครโฟนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถรับเสียงที่ห่างไมโครโฟนโดยไม่มีปัญหาเสียงรบกวน
แบบรับเสียงทั้งด้านหน้าไมโครโฟนและด้านหลังไมโครโฟน แต่รับเสียงด้านหน้าได้มากกว่า (Super Cardioid Pattern & Hyper Cardioid )
ทั้งสองแบบนี้ถูกออกแบบมาให้มีมุมหรือองศาของการรับเสียงที่แคบกว่าแบบ cardioid แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ การรับเสียงจากด้านหลัง และหากจะเปรียบเทียบกันระหว่าง super cardioid และ hyper cardioid แล้ว super cardioid จะมีมุมรับเสียงทางด้านหน้าที่กว้างกว่า แต่การรับเสียงจากด้านหลังจะไม่มากนัก ส่วน hyper cardioid ถึงแม้มุรับเสียงด้านหน้าจะแคบกว่า แต่การรับเสียงจากทางด้านหลังกลับมากกว่า ซึ่งกลายเป็นข้อดีข้อเสียกันคนละอย่าง

ในแง่ของการใช้งานแล้ว หากเป็นการใช้เพื่อบันทึกเสียงใน studio สิ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอ คือ วัตถุประสงค์ในการใช้งาน กล่าวคือ ไมโครโฟนทั้งสองแบบนี้สามารถรับเสียงจากทางด้านหลังได้ด้วย ดังนั้น จึงหมายถึง สามารถรับเสียงที่สะท้อนมาจากทางด้านหลังได้มากกว่า ทำให้อัตราส่วนของความแตกต่างระหว่าง direct sound กับ reflected sound นั้นน้อยกว่าแบบ cardioid (จึงอาจทำให้เสียงที่บันทึกออกมามฟังดูมีความก้องมากกว่าแบบ cardioid) ดังนั้นการใช้ไมโครโฟนทั้งสองแบบนี้ จึงต้องพิจารณาควบคู่กันไปกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ เช่น ค่าความก้องของห้อง , ระยะห่างระหว่างแหล่งเสียงกับไมค์ , ระยะห่างและทิศทางของผนังห้องกับไมค์ , ระยะห่างและทิศทางของแหล่งเสียงอื่นๆ เป็นต้น

NEW