ส่งพัสดุปลอดภัย มั่นใจ ไม่เสียหาย ถ้าห่อพัสดุอย่างถูกวิธี และเลือกใช้กล่องพัสดุจาก BOXbox มาดูวิธีกันเลย คลิกที่นี่

รองเท้า BOXBOX
_

BOXbox ประเทศไทย – ห่อพัสดุอย่างไร ให้ส่งถึงมือผู้รับได้อย่างปลอดภัย มั่นใจของด้านในไม่เสียหาย

เพราะปัจจุบันการซื้อสินค้าออนไลน์กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ซื้อสามารถคลิกสั่งซื้อได้จากที่บ้านโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาออกไปข้างนอก และเมื่อคลิกสั่งซื้อแล้ว ที่ต้องทำก็แค่รอให้พัสดุส่งมาถึงหน้าบ้านนั่นเอง จึงทำให้การส่งพัสดุทางไปรษณีย์กลายเป็นทางเลือกสำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในการส่งสินค้าให้กับลูกค้า แต่ในการส่งของนั้น ตัวพ่อค้าแม่ค้าเองก็ต้องรู้จักระมัดระวังสินค้าของตน โดยเผื่อเหตุกรณีใด ๆ ที่อาจทำให้สินค้าภายในเสียหายระหว่างการขนส่ง ดังนั้นวันนี้แบรนด์อุปกรณ์เครื่องเขียน BOXbox ก็จะมาแนะนำวิธีการแพ็คของห่อพัสดุอย่างปลอดภัย มั่นใจถึงมือผู้รับแน่นอนว่าทำอย่างไร

แพ็คของโดยเผื่อกรณีเกิดฝนตกระหว่างการขนส่ง
อย่าลืมว่าประเทศไทยเราอยู่ในเขตอากาศร้อนชื้น ฝนจะเทลงมาเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ได้ ดังนั้นจึงควรกันไว้ก่อนด้วยการห่อสินค้าด้วยถุงพลาสติกหรือถุงซิปล็อคเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าโดนน้ำ อย่างถ้ามีฝนตกลงมาระหว่างที่บุรุษไปรษณีย์นำพัสดุไปส่ง กล่องภายนอกอาจเปียกน้ำฝน แต่ก็มั่นใจได้ว่าสินค้าภายในจะไม่โดนน้ำจนเสียหายเพราะมีพลาสติกห่อหุ้มกันน้ำไว้อย่างดีแล้วนั่นเอง
กันกระแทกไว้ก่อนดีกว่า ไม่เสียหลาย
อย่าขี้เกียจกับการห่อพัสดุสินค้า ด้วยการใส่ของลงไปในกล่องโดยไม่ได้ใส่ซองกันกระแทกเสียก่อน สินค้าของคุณอาจไม่ได้แตกหักง่ายขนาดนั้น แต่ก็อาจเกิดการเสียหายได้จากการกระแทกหลาย ๆ ครั้งระหว่างการขนส่ง ทางที่ดีให้หาห่อพลาสติกกันกระแทกมาห่อสินค้าหลาย ๆ ชั้น หรือห่อด้วยกระดาษแล้วเพิ่มเม็ดโฟมกันกระแทกเข้าไปในกล่องก็ได้ ที่สำคัญต้องอัดด้านในกล่องให้แน่นเพื่อไม่ให้สินค้าเคลื่อนไปมาระหว่างการขนส่ง เพื่อลดความเสี่ยงที่สินค้าจะแตกหักเสียหายได้
เลือกใช้กล่องพัสดุที่มีความแข็งแรง
ไม่ควรเอากล่องเก่า ๆ มารียูสใช้ใหม่ในการห่อพัสดุส่งของ หรือถ้าจะเลือกใช้กล่องรียูสก็ต้องเลือกกล่องที่มีความแข็งแรง หนา และทนทานเป็นพิเศษ โดยให้เลือกพัสดุให้เหมาะกับสินค้าที่จะจัดส่ง อย่างถ้าสินค้านั้นเป็นของชิ้นเล็ก ๆ อาจเลือกใช้ซองกันกระแทกแทนกล่องก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าซองพัสดุนั้นมีพลาสติกกันกระแทกบุอยู่ด้านในด้วย

      รูปแบบการส่งพัสดุไปรษณีย์...ตัวเลือกสำคัญสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

      การส่งสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นั้น ถ้าเป็นการนัดรับสินค้ากับลูกค้าเลยก็คงไม่เป็นไร แต่ส่วนใหญ่แล้วการส่งพัสดุทางไปรษณีย์ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทั้งสำหรับตัวผู้ซื้อเองและผู้ขายด้วย เพราะไม่ต้องขับรถ ฝ่ารถติดออกไปส่งของหรือรับของให้เสียเวลา โดยปัจจุบันการส่งพัสดุสินค้าทางไปรษณีย์นั้นมีให้เลือกหลายรูปแบบด้วยกัน ได้แก่

      • จดหมายติดสแตมป์ คือ รูปแบบการส่งจดหมายที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แต่มักจะใช้ได้กับการส่งเอกสารอย่างเช่นจดหมายเท่านั้น แค่เอาเอกสารใส่ซองจดหมาย ติดแสตมป์ทั่วไป แล้วไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์สีแดงที่เห็นทั่วไปตามริมถนนได้เลย แต่การส่งแบบนี้จะไม่สามารถตรวจสอบสถานะของจดหมายได้ และไม่มีการรับประกันความเสียหายให้
      • พัสดุธรรมดา เป็นการส่งพัสดุเป็นชิ้น ๆ หรือเป็นเอกสารก็ได้ ใช้เวลาในการจัดส่งถึงมือผู้รับประมาณ 5 -7 วัน โดยจะมีรหัสรับพัสดุให้สำหรับการตรวจสอบสถานะของพัสดุที่ส่ง แต่จะไม่สามารถตรวจสอบทางอินเตอร์เน็ตได้ ต้องไปติดต่อที่ไปรษณีย์ปลายทางหรือต้นทางเท่านั้น การส่งพัสดุแบบนี้จะเหมาะกับการส่งพัสดุชิ้นใหญ่ หรือพัสดุที่หนักหน่อย แต่ไม่เกิน 20 กก. มีวงเงินประกันของหายอยู่ที่ 1,000 บาท
      • พัสดุลงทะเบียน เป็นการส่งพัสดุแบบที่มีรหัสพัสดุ ใช้เวลาในการจัดส่งถึงมือผู้รับประมาณ 5 – 7 วัน สามารถนำรหัสรับพัสดุไปตรวจสอบสถานะได้บนเว็บไซต์ โดยจะมีการแจ้งสถานะวันที่ของถูกนำเข้าระบบ, วันที่ของถูกส่งออก แต่การส่งพัสดุแบบนี้จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 2 กก.เท่านั้น และมีวงเงินประกันของหายอยู่ที่ 300 บาท
      • พัสดุด่วนพิเศษ (EMS) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะของจะส่งถึงมือผู้รับอย่างรวดเร็วภายใน 1 – 2 วันเท่านั้น แถมยังมีรหัสพัสดุให้ไปตรวจสอบสถานะของพัสดุผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ด้วย ซึ่งจะมีวงเงินประกันของหายอยู่ที่ 2,000 บาท และสามารถส่งของที่หนัก ๆ ได้ไม่เกิน 20 กก.
      • Super EMS Speed เป็นระบบการส่งพัสดุรูปแบบใหม่ที่ถึงมือผู้รับแบบเร็วทันใจภายในวันเดียว ซึ่งจะส่งพัสดุไปกับเครื่องบินก่อนที่จะกระจายไปยังจุดหมายปลายทาง
      • Logistic Post เป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนที่ต้องการส่งสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ๆ ตั้งแต่ 20 – 200 กก. ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการส่งถึงมือผู้รับ 7 วัน โดยผู้รับจะต้องไปรับของเองที่ไปรษณีย์ปลายทาง มีรหัสพัสดุให้ตรวจสอบสถานะผ่านอินเตอร์เน็ตได้ โดยมีวงเงินประกันความเสียหายอยู่ที่ 2,000 บาท และยังสามารถขอทำประกันเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 20,000 บาท/ชิ้น
      • Logistic Plus จะเหมือนกับ Logistic Post แต่จะจัดส่งถึงมือผู้รับเร็วกว่าภายในเวลา 3 วัน และถ้าหากผู้รับอยู่ในพื้นที่ที่ทำการไปรษณีย์ ก็จะมีการจัดส่งให้ถึงบ้านด้วย โดยมีวงเงินประกันความเสียหายอยู่ที่ 3,000 บาท/ชิ้น
      • ไปรษณีย์เอกชน ที่รับของเพื่อไปส่งที่ไปรษณีย์ให้อีกทอดหนึ่ง เหมาะกับคนที่ไม่สะดวกไปยังไปรษณีย์ในเวลาราชการ โดยจุดบริการของไปรษณีย์เอกชนส่วนใหญ่มักจะเปิดถึงค่ำ และเปิดในวันเสาร์อาทิตย์ด้วย แต่ค่าบริการก็จะเพิ่มขึ้นตามบริการที่เพิ่มขึ้นมานั่นเอง
      NEW