ใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้อย่างต่อเนื่องตลอดวันแค่มีพาวเวอร์แบงค์คุณภาพจาก BLL ที่จำหน่ายในราคาถูกสุดคุ้มที่ iPriceThailand แถมยังมาแนะนำวิธีการใช้งานพาวเวอร์แบงค์อย่างถูกต้องด้วย คลิกที่นี่เลย

_

ลิสต์ราคา BLL ยอดนิยมปี 2019

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
BLL G16 289 บาท Shopee
BLL 5209 189 บาท Lazada
BLL 5208 179 บาท Lazada
BLL 10500 299 บาท Shopee
BLL 5831 339 บาท Lazada
BLL 5836 350 บาท Shopee
BLL 5822 260 บาท Shopee
BLL G16 ดำ 289 บาท Shopee
BLL 5106 169 บาท Lazada
BLL G32 420 บาท Shopee
ยอดนิยม
BLL G16

ราคาดีที่สุดที่ Shopee 289 บาท ไปที่ร้านค้า

BLL ประเทศไทย – พาวเวอร์แบงค์...ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ใช้งานอุปกรณ์ดิจิตอลได้ต่อเนื่องตลอดวัน

อุปกรณ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของทุกคนในทุกวันนี้คงจะหนีไม่พ้นสมาร์ทโฟนอย่างแน่นอน เพราะใช้สำหรับคุยงาน ติดต่อธุรกิจ คุยกับเพื่อน ท่องเว็บ เล่นโซเชียล ฯลฯ ได้อย่างครบครันในเครื่องเดียว แต่ถ้าจะให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันแบบไม่มีติดขัดเรื่องแบตเตอรี่หมดแล้วละก็ ต้องพกตัวช่วยเด็ดที่ขาดไม่ได้ก็คือ พาวเวอร์แบงค์นั่นเอง ซึ่งวันนี้ BLL แบรนด์อุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์และแท็บเล็ตก็จะมาแนะนำความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับพาวเวอร์แบงค์ให้กับคุณด้วย

มาทำความรู้จักกับพาวเวอร์แบงค์กันเสียก่อน

พาวเวอร์แบงค์นั้นเป็นแบตเตอรี่สำรองที่ได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย และมีความจุแบตเตอรี่หลายขนาดด้วยกัน ซึ่งตัวเครื่องพาวเวอร์แบงค์นั้นจะมีการห่อหุ้มด้วยวัสดุกันระเบิดอย่างแน่นหนา เพื่อให้สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ตัวเครื่องของพาวเวอร์แบงค์นั้นจะมีช่อง Input ในการรับกระแสไฟบ้านเข้าสู่ตัวแบตเตอรี่ภายใน และช่อง Output สำหรับจ่ายกระแสไฟให้กับแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตซึ่งก็คือการชาร์จแบตเตอรี่นั่นเอง ในปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์ด้วยกัน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันด้านวัสดุที่ใข้ในการผลิต และการควบคุมคุณภาพในการผลิตนั่นเอง

ความจุและการคำนวณรอบการใช้งานของพาวเวอร์แบงค์

สำหรับการใช้งานพาวเวอร์แบงค์นั้น คุณซึ่งเป็นผู้ใช้จะต้องรู้จักวิธีคำนวณรอบการใช้งานให้เป็นด้วย เพื่อที่จะได้เลือกซื้อพาวเวอร์แบงค์ที่เหมาะกับการใช้งานของตัวคุณเอง ตามปกติแล้วพาวเวอร์แบงค์จะมีค่าสูญเสียพลังงานอยู่ที่ 20 – 30% ดังนั้นการจะนำเอาตัวเลขความจุแบตเตอรี่ที่บ่งบอกบนสมาร์ทโฟน มาลบกับความจุของแบตเตอรี่พาวเวอร์แบงค์เพื่อให้ได้จำนวนรอบการชาร์จนั้นไม่ถูกต้องซะทีเดียว ยังต้องมีการคิดค่าสูญเสียพลังงานด้วย ซึ่งการสูญเสียพลังงานของพาวเวอร์แบงค์จะมากน้อยเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบแผงวงจรของผู้ผลิตเอง การสูญเสียพลังงานนั้นเกิดขึ้นจากการแปลงพลังงานนั่นเอง อย่างเช่น การใช้พาวเวอร์แบงค์ที่มีความจุแบตเตอรี่ 4000 mAh จะสามารถจ่ายพลังงานได้จริงเพียง 2800 mAh เท่านั้น

อัตราการรับไฟและอัตราการจ่ายไฟของพาวเวอร์แบงค์

สำหรับอัตราการรับและจ่ายไฟของพาวเวอร์แบงค์ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำความเข้าใจด้วยเช่นกัน เพราะจะเป็นตัวบ่งบอกระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถดูได้จากฉลากข้างกล่อง ประกอบไปด้วย

Input : DC 5V – 2.1A (max)
อันนี้หมายความว่าตอนที่ชาร์จไฟบ้านเข้าสู่ตัวพาวเวอร์แบงค์นั้น กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่พาวเวอร์แบงค์สูงสุดต่อหน่วยเวลาที่ 2.1 แอมป์ ซึ่งถือว่าเร็วและปลอดภัยสำหรับพาวเวอร์แบงค์ แต่ถ้าเป็น 1.0A (max) จะแสดงว่าการชาร์จไฟบ้านเข้าสู่ตัวพาวเวอร์แบงค์นั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าเดิม เพราะมีกระแสไฟเข้าสู่พาวเวอร์แบงค์ต่อหน่วยเวลาน้อยลงนั่นเอง ดังนั้นจึงควรเลือกพาวเวอร์แบงค์ที่มี Input DC 5V – 2.1A (max) จะดีที่สุด
Output : DC 5V – 2.1A
คือกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้าสูงสุดต่อหน่วยเวลาระหว่างที่พาวเวอร์แบงค์ชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอยู่ที่ 2.1 แอมป์นั่นเอง

    ในการชาร์จไฟไม่ว่าจะชาร์จเข้าหรือชาร์จออกให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นควรเลือกพาวเวอร์แบงค์ที่มีหัวปลั๊กไฟที่รองรับกับเต้าเสียบภายในบ้าน และมีพอร์ต USB มาตรฐานในการต่อไฟกับอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกด้วย ที่สำคัญต้องดูว่าหม้อแปลงนั้นรองรับกระแสไฟบ้านของประเทศเราได้หรือไม่ โดยประเทศไทยจะใช้กระแสไฟอยู่ที่ 220V

    วิธีง่าย ๆ ในการดูแลและยืดอายุการใช้งานพาวเวอร์แบงค์

    มาดูแลและยืดอายุการใช้งานพาวเวอร์แบงค์ด้วยวิธีดังต่อไปนี้กันดีกว่า

    • เมื่อใช้งานพาวเวอร์แบงค์ครั้งแรก ให้ชาร์จไฟด้วยอัตราไฟเข้าต่ำ โดยทำได้ด้วยการชาร์จพาวเวอร์แบงค์กับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คแทนการชาร์จด้วยไฟบ้านโดยตรง เพื่อกระตุ้นเซลล์เก็บประจุแบตเตอรี่ Li-On ของพาวเวอร์แบงค์ให้ครบทุกเซลล์เสียก่อน และควรชาร์จครั้งแรกประมาณ 24 ชั่วโมงต่อความจุพาวเวอร์แบงค์ 10000 mAh
    • ไม่ควรใช้งานสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตขณะชาร์จแบตเตอรี่กับพาวเวอร์แบงค์ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของพาวเวอร์แบงค์เสื่อมลงเร็วขึ้น
    • ควรชาร์จไฟพาวเวอร์แบงค์ให้เต็มอยู่เสมอ เพื่อป้องกันพาวเวอร์แบงค์เสื่อมสภาพ หากไฟพาวเวอร์แบงค์เหลือต่ำกว่า 30% เมื่อไหร่ ให้หยุดใช้งานแล้วนำไปชาร์จไฟเข้าให้เต็มก่อน ไม่ควรใช้งานจนไฟในพาวเวอร์แบงค์หมดจนไม่เหลือเพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น
    • อย่าให้พาวเวอร์แบงค์โดนความร้อน หรืออยู่ในที่ร้อนมาก ๆ อย่างเช่นภายในรถที่จอดตากแดด เพราะความร้อนจะทำให้ตัวเซลล์ในพาวเวอร์แบงค์เสื่อมเร็วนั่นเอง
    • ไม่ทำพาวเวอร์แบงค์ตกพื้น หรือสัมผัสโดนของเหลวและความชื้น เพราะอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรได้