เลือกใช้ปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยในราคาคุ้มค่ากับ BCC ที่ iPriceThailand เพิ่มเติม คลิกที่นี่

_

BCC ประเทศไทย - เลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างไรปลอดภัย ได้มาตรฐาน

ปัจจุบันอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ล้วนแต่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น ทำให้ทุกบ้านต้องหาซื้อรางปลั๊กไฟมาติดบ้านไว้ แต่การเลือกซื้อรางปลั๊กไฟโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ แล้วเน้นแต่เพียงราคาถูกเท่านั้น เป็นการเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออาจเกิดเพลิงไหม้ได้ ด้วยความห่วงใย BCC ประเทศไทยและ iPriceThailand จึงอยากแนะนำวิธีการเลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ได้มาตรฐานให้กับคุณ

ความสำคัญของการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ได้คุณภาพ

การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้า รวมไปถึงการเดินสายไปต่าง ๆ ภายในบ้าน หากใช้และทำด้วยความสะเพร่า หรือเลือกใช้ของที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะทำให้ตัวคุณเองรวมไปถึงสมาชิกครอบครัวของคุณตกอยู่ในอันตรายจากความเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟไหม้บ้านได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรางปลั๊กไฟหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ปลั๊กพ่วง หรือปลั๊กสามตานั่นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าตามท้องตลาดนั้นมีวางจำหน่ายมากมาย ทั้งราคาถูกและแพง ซึ่งการเลือกซื้อปลั๊กไฟราคาถูก ไม่ได้คุณภาพนั้นยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออันตรายสำหรับตัวคุณเองและคนในครอบครัวยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นการเลือกใช้ปลั๊กไฟที่ได้คุณภาพ รวมไปถึงมีความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธีก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายของตัวเองและคนในครอบครัวของคุณได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

เลือกซื้อปลั๊กไฟอย่างไรจึงจะปลอดภัยได้คุณภาพ

จากคำแนะนำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ได้คุณภาพ มีความปลอดภัยนั้น สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • เลือกซื้อปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐาน โดยเน้นจากการสังเกตดูว่าสินค้านั้น ๆ มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ เครื่องหมายมอก. เป็นอีกหนึ่งตัวกำหนดและบ่งบอกได้ว่าปลั๊กไฟดังกล่าวนั้นมีคุณภาพเพียงพอต่อการใช้งาน และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง ซึ่งมาจากการตรวจสอบส่วนประกอบทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ ทั้งรางปลั๊กไฟ, สายพ่วง, เต้าเสียบ, เต้ารับ, สายไฟ ว่าผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพ มีฟิวส์ที่ช่วยตัดกระแสไฟฟ้าหากมีการใช้ไฟฟ้าเกินขนาดที่กำหนด
  • สายไฟได้คุณภาพและมีความปลอดภัย โดยสายไฟของชุดสายพ่วงจะต้องมีฉนวนหุ้ม 2 ชั้น รวมไปถึงเต้าเสียบและเต้ารับต้องมีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไว้ไม่เกิน 250 โวลต์ ตัวรางปลั๊กผลิตจากพลาสติกเอวีซี (AVC) ซึ่งเนื้อพลาสติกมีความเนียนและทนทานต่อความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ในกรณีที่เกิดความร้อนสูงบริเวณปลั๊กไฟ
  • ขนาดของสายไฟ ต้องเลือกซื้อโดยดูจากขนาดของสายไฟด้วย หากคิดจะนำไปต่อพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการกำลังไฟมากก็ต้องเลือกใช้ปลั๊กไฟที่มีสายไฟขนาดใหญ่พอที่จะส่งกำลังไฟได้ตามต้องการ โดยค่าขนาดสายไฟที่ปลอดภัยนั้น คือ สายขนาด 0.5 จะใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดไม่เกิน 1,200 วัตต์ และสายขนาด 1.0 sqmm. จะใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดไม่เกิน 2,200 วัตต์
  • วัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกความแข็งแรงของปลั๊กไฟด้วย สังเกตได้โดยการเขย่าเพื่อฟังเสียงอุปกรณ์ภายในว่าติดตั้งเรียบร้อยดีหรือไม่ เลือกปลั๊กไฟที่ใช้วัสดุนำไฟจากทองแดงหรือทองเหลืองเท่านั้น

การใช้งานปลั๊กไฟอย่างถูกวิธี

  • ใช้ปลั๊กไฟด้วยความระมัดระวัง โดยต้องปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเสียบปลั๊กทุกครั้ง เต้าเสียบและเต้ารับต้องแน่น ไม่หลวม
  • ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงเกินขนาดพิกัดกระแสไฟฟ้า ซึ่งก็คือไม่เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลาย ๆ ชนิดพร้อม ๆ กัน จนทำให้เกิดการใช้ปริมาณไฟฟ้ารวมกันเกิดขนาดที่ปลั๊กพ่วงกำหนด (เกิน 16 แอมป์หรือ 2,600 โวลต์)
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากปลั๊กพ่วงทุกครั้งหลังใช้งาน และถอดเต้าเสียบของสายพ่วงออกจากปลั๊กที่ติดกับผนังด้วย เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าและป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
  • หากพบสิ่งผิดปกติขณะใช้งานปลั๊กพ่วง เช่น สายไฟร้อน, เกิดประกายไฟ หรือมีเสียงดัง เป็นต้น ให้หยุดใช้งานทันที และปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ถอดปลั๊กออก และไม่นำกลับมาใช้อีก
  • ไม่นำรางปลั๊กไฟแบบพ่วงไปติดตั้งถาวร หรือเดินสายไฟปลั๊กพ่วงติดกับผนังห้อง ฝ้าเพดาน ใต้พื้น หรือใต้พรมโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ชำรุดและเสื่อมสภาพได้ง่าย รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรด้วย
  • ไม่ใช้ปลั๊กพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ต้องใช้กระแสไฟฟ้าตลอดเวลา เช่น ตู้เย็น, เครื่องทำน้ำร้อนน้ำเย็น เป็นต้น

สินค้าอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

สินค้าเพิ่มเติมจาก BCC ไทย

อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน BCC สายไฟ BCC อุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ BCC สายอุปกรณ์เสริมสำหรับคอมพิวเตอร์ BCC
NEW