ช้อปปิ้งออนไลน์ ADONIS

56 สินค้า

เลือกซื้อกีต้าร์โปร่งและกีต้าร์เบสอย่างไรให้ถูกใจ เข้ามาดูวิธีเด็ด ๆ ด้วยกันเลยจาก Adonis เพียงคลิกที่นี่

_
×
เรากำลังเตรียมฟีเจอร์นี้ให้คุณพร้อมใช้งาน อดใจรออีกนิด!

ลิสต์ราคา ADONIS ยอดนิยมปี 2018

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
"กีต้าร์โปร่ง 14 ข้อ รุ่น GW-305C BK 41"" แถมกระเป๋ากีตาร์อย่างดี ยี่ห้อ Angel G1TH" 2,250 บาท Lazada
"กีต้าร์โปร่ง EQ 14 ข้อ รุ่น GW-305EQ4B BL 41"" (แถมกระเป๋ากีตาร์อย่างดี ยี่ห้อ Angel G1TH)" 2,680 บาท Lazada
"กีต้าร์ไฟฟ้า EleGT 22F39""1V2T3SC5W HS360 BK2 แถมกระเป๋าใส่กีตาร์" 2,950 บาท Lazada
"กีตาร์ โปร่ง 14 ข้อ F-210C BK 40""" 4,500 บาท Lazada
"กีต้าร์โปร่ง 14 ข้อ AcousticGT 14F41""GW-305CEQ4B (สีดำ)" 2,790 บาท Lazada
"กีตาร์ โปร่ง 14 ข้อ F-210C BK 40"" (แถมฟรี กระเป๋า Gigbag - JOYO Mini Clip-On Tuner - สายสะพาย )" 2,400 บาท Lazada
"กีต้าร์ไฟฟ้า EleGT 22F39""1V2T3SC5W HS360 BLS2 แถมกระเป๋าใส่กีตาร์" 2,950 บาท Lazada
"กีต้าร์โปร่ง EQ 14 ข้อ รุ่น GW-317CEQ4BTNC-NM 41"" (แถมกระเป๋ากีตาร์อย่างดี ยี่ห้อ Angel G1TH)" 4,370 บาท Lazada
"กีต้าร์โปร่ง EQ 14 ข้อ รุ่น GW-305EQ4B BL 41"" - Blue (แถมฟรี กระเป๋า /ปิ้ค /สายสะพาย/ ถ่าน) " 2,670 บาท Lazada
"กีต้าร์โปร่ง 14 ข้อ รุ่น GW-251C N 40"" (แถมกระเป๋ากีตาร์อย่างดี ยี่ห้อ Angel G1TH)" 2,680 บาท Lazada

Adonis ประเทศไทย - หลักการดี ๆ ในการเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งให้ถูกใจ

Adonis แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกีต้าร์จะมาพาคุณไปเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งให้ถูกใจเหมาะมือคุณตามแบบฉบับมือโปรที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะซื้อกีต้าร์โปร่งอย่างไรให้ถูกใจคุณและได้คุณภาพ ตามเข้ามาดูเช็คลิสต์สำหรับการเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งกันเลย

  • ตรวจเช็คดูสภาพภายนอกของกีต้าร์โปร่งนั้น ๆ อย่างละเอียด คือ กีต้าร์โปร่งตัวนั้นต้องมีการประกอบที่แน่นหนา ไม่มีตำหนิ ไม่มีรอยแตกร้าว
  • ตรวจดูสายกีต้าร์ โดยส่วนที่สำคัญที่สุดคือสายกีต้าร์โปร่งตัวนั้นต้องไม่เป็นสนิม สายกีต้าร์ที่ติดสนิมนั้นเมื่อดีดดูแล้ว เสียงจะทึบ ๆ เมื่อกดแล้วจะเจ็บนิ้ว ตามปกติแล้วสายกีต้าร์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 – 2 เดือน ไม่ว่าจะนำมาใช้งานหรือไม่ก็ตาม เพราะสายกีต้าร์ขึ้นสนิมง่ายมาก ถ้าอยากลดปัญหาเรื่องสายกีต้าร์ขึ้นสนิมให้เลือกใช้สายกีต้าร์จากแบรนด์ชั้นนำ หรือใช้สายกีต้าร์แบบเคลือบกันสนิมก็ได้
  • เช็คดูคอกีต้าร์ ต้องไม่โก่งหรือแอ่น กีต้าร์โปร่งที่มีคอกีต้าร์แอ่น เมื่อดีดแล้วเสียงจะไม่ออก จะมีเสียงดัง ‘แป๊ะ ๆออกมา ส่วนกีต้าร์โปร่งที่มีคอกีต้าร์แอ่นจะทำให้ต้องใช้พลังในการกดสายแต่ละช่องมากเป็นพิเศษ หากคอกีต้าร์มีอาการดังกล่าวจะต้องทำการแก้ไขด้วยการใช้ประแจขันคอ ถ้าคอกีต้าร์แอ่นต้องขันประแจตามเข็มนาฬิกา แต่ถ้าคอกีต้าร์โก่งต้องขันประแจทวนเข็มนาฬิกา
  • ตรวจสอบความสูงของสายกีต้าร์ ต้องให้มีความสูงตามมาตรฐานเป็นสำคัญ โดยใช้วิธีการวัดด้วยไม้บรรทัด นำมาวัดที่ช่อง 12 ซึ่งความสูงของสาย 6 จะอยู่ที่ 2 – 2.5 มม. ส่วนสาย 1 จะอยู่ที่ 8 – 2.3 มม.
  • ตรวจเช็คดูว่าติด Fret หรือไม่ เป็นการตรวจสอบหลังจากที่มีการตั้งคอ หย่อง และนัทเรียบร้อยแล้ว หากสายกีต้าร์ติด Fret จะทำให้เสียงตัวโน้ตบอด เสียงไม่ใสอย่างที่ควรจะเป็น สำหรับการเช็คก็คือให้เอานิ้วกดและดีดทีละช่องจนครบ โดยดีดและกดด้วยน้ำหนักพอดี ๆ ไม่หนักหรือเบาเกินไป เพื่อเช็คดูเสียงที่ได้ออกมา
  • ลองกีต้าร์โปร่งกับแอมป์ด้วย สำหรับคนที่เลือกซื้อกีต้าร์โปร่งไฟฟ้า เพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องนำไปใช้งานต่อไปนั่นเอง

มารู้จักไม้ที่ใช้สำหรับทำกีต้าร์โปร่งกันดีกว่า

รู้ไหมว่าชนิดของไม้ที่นำมาใช้ทำเป็นกีต้าร์โปร่งนั้น เมื่อต่างชนิดกันก็จะให้โทนเสียงที่แตกต่างกันไปด้วย ทำให้การเลือกซื้อกีต้าร์โปร่งก็ต้องคำนึงถึงลักษณะชนิดของเนื้อไม้ที่นำมาประกอบเป็นกีต้าร์ตัวนั้น ๆ ด้วย ซึ่งไม้หลัก ๆ ที่นิยมนำมาประกอบเป็นกีต้าร์โปร่งนั้น ได้แก่

  • Sitka Spruce (Picea Sitchensis) เป็นไม้ชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงมาก ไม้ชนิดนี้หาได้ง่าย มีลำต้นใหญ่ จึงง่ายต่อการนำมาผลิตเป็นกีต้าร์ เนื้อไม้จะมีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีส้มอ่อน โดยมีแหล่งกำเนิดจากทางด้านเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียไปจนถึงรัฐอลาสก้า มีคุณภาพตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงดีมาก ซึ่งไม้ที่มีคุณภาพดีจะมีราคาแพงและถูกนำไปใช้ผลิตกีต้าร์แบบแฮนด์เมด ให้เสียงสมดุล คมชัด โดยเฉพาะ Fundamental Tone เวลาที่เล่นหนัก ๆ เสียงก็ไม่แตก เหมาะกับการ strumming, flat picking และดนตรีประเภท Blueglass
  • Englemann Spruce (Picea Englemannii) เป็นไม้ที่พบมากในเทือกเขาร็อคกี้ มีเนื้ออ่อน น้ำหนักเบา และค่อนข้างหายาก มีสีครีมขาวนวล และมีลายถี่สวยงาม ให้เสียงที่นุ่มนวล มี Overtones สูง เหมาะกับการเล่นแบบ finger style แต่ถ้าเล่นแบบหนัก ๆ รุนแรง เสียงจะไม่ค่อยคมชัดสักเท่าไหร่
  • Red Spruce (Picea Rubens) เป็นไม้ที่ถูกยกย่องให้เป็นไม้ที่ยอดเยี่ยมที่สุด มีความแข็งแรงสูง พบได้ตามแถบตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา แถว New England และ New York ซึ่งเป็นไม้ที่หายากและมีราคาแพงมาก มีดีทั้งเสียง Fundamental Tones และ Overtones เหมาะกับการสไตล์การเล่นเกือบทุกรูปแบบ หน้าไม้จะไม่ค่อยเรียบ มีลายสีแดงแซมอยู่ในเนื้อไม้ จึงดูไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่
  • German Spruce (Picea Excelsa) เป็นไม้ที่นิยมทำมาใช้ประกอบเป็นกีต้าร์คลาสสิก มีลายถี่สีขาวนวล หายาก และมีราคาแพง ให้เสียงใสและนุ่มนวล เหมาะกับการเล่นแบบเบา ๆ อย่าง finger style มากกว่า
  • Alpine Spruce (Picea Abies) เป็นไม้ขนาดเล็ก มีสีขาวนวล ให้เสียงหวานคมชัด มีแหล่งกำเนิดอยู่ตามเทือกเขาแอลป์
  • Cedar (Thuja Plicata) เป็นไม้เนื้ออ่อนสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ให้เสียง Overtones ดีมาก แต่เสียง Fundamental Tones ค่อนข้างต่ำ จึงไม่เหมาะกับการเล่นหนัก ๆ รุนแรงสักเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ยังทนทานต่อความชื้นได้ดีอีกด้วย
  • Port Orford Cedar (Chamaecyparis Lawsoniana) เป็นไม้ตระกูล Cypress มีสีขาวอมเหลืองทองลายถี่ มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรงและมีกลิ่นหอม ให้เสียงดังกังวาน
  • Redwood (Sequoia Sempervirons) มีแหล่งกำเนิดอยู่ทางตอนเหนือของอเมริกา เหมาะกับการเล่นแบบ finger style และ strumming ให้เสียงคล้าย ๆ กับเปียโน
  • Western Larch (Larix Occidentalis) เป็นไม้ที่หาได้ในประเทศอเมริกา แต่มีเนื้อแข็ง และไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใดนัก