เทรนด์ & ไกด์
  • หน้าหลัก   >
  • เทรนด์   >
  • Insights   >
  • เปรียบเทียบมาตรการเงินเยียวยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปรียบเทียบมาตรการเงินเยียวยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

28 April 2020 | Kanitta Sasakul

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้สร้างความเสียหายหลายๆ ด้านในวงกว้าง ที่แน่ ๆ คือพิษเศรษฐกิจรุมเร้ามากกว่าเดิม แต่ละประเทศจะน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ เช่นการชะลอการเคลื่อนย้ายของประชากร การยกเลิกเที่ยวบิน การหยุดกิจกรรมต่าง ๆ การปิดสถานที่ที่ทำให้มีการรวมตัวของคนเป็นจำนวนมาก และการสั่งปิดกิจการบางกิจการ รวมไปจนถึงมาตรการการปิดเมือง ส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การปิดกิจการ ธุรกิจ และการว่างงานต่อมา

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นทำให้เกิดผลกระทบไปสู่ทุกภาคส่วน รวมถึงด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในประเทศที่เน้นรายได้จากการท่องเที่ยว และการส่งออกเป็นหลัก

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากฐานเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นได้มุ่งเน้นไปด้านการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก จากมาตรการต่างๆ เพื่อชะลอการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดการปิดกิจการและส่งผลต่อการว่างงานของกลุ่มแรงงาน โดยทางรัฐบาลไทยเองได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดังต่อไปนี้

  1. สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบแต่เป็นผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ทางรัฐบาลจะมอบเงินจำนวน 5,000 บาทเป็นระยะเวลา 6 เดือน
  2. ทางด้านลูกจ้างประจำที่อยู่ในระบบของประกันสังคม ทางกรมแรงงานก็ได้ออกมาตรการช่วยเหลือดังต่อไปนี้
    • ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
    • กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
    • กรณีว่างงาน จากการลาออกหรือเลิกจ้าง
      1. กรณีว่างงาน จากการลาออก จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 45 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
      2. กรณีว่างงาน จากกรณีเลิกจ้าง จ่ายเงินชดเชยในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้าง (จากฐานเงินสมทบสูงสุด 15,000 บาท) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน
  1. สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม จาก 5% เหลือ 1% และมาตรา 39 ลดจาก 9% เหลือ 7% เป็นเวลา 3 เดือน และขยายเวลาส่งเงินสมทบ งวดค่าจ้างเดือน มี.ค.-พ.ค.ออกไป 3 เดือน

แหล่งข้อมูล:

https://www.thairath.co.th/news/business/1831758

https://www.thebangkokinsight.com/344858/

นอกจากประเทศไทยที่ได้ออกมาตรการต่างๆ สำหรับการช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้ว ประเทศในแถบเอเชียเองก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน ทำให้ภาครัฐในประเทศต่าง ๆ ต่างก็ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เราไปดูกันว่ามาตรการต่าง ๆ สำหรับประเทศในแถบเอเชียนั้นมีอะไรบ้าง

ประเทศมาเลเซีย อีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจเช่นกัน ซึ่งมาตรการที่ทางประเทศมาเลเซียได้กำหนดออกมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีดังต่อไปนี้

  1. ทางรัฐได้จัดสรรงบประมาณ และมอบเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 200 ริงกิต (ราว 1,500 บาท) แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตม. ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งควบคุมการเคลื่อนไหว (MCO) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
  2. มอบเงินช่วยเหลือ 1,600 ริงกิต (ราว 12,000 บาท) แก่ประชาชน 4 ล้านครัวเรือน ที่มีรายไต้ 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) หรือต่ำกว่านั้น โดยจ่ายก้อนแรก 1,000 ริงกิต (ราว 7,500 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) ในเดือนพฤษภาคม
  3. มอบเงินช่วยเหลือ 800 ริงกิต (ราว 6,000 บาท) แก่ประชาชนอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ 2,000 ริงกิต (ราว 15,000 บาท) หรือต่ำกว่านั้น โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และอีก 300 ริงกิต (ราว 2,300 บาท) ในเดือนพฤษภาคม
  4. มอบเงินช่วยเหลือ 1,000 ริงกิต แก่ผู้ที่มีรายได้ 4,000-8,000 ริงกิต (ราว 30,000-60,000 บาท) โดยจ่ายก่อน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) ในเดือนเมษายน และจ่ายส่วนที่เหลือในเดือนถัดไป
  5. มอบเงินช่วยเหลือ 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท) แก่คนโสดอายุ 21 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ตั้งแต่ 2,000-4,000 ริงกิต (ราว 15,000-30,000 บาท)
  6. มอบเงินช่วยเหลือเดือนละ 600 ริงกิต (ราว 4,500 บาท) นาน 3 เดือน สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 4,000 ริงกิต (ราว 30,000 บาท) ที่บริษัทมีรายได้ลดลงกว่า 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา
  7. ข้าราชการและข้าราชการเกษียณ ได้รับเงิน 500 ริงกิต (ราว 3,700 บาท)

แหล่งข้อมูล:

https://covid-19.kapook.com/view223840.html

https://www.posttoday.com/world/620387

ใน ประเทศเวียดนาม ทางรัฐเองก็ได้จัดสรรงบประมาณสำหรับช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงโดยการมอบเงินจำนวน 190 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อเดือนให้กับคนที่ตกงาน

แหล่งข้อมูล: https://vnexpress.net/chinh-phu-thong-qua-goi-62-000-ty-dong-4082445.html

ขณะที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ก็ได้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังต่อไปนี้

  1. แจกเงินสด 10,000 เหรียญฮ่องกงสำหรับผู้อยู่อาศัยถาวรทุกคนและชาวฮ่องกงที่อายุเกิน 18 ปี
  2. ลดค่าโดยสารรถไฟลง 20% เป็นเวลาหกเดือน
  3. ผู้เช่าที่มีรายได้ต่ำในที่อยู่อาศัยของรัฐบาลจะได้รับยกเว้นค่าเช่าหนึ่งเดือน

แหล่งข้อมูล:

https://hongkongfp.com/2020/02/26/hong-kong-budget-2020-hk10000-cash-handouts-permanent-residents-18/https://www.scmp.com/news/hong-kong/politics/article/3078969/coronavirus-hong-kong-set-hk100-billion-covid-19-relief

ส่วนของประเทศอินโดนีเซีย ก็ได้มีการแจกเงินให้กลุ่มคนว่างงาน โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือราว 1 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน (US $ 61) เป็นเวลาสามถึงสี่เดือน

แหล่งข้อมูล:https://www.thejakartapost.com/news/2020/03/25/govt-to-disburse-money-to-laid-off-workers-families-to-curb-economic-impacts-of-covid-19.html

ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือโดยการแจกเงินให้กลุ่มคนไร้บ้าน ครอบครัวที่มีคนว่างงาน ผู้สูงอายุ ครอบครัวเล็ก ผู้พิการ ผู้ที่ตั้งครรภ์และต้องหยุดงานเพื่อให้นมบุตร โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือราว 5,000 – 8,000 เปโซฟิลิปปินส์ (คิดเป็นเงินไทยราว 3,250 – 5,000 บาท) เป็นเวลา 2 เดือน

แหล่งข้อมูล:https://www.tnnthailand.com/content/34678

สำหรับประเทศสิงคโปร์ ก็ได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนดังต่อไปนี้

  1. รัฐแจกเงินให้ 100- 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ ตามฐานรายได้แก่ประชาชนที่มีอายุ 21 ขึ้นไป
  2. มีคูปองลดภาษี GST เพิ่มขึ้น 2 เท่าสำหรับการใช้จ่ายหนึ่งครั้งเพื่อช่วยครัวเรือนรายได้น้อย
  3. ประชาชนที่ได้รับสวัสดิการสังคมจะได้รับเงินเพิ่มอีก 20% จากเงิน 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ที่รัฐบาลแจก
  4. ครัวเรือนรายได้น้อยจะได้รับคูปองมูลค่า 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2563 และ 2564เพื่อนำไปซื้อของใช้
  5. รัฐบาลมอบเงินให้กับชาวสิงคโปร์ทุกคนที่มีอายุมากกว่า 21 ปี จำนวน 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ซึ่งจะเข้าบัญชีในเดือนเมษายน โดยรัฐจะจ่ายเงินให้ประชาชนอีกครั้งในเดือนมิถุนายน
  6. แจกเงินจำนวน 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ และ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์สำหรับบุคคลรายได้น้อยและปานกลาง
  7. แจกเงินจำนวน 300 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้กับผู้ปกครองชาวสิงคโปร์ที่มีบุตรอายุไม่เกิน 20 ปีอย่างน้อย 1 คน
  8. เติมเงินในคูปองให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปเพื่อใช้ซื้อของ

แหล่งข้อมูล:

https://thaipublica.org/2020/04/asean-weekly-roundup-33/?fbclid=IwAR1TMTxEjY7a6WqnQNRXtWaluMCvibTdHZzpWj8W4_Evzq2REZDh6AZbPR0 https://www.allenandgledhill.com/sg/perspectives/articles/14620/sgkh-covid-19-relief-additional-support-measures-in-singapore

จากมาตรการต่างๆ ของแต่ละประเทศที่ได้ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชน และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ยกตัวอย่างมาในข้างต้นนั้น จะเห็นได้ชัดว่าการออกมาตรการต่างๆ ได้มีความแต่ต่างกันไป นั่นขึ้นอยู่กับว่าฐานของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศมุ่งเน้นไปทางด้านใดมากกว่า โดยทางภาครัฐแต่ละประเทศเองจะต้องออกมาตรการที่สามารถครอบคลุมทุกปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ให้อย่างถูกจุด เช่นในบางประเทศนั้นออกมาตรการเพื่อเน้นการกระตุ้นทางเศรษฐกิจ โดยให้เศรษฐกิจภายในประเทศนั้นสามารถขับเคลื่อนไปได้ หรือเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างไรก็ตามขอบเขตความเสียหายทางเศรษฐกิจก็ขึ้นอยู่กับขอบเขตการแพร่ระบาดของไวรัสครั้งนี้ว่าสามารถชะรอและควบคุมได้หรือไม่ รวมไปจนถึงมาตรการรองรับต่างๆ ของรัฐบาลในแต่ละประเทศได้ออกมาตรงจุดกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน