ซื้อของออนไลน์ แล้วโดนโกง ทำยังไงดี ?

Kanitta Sasakul

ในยุคสมัยนี้ นักช้อปส่วนใหญ่มักเลือกซื้อของออนไลน์มากกว่าไปเดินห้าง เพราะมันสะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเดินวนรอบห้างให้น่องปูดอีกด้วย เพียงแค่กดๆ จิ้มๆ แล้วโอนเงินผ่าน mobile banking หรือใช้วิธีตัดยอดจากบัตรเครดิต เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นการช้อปปิ้งของคุณแล้ว และด้วยความสะดวกนี้ เราจึงต้องแลกมากับการนั่งลุ้นตลอดเวลาว่าโอนเงินไปแล้ว ร้านค้าจะส่งของให้เมื่อไหร่กันนะ ซึ่งถ้าคุณเจอร้านดีก็ดีไป แต่ถ้าคุณเจอร้านที่เป็นมิจฉาชีพเราบอกได้คำเดียวเลยว่า แย่แน่ๆ เพราะคุณอาจจะต้องเสียเงินไปฟรี ๆ แต่คุณไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้ rabbit finance มีวิธีการจัดการกับพวกมิจฉาชีพที่หากินแบบง่ายๆ นี้มาฝาก

สิ่งที่ต้องทำเมื่อ ซื้อของออนไลน์ แล้วถูกโกง !

รวบรวมหลักฐาน

ในขั้นตอนแรก ให้คุณรวบรวมหลักฐานที่คุณติดต่อกับพ่อค้าแม่ค้าไว้ทั้งหมด แล้วพรินท์เอกสารออกมา อาทิ

  • หน้าเว็บไซต์ที่ขายของ
  • ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เลขที่บัญชีของร้านค้า
  • ข้อความในแชทที่พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า ไม่ว่าจะเป็นการสอบถาม สั่งซื้อ การยืนยันการชำระเงิน ฯลฯ ผ่านทางไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม
  • หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี เช่น สลิป, ใบนำฝาก
  • สมุดบัญชีธนาคาร
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเรา

แจ้งความให้เร็วที่สุด

ขั้นตอนต่อมา ให้คุณนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ โดยระบุว่าต้องการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีจนกว่าจะถึงที่สุด ไม่ใช่แค่ลงบันทึกประจำวันหรือจะเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะก็ได้ ซึ่งจะมีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีในการติดตามหาตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากคุณไปแจ้งความที่ ปอท. คุณต้องทำใจเลยว่า คุณอาจจะต้องเดินทางมาขึ้นศาลที่กรุงเทพฯ ซึ่งถ้าบ้านคุณอยู่ต่างจังหวัดอาจไม่สะดวกเท่าไรนัก ดังนั้น สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด การแจ้งความกับตำรวจท้องที่จะสะดวกกว่า หรือบางเคส ปอท. ก็อาจโอนคดีไปให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการเพื่อความสะดวกเช่นกันทั้งนี้ หลังจากแจ้งความแล้ว พนักงานสอบสวนจะส่งหมายเลขบัญชีให้ธนาคารตรวจสอบว่า เจ้าของบัญชีเป็นใคร ใช่ตัวจริงไหม หรือแอบอ้างนำบัตรประจำตัวประชาชนคนอื่นมาสวมรอย รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานการกดเงิน ความเคลื่อนไหวทางบัญชีต่างๆ และอีกทางหนึ่งก็คือการตรวจสอบทะเบียนราษฎรเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับตรวจสอบเลข IP Address จากนั้นจะออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีมาสอบปากคำ ก่อนจะดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป

สรุปแล้ว จะมีโอกาสได้เงินคืนมากน้อยแค่ไหน ?

โดยส่วนมากแล้ว เมื่อคุณซื้อของออนไลน์แล้วโอนเงินปุ๊บ คนร้ายก็มักจะถอนเงินออกไปทันที จึงยากที่จะติดตามเงินคืนมาได้ ดังนั้น คุณจึงควรไปแจ้งความไว้ก่อน ซึ่งหากคุณสามารถตามตัวมิจฉาชีพได้ คนร้ายอาจเจรจาไกล่เกลี่ยคืนเงิน หรือชดใช้เงินให้ เพื่อแลกกับการถอนแจ้งความ และยุติคดี ซึ่งในกรณีนี้สามารถทำได้ เพราะคดีฉ้อโกงเป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่หากคนร้ายไม่ยอมคืนเงินให้ หรือไม่มีเงินคืนให้ กรณีนี้ก็จะต้องรอจนศาลพิพากษาคดีจึงจะมีโอกาสได้เงินคืน อย่างไรก็ตาม หากใครกำลังเจอปัญหาการโกงในลักษณะนี้ ก็ลองทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำข้างต้นดูนะคะ หรือหากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ที่เว็บไซต์ tcsd.go.th ได้เลย หรือโทร. 02-143-8447, 02-143-8763

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน