เทรนด์ & ไกด์

7 หมัดเด็ดเลิกนิสัย ‘ช้อปไม่คิด’ ของสาว ๆ

26 December 2018 | Kanitta Sasakul

7 หมัดเด็ดเลิกนิสัย ช้อปไม่คิดของสาว ๆ

เพื่อนๆเคยได้ยินคำว่า Shopaholic กันบ้างหรือเปล่าครับ ซึ่งคำนี้หากแปลเป็นไทยจะมีความหมายว่า โรคเสพติดการช้อปปิ้ง พูดง่ายๆคือ ช้อปไม่คิด ช้อปมากเกินไป และไม่สามารถหยุดช้อปได้นั่นเอง หากเพื่อนๆเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าข่าย Shopaholic ไหม สามารถตรวจสอบตัวเองได้ด้วยการถามคำถามตัวเองดังต่อไปนี้ และตอบว่าใช่หรือไม่นะครับ

  • ซื้อของไม่จำเป็นบ่อยๆ เพราะมีโปรโมชั่น
  • ซื้อของที่ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน เพราะแค่บังเอิญเดินผ่านหรือเปิดเว็บไซต์ไปเห็น
  • รู้สึกหงุดหงิดเมื่อมีคนมาเตือนหรือห้ามไม่ให้เราช้อป
  • ช้อปผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น ไม่สามารถจ่าด้วยเงินสดได้
  • ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหนหมด จนกระทั่งตอนที่จำเป็นต้องจ่ายอะไรสักอย่างจริงจัง
  • จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำเสมอ
  • รู้สึกตื่นเต้นหรือปลดปล่อยเมื่อได้ช้อปปิ้ง ขณะเดียวกันก็รู้สึกเครียดเมื่อไม่ได้ช้อป

เป็นอย่างไรบ้างครับ ตอบ "ใช่" กันไปกี่ข้อเอ่ย หากไม่เกิน 3 ข้อก็สบายใจได้หน่อย ถือว่ายังอยู่ในกลุ่มที่ขอซื้อสักนิดเพราะ" ของมันต้องมี" แต่ยังไม่ถึงขั้นเสพติด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันนิสัย Shopaholic ตลอดจนรักษาสภาพคล่องทางการเงินในกระเป๋าของเราไว้ วันนี้พี่หมี GoBear มีเคล็ดลับ 7 หมัดเด็ดเลิกนิสัย "ช้อปไม่คิด" สำหรับสาวๆมาฝากกัน ไปดูกันเลยดีกว่า

ลิสต์รายการของที่จะซื้อก่อนเสมอ (และทำตามด้วย!)

ก่อนจะออกไปช้อปปิ้งอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะแค่ไปตลาดซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าว ไปจนถึงการเดินเข้าห้างเพื่อเลือกดูของขวัญปีใหม่ให้เพื่อนๆก็ตาม ควรจะลิสต์รายการของที่จำเป็นออกมาก่อนครับ เพื่อนที่เวลาไปถึงแล้ว เราจะได้ประหยัดทั้งเงินและไม่เสียเวลา หากเราไม่ทำรายการไว้ก่อน พอไปถึงจริงๆอาจจะลืม ทำให้ต้องเดินทางมาซื้อใหม่อีกรอบ น่าหงุดหงิดไม่น้อย หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะซื้อของซ้ำกันกับที่เรามีอยู่แล้วก็เป็นได้ ซึ่งจะทำให้เปลืองเงินไปอีก และเมื่อมีลิสต์ของที่เราจะซื้อแล้วสิ่งสำคัญก็คือต้องทำตามอย่างเคร่งครัดนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นเท่ากับแผนที่เราวางไว้สูญเปล่าแน่นอน

มุ่งหน้าไปยังของที่เราต้องการซื้อเท่านั้น

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบไปเดินเล่น ตากแอร์ชิลๆ ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน จากตอนแรกที่ว่าจะไปเดินเฉยๆ สุดท้ายกลับได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านมาทุกที ถ้าคุณต้องการเก็บเงินไว้หรือหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ ให้คุณตรงไปยังบริเวณที่ขายของที่เราต้องการซื้อเท่านั้น หากเราเดินไปเรื่อยๆ แบบไม่มีจุดหมาย ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะไปเห็นของอื่นๆ ที่กระตุ้นความอยากช้อปของเราได้ครับ ไม่อย่างนั้นก็เปลี่ยนสถานที่เดินไปเลย อาจเป็นคาเฟ่ ร้านกาแฟแถวบ้าน หรือสวนสาธาณะ เป็นต้นครับ

อย่าหลงกลโปรโมชั่น

เดี๋ยวนี้บรรดาห้างสรรพสินค้า ร้านขายของ หรือแม้กระทั่งพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต่างมีกลยุทธ์เด็ดในการเรียกเงินจากกระเป๋าเราทั้งลด แลก แจก แถม มอบส่วนลดเป็นลำดับขั้นตามปริมาณสั่งซื้อ (ซื้อเยอะลดเยอะ) หรือฟรีค่าส่งเมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ เป็นต้น นอกจากจะดูว่ามีของอะไรที่คุณต้องการจริงๆ บ้างแล้ว หากรวมลิสต์รายการสินค้าเหล่านั้นแล้วยังไม่ถึงกำหนดขั้นต่ำของส่วนลด ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ เอาเฉพาะของที่เราจำเป็นจริงๆ ดีกว่า เพราะเอาเข้าจริงแล้วส่วนลดนิดหน่อยที่เราได้มา แลกกับการที่เราต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าเพิ่มทั้งที่เราก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำไปนั้นสิ้นเปลืองกว่ามาก ไม่คุ้มกันเลยครับ

ใช้เครดิตการ์ดอย่างชาญฉลาด

คนทั่วไปมักกังวลเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตว่าจะทำให้เกิดหนี้ตามมาหรือไม่ แท้จริงแล้วไม่ใช่ว่าการใช้บัตรเครดิตไม่ดีนะครับ การใช้บัตรเครดิตนั้นถ้าใช้ให้เป็น ถูกทาง และจ่ายเต็มจำนวนตรงเวลาจะเป็นสิ่งที่ดีมาก เนื่องจากบางบัตรมีของแถมให้ตั้งแต่ตอนสมัครบัตร สามารถสะสมแต้มแลกคืนเป็นเงินหรือของที่ระลึกได้ มีโปรโมชั่นผ่อนสินค้า 0% ได้นานหลายเดือน ทำให้เราไม่ต้องจ่ายเงินสดลงไปทั้งก้อนทีละมากๆ ในคราวเดียว แต่ถ้าหากว่าเราเริ่มจะเข้าข่ายช้อปไม่คิด หรือช้อปกระหน่ำหยุดไม่ได้แล้วล่ะก็ การใช้เงินสดจะเป็นวิธีที่ดีเช่นกันครับ เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้น หากเราจ่ายชำระคืนไม่เต็มจำนวน หรือจ่ายแค่ขั้นต่ำ นอกจากนี้ทุกครั้งที่คุณจ่ายเงินสดออกไป คุณจะเห็นได้ในทันทีเลยว่าเงินในกระเป๋าเราลดลง จะเริ่มเกิดความเสียดายขึ้นมา ทั้งยังช่วยเพิ่มระยะเวลาในการคิดไตร่ตรองด้วยว่าหากจ่ายเงินสดก้อนนี้ไปแล้ว เราจะเหลือเงินเท่าไหร่ให้พอสำหรับค่าใช้จ่ายในเดือนนั้น เรียกว่ากระตุ้นให้เราต้องคิดก่อนจ่ายนั่นเองครับ

อย่าเพิ่งซื้อทันที

วิธีนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่หากคุณเดินหรือเปิดเว็บไซต์ไปเจอของที่ถูกใจ พี่หมีขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งกดซื้อทันทีนะครับ (ยกว่าเป็นสินค้า Limited และคุณตามหามานานมากแล้ว หรือเหลือของชิ้นนั้นเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น หาซื้อที่อื่นก็ยาก แบบนี้พอจะหยวนๆกันได้) ก่อนจะกดสั่งซื้อให้เรารอก่อนสักคืน ถามตัวเองว่าของนั้นเราจะเอามาทำอะไร จำเป็นจริงๆไหม ปีหน้าของนั้นมันจะไปวางอยู่ที่ไหน หากกลับมาบ้านแล้วยังคิดอยู่ และสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ค่อยไปซื้อก็ยังไม่สายครับ

เปรียบเทียบเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุด

หากคุณอยากได้อะไรของที่มีราคาค่อนข้างสูง ให้พยายามหักห้ามใจและใช้วิธีข้างบนคือ อย่าเพิ่งซื้อทันทีนะครับ กลับบ้านหรือลองค้นหาข้อมูลดูรีวิวสินค้า และร้านค้าต่างๆ ว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน บางร้านอาจราคาถูกกว่า มีโปรโมชั่นแถมของ หรือส่วนลดค่าจัดส่ง บางร้านมีประกันสินค้า ขณะที่อีกร้านไม่มี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ของที่ดีมีคุณภาพในราคาคุ้มค่าที่สุด และมีเวลาที่จะคิดหรือยับยั้งชั่งใจก่อนด้วยครับ

ยกเลิกการบอกรับข่าวสารทางอีเมล์

เวลาที่เราสมัครสมาชิกเพื่อทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นั้น ทางเว็บไซต์มักจะให้เราเลือกทำเครื่องหมายในช่อง ฉันยอมรับกติกาและยอมรับข่าวสารที่จะส่งมาให้ทางอีเมล์เสมอ ซึ่งเราสามารถเลือกเอาเครื่องหมายถูกออก หรือไม่ทำการติ๊กรับข่าวสารตรงนี้ได้ครับ แต่หากเพื่อนๆทำการสมัครรับข้อมูลไปแล้ว และมักจะกดคลิ๊กเข้าไปสั่งซื้อจากอีเมล์ที่ส่งมาให้เป็นประจำ หากต้องการจะหยุดช้อปจริงๆ ก็สามารถมองหาคำว่า ยกเลิกการรับข่าวสาร หรือ unsubscribe อีเมล์นั้นซึ่งมันจะเป็นตัวหนังสือเล็กๆ อยู่มุมล่างของอีเมล์ที่ถูกส่งมาครับ

บทความโดย: นันทรัช ชมภูแสง

Content Writer ประจำเว็บไซต์ GoBear ผู้หลงใหลการอ่านหนังสือและเชื่อมั่นในพลังของการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านเรื่องราว มีความสุขกับการฟังเพลง ดูซีรีส์ และทุกอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน