7 สัญญาณการเงินที่บอกเพื่อนๆว่าเรายังไม่พร้อมซื้อบ้านตอนนี้

Go Bear

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่หมีอยากทราบว่าเวลาเพื่อนๆคิดจะซื้อบ้านสักหลัง เพื่อนๆมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างครับ

พี่หมีเห็นเพื่อนๆหลายๆคน บางทีเมื่อดาวน์บ้านเรียบร้อยแล้ว กลับกลายเป็นว่ามีสถานะทางการเงินที่ขัดสนและย่ำแย่ไปกว่าเดิม นั่นเป็นเพราะว่า สถานการณ์ทางการเงินของเพื่อนๆยังไม่พร้อมจะซื้อบ้านตั้งแต่แรกหรือเปล่าครับ เพราะอันที่จริงแล้ว ก่อนที่เพื่อนๆจะพร้อมซื้อบ้านได้นั้น เพื่อนๆต้องมีการวางแผนการออมเงินให้ดีเสียก่อน รวมถึงเคลียร์รายการหนี้สินอื่นๆที่อยู่ในมือให้เรียบร้อย เพื่อที่ว่าเราจะได้พร้อมซื้อบ้านจริงๆยังไงล่ะครับ งั้นไปดูกันเลยดีกว่าว่า มีสัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าเพื่อนๆยังไม่พร้อมซื้อบ้านในตอนนี้

1) ซื้อบ้านเพื่อหวังเก็งกำไร

ถ้าตอนที่เพื่อนๆคิดจะซื้อบ้านแล้วมีคนถามเพื่อนๆว่าอยากซื้อบ้านไปไว้ทำอะไร แต่เพื่อนๆกลับตอบว่า ก็ซื้อไว้เป็นการลงทุนยังไงล่ะ จะได้ปล่อยเช่ายังไงล่ะ บางที นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าเพื่อนๆยังไม่พร้อมจะซื้อบ้านจริงๆนะครับ เพราะในฐานะเจ้าของบ้าน เพื่อนๆต้องมีความรับผิดชอบกับเรื่องต่างๆที่ต้องตามมาอีกมากมาย และในความคิดสมัยใหม่ การมีบ้านไม่ได้แปลว่าเพื่อนๆจะมีฐานะที่ดีขึ้นอีกต่อไปแล้วนะครับ

นอกจากนี้ ในปัจจุบันเพื่อนๆจะต้องเปรียบเทียบราคาบ้านให้ดีๆ ว่าอัตราราคาบ้านที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีนั้น สูงกว่าหรือเทียบเท่าอัตราเงินเฟ้อหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตัดสินใจซื้อบ้านไว้เพื่อการลงทุนเลยครับ เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาที่เพื่อนๆซื้อบ้าน ให้ตัดเรื่องการลงทุนทางการเงินออกไปได้เลย แล้วให้มองหาบ้านราคาย่อมเยา ที่เหมาะกับฐานะทางการเงินของเพื่อนๆในตอนนั้น เพื่อจุดประสงค์ในการวางแผนชีวิตและครอบครัวจะดีกว่าครับ

2) มีจุดเปลี่ยนชีวิตติดกันมากเกินไป

ถ้าหากเพื่อนๆเกิดจุดเปลี่ยนต่างๆที่เพิ่มพูนความก้าวหน้าให้ชีวิต ทั้งการแต่งงาน การมีครอบครัว หรือแม้แต่การซื้อบ้าน ทุกอย่างถือเป็นสิ่งที่ดีแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี การที่เพื่อนๆมีจุดเปลี่ยนชีวิตที่ติดกันถี่จนเกินไ เพื่อนๆก็อาจจะวางแผนทางการเงินได้ไม่ดี และไม่มีความพร้อมก่อนที่จะซื้อบ้านได้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อนๆควรวางแผนการออมเงินให้ดีๆและใช้เวลากับมันให้มาก ไม่ต้องรีบร้อนซื้อบ้านจนกว่าเพื่อนๆจะพร้อมจริงๆครับ

3) เอาเงินเก็บฉุกเฉินมาดาวน์บ้าน

แม้ว่าเพื่อนๆจะมีเงินเก็บฉุกเฉินอยู่กับตัวเป็นจำนวนมาก อาจจะเทียบเท่ารายได้ 3 ถึง 9 เดือนของตัวเอง แต่เพื่อนๆก็ไม่ควรนำเงินฉุกเฉินมาดาวน์บ้านนะครับ เพราะนั่นหมายความว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจริงๆ ฐานะทางการเงินของเพื่อนๆ อาจย่ำแย่ลงทันทีเลยก็ได้ มันจะดีกว่าถ้าเพื่อนๆเก็บเงินฉุกเฉินนั้นไว้ แล้วหันมาเรียนรู้การออมเงินแทน ก็จะปลอดภัยที่สุดครับ

4) เอาเงินดาวน์บ้านไปเล่นหุ้น

ในบางครั้งหลายๆคนก็รู้สึกว่า ในทางการเงิน เมื่อเราเก็บเงินดาวน์บ้านไว้สักพักจนก่าจะพร้อมซื้อ ก็รู้สึกว่ามันเหมือนเป็นเงินจม ไม่ได้เอาไปลงทุนอะไรให้งอกเงยสักที ก็เลยเอาเงินดาวน์บ้านไปเล่นหุ้นซะงั้น แต่ในแง่ของการออมเงินเพื่อดาวน์บ้านแล้ว สิ่งนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรทำเลยละครับ นั่นเป็นเพราะว่าจุดประสงค์ของการเก็บเงินดาวน์บ้านก็เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเพื่อนๆ แต่เพื่อนๆกลับเอาความมั่นคงนั้นมาเสี่ยงกับผลตอบแทนที่ไม่แน่ไม่นอนในตลาดหุ้น และถ้าหากว่าหุ้นเกิดตกขึ้นมา มูลค่าเงินของเพื่อนๆก็ลดลงไปอีก ต้องเสียเวลาเก็บเงินดาวน์บ้านเพิ่มเติมอีกใช่ไหมล่ะครับ ทางที่ดี เพื่อนๆควรจะออมเงินสำหรับดาวน์บ้านแล้วทิ้งมันไว้แบบนั้น แล้วคอยติดตามความก้าวหน้าของเงินที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน บวกควรฝาก งินออมส่วนนี้ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงจะดีกว่าครับ

5) มีรายได้ไม่ต่อเนื่อง

ถ้าเพื่อนๆคิดจะซื้อบ้านแล้ว เราก็ควรจะวางแผนการเงินให้ดีๆ และควรจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องในทุกๆเดือนอย่างต่ำเป็นจำนวน 9 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อที่เพื่อนๆจะได้มีคุณสมบัติที่เพียงพอจะค้ำประกันได้ หลายๆคนแม้ว่าอยากจะฝันให้ชีวิตดีในทุกด้าน เช่น ฉันอยากจะลาออกมาทำธุรกิจของตัวเองตอนนี้ แล้วก็ซื้อบ้านพร้อมกันไปด้วย แต่ถ้าเกิดว่ารายได้ของเพื่อนๆดันไม่คงไม่มั่นคง ก็อาจจะยากที่เพื่อนๆจะทำการค้ำประกันเพื่อกู้เงินมาซื้อบ้านได้นะครับ ยังไงก็ให้เพื่อนๆลองเข้าไปปรึกษากับผู้ให้กู้เงินหรือธนาคารดูล่วงหน้าซัก 2-3 เดือนก่อนที่จะพร้อมซื้อบ้าน จะได้รู้ว่าเพื่อนๆควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างหรือจะวางแผนทางการเงินและการออมเงินอย่างไรให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้มีคุณสมบัติตรงตามที่ผู้ให้กู้เงินต้องการครับ

6) มีหนี้ค้างเยอะเกินไป

เมื่อเพื่อนๆจะกู้เงินมาซื้อบ้าน ปัจจัยที่สำคัญที่จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เพื่อนๆ ก็คือประวัติทางการเงินและประวัติเครดิตของเพื่อนๆนั่นเอง อย่างนี้ยิ่งหนี้ของเพื่อนๆยังคงมีอยู่เยอะมาก อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านก็จะยิ่งแพงขึ้นไปอีกครับ สิ่งนี้คงจะไม่ดีต่อการเงินในระยะยาวของเพื่อนๆแน่ๆ เพราะการกู้เงินซื้อบ้านนั้นอาจใช้เวลาผ่อนนานกว่า 15 ถึง 30 ปีเลยทีเดียว และยิ่งดอกเบี้ยสูงขึ้นไปเท่าไหร่ มูลค่าที่เพื่อนๆต้องจ่ายก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ถ้าหากอัตราดอกเบี้ยสูงกว่ากันเพียงแค่ 1% เมื่อมองในระยะยาวก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่วมากกว่าเดิมแล้วล่ะครับ

7) คิดว่าราคาเท่านี้จ่ายไหว

ก่อนที่เพื่อนๆจะคิดไปถึงว่า ควรจะซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องครัวอะไรเข้าบ้านใหม่ดี ขอให้เพื่อนๆกลับมาคิดคำนวณเรื่องราคาบ้านให้ดีๆก่อนครับ ว่าฐานะการเงินของเพื่อนตอนนี้สู้ไหวพอจ่ายเงินกู้ซื้อบ้านในระยะยาวหรือเปล่า เพื่อนๆต้องนำค่าใช้จ่ายหลายๆอย่างมาคำนวณรวมกันนะครับ ทั้งค่าใช้จ่ายด้านภาษี ค่าประกัน ค่าซ่อมแซมและบำรุงสิ่งของต่างๆ โดยคำนวณออกมาให้ได้ว่า แต่ละเดือนจริงๆแล้วเพื่อนๆต้องจ่ายไปเท่าไหร่ แล้วจะมีเงินเหลือมาจ่ายค่าบ้านในแต่ละเดือนได้เท่าไหร่กันแน่ และในเรื่องนี้ถ้าอยากไปปรึกษาคนอื่น ก็ไม่มีใครรู้ดีเรื่องค่าใช้จ่ายนอกจากตัวคุณเองนะครับ เพราะถ้าเพื่อนๆไปปรึกษานายหน้า แน่นอนว่านายหน้าก็ย่อมอยากได้ค่าคอมมิชชั่นสูงพ่วงไปกับราคาบ้าน และอยากให้เพื่อนๆซื้อบ้านเดี๋ยวนั้นอยู่แล้ว และบางทีหากอยากถามเพื่อนๆหรือครอบครัว เราก็ได้คำตอบที่ไม่ตรงกับสถานะทางการเงินของเพื่อนๆจริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนนะครับ เพื่อนๆก็ควรคำนวณแผนการออมเงินเองดีกว่า เพียงแค่เพื่อนๆดูว่าค่าผ่อนบ้านนั้นเป็นสัดส่วนไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดต่อเดือนก่อนหักภาษี ก็น่าจะโอเคครับ หรือว่าถ้าคำนวณราคาบ้านให้เป็นสัดส่วนที่น้อยกว่านั้นได้ก็ยิ่งดีเลยครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนที่เพื่อนๆจะซื้อบ้าน ก็ให้ย้อนกลับมาดูสถานะทางการเงินของตนเอง ว่ามีความพร้อมเพียงพอหรือเปล่า และอย่าคิดทำอะไรจนเกินตัวจะดีกว่าครับ ให้เพื่อนๆมุ่งโฟกัสไปที่การออมเงินให้ได้มากที่สุด จะได้ไม่เป็นปัญหาหนี้สินในภายหลังครับ และถ้าหากเพื่อนๆคิดกู้เงินมาซื้อบ้าน ก็ให้ลองมองทางเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลโดยการเข้ามาเปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยนะครับ

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน