4 เทคนิค “รูดบัตรเครดิต” อย่างไรให้ปลอดภัย ช้อปปิ้งทีไรสบายใจทุกที

Go Bear

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้พี่หมีเทคนิคดีๆเกี่ยวกับการรูดบัตรเครดิตอย่างไรให้ปลอดภัย รวมไปถึงเกร็ดเล็กๆในการช็อปปิ้งออนไลน์มาฝากกันครับ ทุกวันนี้ เราจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวการที่ผู้ใช้บัตรเครดิตมักตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ แถมบรรดามิจฉาชีพก็มีเทคนิคใหม่ๆในการแฮ็คข้อมูลบัตรเอามาใช้ตลอดเวลา ไม่ว่าทางธนาคารจะมีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยเวลาเรารูดบัตรเครดิตซื้อของหรือช็อปปิ้งออนไลน์อย่างไร แต่ลึกๆแล้ว เราก็ยังกลัวว่าข้อมูลสำคัญและเงินของเราจะถูกมือดีขโมยออกไปใช่ไหมละครับ เพราะฉะนั้น คำถามสำคัญก็คือ การรูดบัตรเครดิตปลอดภัยสำหรับเราหรือเปล่า เพื่อนๆทราบไหมครับว่า การซื้อขายข้อมูลของผู้ใช้บัตรเครดิตนั้นทำได้ง่ายและมีราคาถูกมาก ดังนั้นพี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆระมัดระวังการรูดบัตรเครดิตและการให้ข้อมูลที่สำคัญกับบัตรเครดิตด้วยนะครับ

เราจะป้องกันการโจรกรรมข้อมูลของบัตรเครดิตได้อย่างไร

สิ่งที่พี่หมีจะช่วยเพื่อนๆได้มากที่สุดคือการให้คำแนะนำที่ช่วยลดความเสี่ยงการถูกโจรกรรมข้อมูลหรือเงินจากบัตรเครดิต แต่ไม่สามารถจะการันตีได้ว่าบัตรเครดิตของเพื่อนๆจะปลอดภัย 100% เพราะการที่ข้อมูลสำคัญหรือเงินของเพื่อนๆถูกโจรกรรมนั้น อาจเกิดจากร้านค้าที่ไม่รักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าตอนที่ทำการรูดบัตรเครดิต หรือในบางครั้ง ทางธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเองเป็นผู้ละเมิดข้อมูล แน่นอนว่าเราไม่สามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้เองได้เลย ว่าบริษัทบัตรเครดิตหรือธนาคารใดจะรักษาความปลอดภัยข้อมูลของเราได้ แต่อย่างน้อย เพื่อนๆก็สามารถระมัดระวังการรูดบัตรเครดิตด้วยตัวเองครับ

ครั้งต่อไป ถ้าเพื่อนๆจะรูดบัตรเครดิต พี่หมีแนะนำให้สังเกตเครื่องรูดว่าอยู่ในสภาพปกติหรือไม่ เพราะถ้ามีติดเครื่องโจรกรรมข้อมูลไว้ ตัวเครื่องจะดูใหญ่เทอะทะกว่าปกติ นอกจากนี้เพื่อนๆควรสังเกตตู้เอทีเอ็มด้วยนะครับ เพื่อนๆควรกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย เช่น ตู้เอทีเอ็มในธนาคาร ในสถานที่ที่ไม่เปลี่ยวหรือร้างผู้คนเกินไป เพราะมิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสมาติดตั้งเครื่องโจรกรรมข้อมูลโดยไม่มีใครทราบได้ นอกจากการรูดบัตรเครดิตและการใช้ตู้เอทีเอ็มแล้ว เรามาดูวิธีการใช้บัตรเครดิตช็อปปิ้งออนไลน์ให้ปลอดภัยกันดีกว่าครับ

1) ห้ามใช้ WIFI ในการทำธุรกรรมทางการเงิน

พี่หมีขอย้ำข้อนี้เป็นพิเศษเลยนะครับว่า ห้ามใช้ WIFI สาธารณะในการทำธุกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งออนไลน์ โอนเงิน ขายสินค้า เพราะความปลอดภัยต่ำมาก หากแฮ็กเกอร์เชื่อมต่อ WIFI สาธารณะเครือข่ายเดียวกับเรา แฮ็กเกอร์สามารถโจรกรรมข้อมูลสำคัญด้านการเงินของเราไปได้อย่างสบายๆ เงินของเราสามารถหายออกจากบัญชีได้อย่างรวดเร็วกว่าการรูดบัตรเครดิตเสียอีก

2) เช็คชื่อเว็บไซต์ก่อนทุกครั้ง

แฮ็กเกอร์สมัยนี้ความเทพมมาเป็นที่หนึ่ง พวกเขาสามารถสร้างเว็บไซต์ที่มีชื่อ URLs คล้ายๆกัน หรือแทบจะเหมือนกันทุกตัวอักษรจนเราไม่อาจสังเกตเห็นได้ ทำให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดของบัตรเครดิตลงไปในเว็บไซต์ของมิจฉาชีพแทน เพราะฉะนั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเพื่อนๆจะเข้าเว็บไซต์ที่ถูกต้อง เราควรใช้วิธีการพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ลงไปเองหรือคลิกชื่อเว็บไซต์จากหน้าที่้ค้นหาโดยกูเกิล นอกจากนี้ เพื่อนๆต้องระมัดระวังไม่คลิกเว็บไซต์ที่ได้รับผ่านทางอีเมล์หรือจากเว็บไซต์อื่นๆมาอีกทอดหนึ่ง เพราะเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเว็บไซต์ที่เราคลิกนั้นจะพาเราไปสู่เว็บไซต์ปลอมแปลงนั่นเองครับ

การเช็คชื่อเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากการเช็คก่อนการจ่ายเงินค่าสินค้าออนไลน์ เพื่อนๆยังควรเช็คชื่อเว็บไซต์ก่อนใส่รหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารด้วย พี่หมีแนะนำให้เพื่อนๆสังเกตแถบที่ใส่ชื่อเว็บไซต์ด้านบนและสังเกตว่าชื่อเว็บไซต์นั้นขึ้นต้นด้วย https:// และมีสัญลักษณ์เป็นแม่กุญแจเล็กๆอยู่ข้างหน้าเพื่อเช็คว่าเป็นเว็บไซต์ที่ถูกต้องและปลอดภัยหรือไม่นั่นเองครับ

3) แอบซ่อนเว็บไซต์ที่ใช้งาน

บางทีเพื่อนๆอาจมีความจำเป็นในการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนอุปกรณ์ของคนอื่น เช่น โทรศัพท์มือถือของเพื่อน คอมพิวเตอร์ของเพื่อนร่วมงาน ร้านอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ถ้าเพื่อนๆต้องการจะเช็คอีเมล์หรือเข้าสู่หน้าเว็บไซต์อื่นๆ ควรเลือกใช้โหมดซ่อนการใช้งาน หรือที่เรียกว่า Go incognito นะครับ

โชคดีที่อุปกรณ์ส่วนใหญ่มักติดตั้งบราวเซอร์ Chrome เพื่อนๆสามารถใช้โหมด Go incognito นี้ได้ง่ายๆเพียงกดปุ่ม Ctrl (หรือปุ่ม Command สำหรับผู้ใช้ Mac) ปุ่ม Shift และปุ่ม N บนคีย์บอร์ด หน้าต่างบราวเซอร์ใหม่ก็จะเปิดขึ้นมา เพื่อนๆก็เริ่มต้นการใช้งานโหมดนี้ได้ด้วยความปลอดภัยมากกว่า และเมื่อปิดหน้าต่าง Go incognito ข้อมูลที่เคยใช้งานก็จะถูกลบออกโดยไม่มีเก็บเอาไว้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีฟังก์ชันนี้ที่ดูปลอดภัย แต่พี่หมีแนะนำว่าเพื่อนๆก็ยังไม่ควรที่จะใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของคนอื่นทำธุรกรรมทางการเงินหรือเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารนะครับ ปลอดภัยไว้ก่อน

4) เทคนิคอื่นๆ

ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ พี่หมียังมีเทคนิคดีๆอีก 3 เทคนิคมาฝากเพื่อนๆกัน

  • โดยปกติการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตไม่ต้องกรอกรหัสผ่านของบัตรและวันเดือนปีเกิดลงไป เพื่อนๆเพียงแค่กรอกหมายเลขหน้าบัตรเครดิต ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันหมดอายุของบัตร และหมายเลข CVV เท่านั้น
  • อย่าหลงเชื่ออีเมล์ที่ส่งมาขอหมายเลขบัตรเครดิตหรือข้อมูลสำคัญอื่นๆโดยใช้วิธีการคลิกผ่านเว็บไซต์ที่ส่งมาให้โดยเด็ดขาด
  • เวลารูดบัตรเครดิตที่ร้านอาหารหรือร้านค่าต่างๆควรทำการรูดบัตรเครดิตต่อหน้าเจ้าของบัตรเท่านั้น อย่าปล่อยบัตรเครดิตทิ้งไว้กับพนักงานโดยเด็ดขาด เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่าเขาจะทำอะไรกับบัตรเครดิตของเราบ้าง และเพื่อนๆทราบไหมครับว่าเครื่องรูดบัตรเครดิตสามารถหาซื้อได้ง่ายในเพียงเครื่องละไม่กี่บาทเท่านั้นเอง

พี่หมีคิดว่า ถึงแม้เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยของธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิตจะมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล แต่สำนวนที่ว่า “ถ้ามนุษย์สร้างขึ้นมาได้ มนุษย์ก็ทำลายลงได้” ยังคงเป็นจริงเสมอ เพราะฉะนั้นเพื่อนๆควรระมัดระวังทุกการใช้จ่าย ทุกธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่ระบบบัญชีธนาคารออนไลน์ การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารแบบออนไลน์ การชำระเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต และการใช้เครื่องรูดบัตรเครดิต ถึงแม้การใช้บัตรเครดิตจะช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆเรื่อง เพื่อนๆอาจคิดว่าวิธีการรูดบัตรเครดิตแทนการพกเงินสดจำนวนมากสะดวกสบายกว่า แต่ในทางกลับกันเพื่อนๆก็ควรตระหนักว่าสถานที่ ร้านค้าที่เรารูดบัตรเครดิตเป็นอย่างไร ไว้ใจได้หรือไม่ สภาพเครื่องรูดบัตรเครดิตเป็นอย่างไร อีกทั้งประเภทของบัตรเครดิตที่เราใช้นั้นทางร้านค้าสามารถรองรับได้หรือไม่ เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เอเม็กซ์ ดังนั้นหากเพื่อนๆสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับบัตรเครดิตเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.gobear.com/th/credit-card เลยนะครับ

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน