ออมเงินให้ตรงใจ ตรงไลฟ์สไตล์ ถูกใจทุก Gen

Kanitta Sasakul

Generation หรือที่คนสมัยนี้เรียกติดปากกันว่า เจน (Gen) หมายถึงช่วงเวลาของคนที่เกิดและใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน มีประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก วัยรุ่น จนเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ คนที่เกิดในเจเนอเรชันที่ต่างกัน ก็จะได้รับการปลูกฝังในแต่ละเรื่องมาไม่เหมือนกัน แต่เชื่อว่าเป้าหมายของคนในแต่ละเจนก็ยังมีความคล้ายคลึงกัน คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข ไม่มีหนี้สิน และมีเงินใช้

ในสังคมที่ประกอบไปด้วยคนทุกวัย หลากหลายเจน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีแนวทางในการใช้ชีวิตที่ต่างกันไป รวมไปถึงเรื่องของการใช้เงิน บทความนี้จึงขอนำเอาแนวทางในการออมเงินที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนในแต่ละวัยมาแบ่งปันกัน

แนวทางการออมเงิน ตามสไตล์คนแต่ละ Gen

Baby Boomer Generation

คนในเจนเบบี้ บูมเมอร์ หรือเรียกแบบสั้น ๆ ว่า Gen B เป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2489 - 2507 ปัจจุบันมีอายุประมาณ 60 - 70 ปี คนเจนนี้เติบโตในยุคที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อบ้านเมืองเริ่มสงบและกำลังฟื้นตัวหลังจากการเกิดสงคราม ทุกคนก็ต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยกันทำให้ประเทศกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ค่านิยมของคนในยุคนี้จึงมองว่าการมีลูกหลานจำนวนเยอะ ๆ เป็นเรื่องดี เพื่อที่จะได้เพิ่มแรงงานมาช่วยกันพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงถูกเรียกว่า Baby Boomer ที่แปลเป็นคำไทยง่าย ๆ ก็คือ “ลูกดก” นั่นเอง

คนใน Gen Baby Boomer เป็นคนที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการแข่งขันเพื่อให้ได้ทำงานและได้รับรายได้ที่ดี เพื่อผลักดันตนเองไปสู่การมีชีวิตที่ดี และยังเป็นคนที่มีความอดทนสูง เคารพกฎเกณฑ์ มีความจงรักภักดีต่อองค์กร เรียกได้ว่าเป็นเจนที่ทำงานหนักกันมากจริง ๆ

Gen Baby Boomer กับสไตล์การออมเงิน

คนในเจนนี้จะเติบโตมาพร้อมกับการพบเห็นความยากลำบากและการดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตที่ดี จึงมักจะเป็นคนที่รู้จักการประหยัดและเก็บออมเงินเอาไว้ เพราะเคยเผชิญกับสภาวะยากลำบากกันมาแล้ว จึงมีความระมัดระวังในเรื่องการใช้เงิน และรู้จักวางแผนการเงิน

ด้วยความที่ปัจจุบันคน Gen Baby Boomer เริ่มมีอายุมากและเข้าสู่วัยชรากันแล้ว การออมเงินที่เหมาะสมกับคนวัยนี้คือการออมเงินเพื่อเกษียณอายุ เช่นทำประกันผู้สูงอายุ หรือประกันบำนาญ เพื่อรับความคุ้มครองและเงินดูแลในวัยเกษียณ หรืออีกช่องทางหนึ่งคือการออมผ่านกองทุนรวมเพื่อเพิ่มความมั่นคงของเงิน รับดอกเบี้ยเพิ่ม เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อออมเงินเอาไว้ใช้ในอนาคต

X - Generation

คน Gen X คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2508 - 2522 ปัจจุบันจะอยู่ในวัยกลางคนและกำลังอยู่ในช่วงที่รุ่งเรืองของการเป็นคนวัยทำงาน คนในเจนนี้เติบโตมาในช่วงที่เศรษฐกิจพัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัญหาเรื่องเงินจึงมีน้อย และได้ใช้ชีวิตอย่างสบายเมื่อเทียบกับคนในเจนก่อนหน้า พร้อมทั้งการเข้ามาของสื่อบันเทิงอย่างวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

คนเจน X เป็นคนที่มีลักษณะนิสัยที่ชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป๊ะจ๋า หรือเป็นพิธีรีตองมากจนเกินไป มีความคิดที่เปิดกว้าง และพร้อมปรับตัวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เร็ว และมีความมั่นใจในตนเอง กล้าที่จะแสดงความเห็นต่าง

Gen X กับสไตล์การออมเงิน

คน Gen X เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอย่างอิสระ และมีนิสัยการใช้จ่ายที่เรียกได้ว่าใช้เงินเก่งพอสมควร จึงมักเจอกับปัญหาการใช้เงินเกินตัวจนเกิดเป็นหนี้สินมากมาย ถึงแม้ว่าจะทำงานหาเงินได้มาก แต่ก็จ่ายแบบถล่มทลายไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังเรื่องการใช้เงินให้มากขึ้น

แนวทางการออมเงินที่เหมาะกับคน Gen X คือการจัดสรรเงินให้มีความสมดุลกับการใช้ชีวิต โดยแบ่งส่วนที่จะออมกับส่วนที่จะใช้ออกให้ชัดเจน แล้วนำเงินส่วนที่ต้องการออมแยกออกมาเก็บไว้อีกที่หนึ่งที่ปลอดภัย เพื่อเป็นส่วนที่เก็บออมเงินใช้ในวัยเกษียณ แล้วแบ่งอีกส่วนมาลงทุนเพื่อต่อยอดการเงินให้งอกเงยมากขึ้น เช่นลงทุนผ่านการซื้อหุ้น หรือกองทุนรวมต่าง ๆ

ทั้งนี้ อย่าลืมพิจารณาความเสี่ยงของกองทุนแล้วหุ้นนั้น ๆ ก่อนที่จะลงทุน ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนลงทุน และไม่ควรลงเป็นจำนวนเงินที่สูงมากนักในครั้งแรก เพื่อลดความเสี่ยงที่จะขาดทุน

Y - Generation

คน Gen Y คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523 - 2540 เป็นกลุ่มที่เติบโตในในช่วงที่วิวัฒนาการทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัล จึงสามารถใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว และเปิดรับสื่อที่มีความเป็นสากลมากขึ้น มีความยืดหยุ่นกับวัฒนธรรม และรักความสะดวกสบาย รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

คน Gen Y เป็นคนที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อที่หลากหลาย จึงค่อนข้างมีความคิดเป็นของตัวเอง เลือกทำในสิ่งที่ตนเองชอบ และไม่อดทนหรือฝืนใจทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ รวมทั้งมองหาสมดุลของชีวิต ต้องการที่จะทำงานอย่างมีความสุขและต้องการที่จะมีเวลาสำหรับใช้ชีวิตอย่างที่ตนเองชอบ ต่างกับคนในเจนที่โตกว่าที่มีความอดทนสูงและทุ่มเทให้กับการทำงาน

Gen Y กับสไตล์การออมเงิน

ด้วยความที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ทำให้ทุกอย่างดูเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วไปเสียหมดสำหรับคน Gen Y การใช้จ่ายก็ทำได้ง่าย จึงมีโอกาสที่คน Gen Y จะมีหนี้สูง และไม่นิยมออมเงินเท่าใดนัก เพราะมีบริการสินเชื่อที่สามารถนำเงินมาใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเสียเวลาเก็บ แต่ขอบอกคน Gen Y ไว้ตรงนี้เลยว่า การออมเงินก็ยังสำคัญอยู่นะ

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y ที่เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงสามารถที่จะเลือกออมเงินได้หลากหลายรูปแบบตามต้องการ อาจจะเป็นการแบ่งเงินส่วนหนึ่งจากรายได้ออกมา เป็นส่วนของเงินออม โดยจะนำไปฝากประจำเพื่อรับดอกเบี้ย หรือลงทุนกับสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น หุ้น, กองทุนตราสารหนี้ หรือกองทุนอื่น ๆ ของธนาคาร

แต่การลงทุนกับกองทุนบางกองทุนก็ยังมีความเสี่ยงสูงสำหรับนักลงทุนมือสมัครเล่นอย่างคน Gen Y แนะนำว่าให้หาข้อมูลและสอบถามผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจลงทุน

Z - Generation

คน Gen Z คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงหลังปี พ.ศ. 2540 เป็นเจนที่เรียกได้ว่าเกิดมาท่ามกลางเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบรอบด้าน ได้ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ ตั้งแต่อายุน้อย ๆ ใช้ชีวิตแบบคนยุคดิจิทัล รู้จักการค้นคว้าหาข้อมูลและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ เพื่อเลือกสิ่งที่จะเป็นผลดีต่อตนเองมากที่สุด

ปัจจุบัน คน Gen Z จะอยู่ในวัยเรียนหรือวัยที่เพิ่งเริ่มทำงาน และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพราะเป็นคนกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีได้ยังคล่องแคล่ว เรียนรู้ได้เร็ว พร้อมกับการที่ได้เติบโตมาในยุคที่มีเทคโนโลยีพร้อม จึงช่วยให้คนเจนนี้เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีทัศนคติที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และปรับตัวได้เก่ง

Gen Z กับสไตล์การออมเงิน

คนใน Gen Z เป็นเจนที่เรียนรู้ทุกอย่างได้เร็ว จึงมีโอกาสที่จะรู้จักแนวทางการออมเงินที่หลากหลาย แต่ด้วยความที่อายุกับประสบการณ์ยังน้อย ขอแนะนำให้เริ่มต้นออมเงินด้วยวิธีที่ความเสี่ยงน้อย เพื่อป้องกันผลกระทบรุนแรง

โดยอาจจะเริ่มจากการออมเงินแบบ สะสมเงินใส่กระปุก, เปิดบัญชีฝากประจำกับธนาคาร, ซื้อสลากออมทรัพย์กับธนาคารที่เปิดขาย, การเปิดบัญชีรูปแบบใหม่ที่เหมาะสำหรับการเก็บเงิน หรือลองศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเล่นหุ้นเบื้องต้น เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงไม่สูงมาก และยังช่วยฝึกทักษะการบริหารเงิน รวมทั้งปลูกฝังนิสัยรักการออมให้ติดตัวไปในอนาคตด้วย

ต้องบอกเลยว่าเทคโนโลยีสมัยนี้มีส่วนช่วยให้ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป พฤติกรรมการใช้จ่ายก็เปลี่ยนไป จะบอกว่าซื้อง่ายจ่ายคล่องมากกว่าเดิมก็คงไม่ผิดนัก ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงควรรู้จักเก็บออมเงินเอาไว้บ้าง หรือลองหาตัวช่วยทางการเงินเข้ามาเพื่อช่วยเพิ่มความประหยัดและคุ้มค่าให้กับการใช้จ่าย ด้วยบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิต แค่เลือกเปรียบเทียบบัตรเครดิต แบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ก็มีส่วนช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นได้

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน