เทรนด์ & ไกด์
  • หน้าหลัก   >
  • เทรนด์   >
  • ไลฟ์สไตล์   >
  • อย่าตกหลุมพรางในการเลือกซื้อเพชรด้วยกฎเหล็กสำคัญที่ช่วยให้คุณได้เพชรแท้คุณภาพเพื่อมอบให้แก่คนที่คุณรัก

อย่าตกหลุมพรางในการเลือกซื้อเพชรด้วยกฎเหล็กสำคัญที่ช่วยให้คุณได้เพชรแท้คุณภาพเพื่อมอบให้แก่คนที่คุณรัก

14 September 2017 | Benzzy

เพราะ เพชร ถือเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่คุณจะมอบให้กับคนที่คุณรัก ดังนั้นคุณจึงต้องหาเพชรที่ดีที่สุดเพื่อเขา/เธอคนนั้น แต่ถ้าคุณกำลังรู้สึกหลงทางในการเลือกเพชรที่ใช่สำหรับเขา/เธอละก็ ให้เราเป็นไกด์นำทางช่วยคุณเลือกเพชรที่ใช่ที่สุดให้กับคุณดีกว่า ซึ่งในการจะเลือกซื้อเพชรแต่ละชิ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นแหวน ต่างหู สร้อยคอ หรือกำไลข้อมือ ต่างก็ต้องพิจารณาที่คุณภาพของเพชรเป็นสำคัญ โดยหลักในการเลือกเพชรให้ได้เพชรแท้ และยังเป็นเพชรคุณภาพนั้น แม้จะไม่ง่าย แต่ก็สามารถทำได้ แค่คุณปฏิบัติตามกฎเหล็กสำคัญไม่กี่ข้อที่เรากำลังจะมาแนะนำคุณดังต่อไปนี้

เพชรของขวัญที่ล้ำค่าเหนือคำบรรยาย

กฎ 4Cs สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกเพชร

สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณได้เลือกซื้อเพชรแท้ที่ได้คุณภาพนั้นก็คือกฎ 4Cs นั่นเอง ถือเป็นหลักสำคัญที่มืออาชีพด้านเพชรทั้งหลายต้องรู้ เพราะมันเป็นหลักในการประเมินคุณภาพเพชรจากปัจจัย 4 ประการอันเป็นหลักสากลในการประเมินราคาของเพชรที่กำหนดขึ้นโดยสถาบัน GIA (Gemological Institute of America) นั่นก็คือ

  1. Color หรือสีของเพชร โดยจะดูจากความขาวของเพชรนั่นเอง ยิ่งมีสีขาวมาก ก็ยิ่งสวย และมีราคาแพงมาก ซึ่งระดับความขาวของเพชรจะมีเกรดวัดที่เรียกกันเป็นน้ำตั้งแต่น้ำ 100, 99, 98, 97 ลงไปเรื่อย ๆ และจะแบ่งตามสีของมันด้วยตัวอักษร D ไปจนถึง Z เพชรที่มีน้ำ 100 – 98 จะอยู่ในเกรดสี D – F เป็นเพชรที่อยู่ในเกรดไร้สี (Colorless) เป็นสีเพชรที่ไร้ที่ติ เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก รองลงมาคือน้ำ 97 – 94 อยู่ในเกรดสี G – J ถือเป็นเพชรที่อยู่ในเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) มีความขาวนวล จะราคาถูกกว่าเพชรในเกรดไร้สีแต่ก็ยังถือว่ามีคุณภาพสูง
  2. Carat หรือน้ำหนักกะรัต เป็นหน่วยวัดขนาดของเพชรโดยใช้น้ำหนักเป็นตัววัด ซึ่งน้ำหนัก 1 กะรัตจะเท่ากับ 200 มิลลิกรัม (0.2 กรัม) การชั่งน้ำหนักของเพชรจะต้องใช้เครื่องชั่งเฉพาะที่มีความละเอียดสูง น้ำหนักกะรัตของเพชรที่แตกต่างกันแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความแตกต่างด้านราคาได้มากทีเดียว ยิ่งน้ำหนักเพชรต่อกะรัตมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว เนื่องจากเพชรเม็ดใหญ่ที่เกิดจากก้อนดิบขนาดใหญ่นั้นหายากกว่าเพชรก้อนดิบขนาดเล็กนั่นเอง
  3. Clarity หรือตำหนิเพชร โดยเพชรแต่ละเม็ดนั้นจะมีตำหนิโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละเม็ด ยิ่งมีตำหนิน้อย ราคาก็จะยิ่งสูง ตำหนิเพชรนั้นจะมีทั้งตำหนิภายในและตำหนิภายนอก โดยจะมีการจัดอันดับเกรดตำหนิเพชรไว้เป็น Flawless (FL) ที่ไม่เห็นตำหนิเพชรทั้งภายในและภายนอกเมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า, Internally Flawless (IF) ไม่เห็นตำหนิภายในเพชร จะเห็นเพียงตำหนิภายนอกเล็ก ๆ เท่านั้นเมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า, Very Very Slightly Included (VVS1, VVS2) คือเพชรที่มองเห็นตำหนิได้ยากมากเมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า และจะไม่มีตำหนิปรากฏอยู่บนเหลี่ยมเทเบิ้ล, Very Slightly Included (VS1, VS2) คือเพชรที่มองเห็นตำหนิได้ง่ายเมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า แต่ตำหนิจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก, Slightly Included (SI1, SI2) คือเห็นตำหนิได้ง่ายมากเมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า และอาจมองเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า และ Imperfect (I1, I2, I3) คือเพชรที่มองเห็นตำหนิได้ง่ายมากที่สุดเมื่อส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า สามารถเห็นตำหนิได้ด้วยตาเปล่า
  4. Cut หรือการเจียระไน ซึ่งจะส่งผลต่อการสะท้อนแสง ประกายเพชร ไฟ และความระยิบระยับ โดยการเจียระไนที่จะต้องมีสัดส่วนของเพชรที่สมมาตรกัน (Symmetry) เหลี่ยมเพชร (Facets) ต้องมีขนาดเท่า ๆ กัน ขอบเพชร (Girdle) ต้องมีความหนาพอดี ๆ และการขัดเงาที่ผิว (Finish) จะต้องทำด้วยความประณีต เพื่อให้แสงที่ตกกระทบที่เพชรและผิวของเพชรเดินทางได้ดี ทำให้เพชรดูสวยเป็นประกายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเกรดในการเจียระไนเพชรจะแบ่งออกเป็น Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor นั่นเอง

ใบรับรองเพชร หลักประกันสำคัญที่ควรมีเมื่อจะเลือกซื้อเพชรสักเม็ด

สิ่งที่คุณควรมองหาเมื่อจะซื้อเพชรสักเม็ดนั้นก็คือใบรับรองเพชร ซึ่งจะต้องมาพร้อมกับเพชรทุกเม็ด โดยในใบรับรองเพชรดังกล่าวจะมีการระบุถึงคุณสมบัติของเพชรเม็ดนั้นอย่างละเอียด ตั้งแต่สีสัน เหลี่ยมของเพชร คุณภาพเพชร กะรัตเพชร ที่มาของเพชร เจียระไนโดยบริษัทหรือองค์กรใด เป็นต้น และใบรับรองเพชรที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับมากที่สุดจากทั่วโลกก็คือใบรับรองเพชรจากสถาบัน GIA (The Gemological Institute of America) นั่นเอง

การสังเกตเพชรให้เป็นช่วยให้คุณไม่ต้องโดนหลอกแล้วเสียใจในภายหลัง

ถ้าหากคุณไม่อยากโดนหลอกเวลาไปซื้อเพชรแต่ละเม็ดแล้วละก็ ต้องรู้จักหลักพื้นฐานในการสังเกตเพชรไว้ให้ดี โดยเพชรนั้นมักจะมีความโดดเด่น เป็นประกายขึ้นกว่าปกติเมื่ออยู่บนพื้นสีดำ ผู้ขายเพชรส่วนใหญ่จึงชอบเอาเพชรมาวางลงบนพื้นสีดำเพื่อให้ผู้ซื้อดูแล้วตื่นตาตื่นใจ เกิดความหลงใหลในตัวเพชรเม็ดนั้นอย่างง่ายดาย โดยมองไม่เห็นข้อบกพร่องของเพชรเม็ดนั้นเลย ถ้าจะเอาให้ชัวร์ คุณควรขอดูเพชรบนพื้นหลังสีขาวดีกว่า เพื่อที่จะได้มองเห็นรายละเอียดของเพชรได้อย่างแท้จริง และดูออกว่าเพชรเม็ดนั้นมีความงามแท้ ๆ เป็นอย่างไร

เพชรน้ำงามคุณภาพเยี่ยมไม่เคยราคาถูก

อย่าไปหลงเชื่อกับโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมที่ทางร้านเพชรเสนอให้คุณเป็นอันขาด ถ้าอยากได้เพชรน้ำงามคุณภาพดีไร้ที่ติ เพราะสำหรับเพชรแล้ว ไม่มีคำว่า ‘ของดีราคาถูกอย่างแน่นอน ยิ่งคุณภาพเยี่ยม ราคาก็ยิ่งแพง ทางที่ดีคุณควรจะตั้งงบประมาณให้กับตัวเองไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อยเอาไปใช้เลือกเพชรที่ชอบซึ่งอยู่ในงบประมาณของคุณจะดีกว่า อาจจะได้เพชรที่มีเม็ดเล็กลงมาหน่อย แต่คุณภาพดีกว่ากันเยอะ อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มค่า และซื้อเพชรเป็น

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน