อยากเปลี่ยนสายงานจะตอบคำถามสัมภาษณ์งานยังไงดี

Kanitta Sasakul

ไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่ที่คนทำงานไปสักพักแล้วอยากจะเปลี่ยนสายงานหรือเปลี่ยนอาชีพขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเพราะจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ชอบอาชีพที่ทำตั้งแต่ต้น เมื่อทำงานจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวเองชอบหรือจินตนาการไว้ หรือแม้กระทั้งว่าเราอาจจะพบความท้าทายในอาชีพใหม่ ๆ เมื่อเราได้ผ่านประสบการณ์การทำงานมาสักพัก คำตอบก็เลยออกมาเป็นว่าอยากลองเปลี่ยนสายงานดู

หลายคนเชื่อว่าการทำงานในสายเดิมนาน ๆ เราจะมีประสบการณ์ต่อยอดในที่ต่อไปได้ง่าย แต่กลับกัน สำหรับใครที่ทำสายเดิมมานาน แต่รู้สึกอยากเปลี่ยนสายงานใหม่ ดูจะเป็นอะไรที่ยากเสียเหลือเกิน ทั้งถูก HR ยิงคำถามถึงการเปลี่ยนสายงาน ไหนจะต้องต่อสู้กับแคนดิเดตคนอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ตรงกว่า แล้วเราจะมีโอกาสมากแค่ไหน ต้องเตรียมตัวไปสัมภาษณ์อย่างไร JobThai นำเทคนิคสำหรับคนเปลี่ยนสายงานที่กำลังจะไปสัมภาษณ์มาไว้ที่นี่แล้ว

มาแน่คำถามที่ว่า ทำไมคุณถึงเปลี่ยนสายงาน

เป็นไปไม่ได้ที่ผู้สัมภาษณ์จะไม่ถามว่า “ทำไมคุณถึงเปลี่ยนสายงาน” อย่าตื่นตระหนกกับคำถามให้พยายามบอกเล่าเหตุผลของการย้ายสายงานของคุณให้ชัดเจน และพยายามทำให้เขามั่นใจว่าคุณจะไม่เปลี่ยนสายงานอีกครั้งหลังจากนี้ ที่สำคัญอย่าลืมบอกว่าสายงานใหม่จะทำให้คุณตื่นเต้นและมีความกระตือรือร้น และควรหลีกเลี่ยงการพูดถึงงานเก่าในเชิงลบ

ทำให้เขารู้ว่าเรารับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว

ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ และความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว บริษัทจะให้โอกาสผู้สมัครที่เขามั่นใจว่าสามารถปรับตัวเข้ากับการทำงานที่ใหม่ได้ไว สามารถจัดลำดับความสำคัญได้ดี และมีความรับผิดชอบในงานสูง ดังนั้นในระหว่างสัมภาษณ์งาน เป็นหน้าที่ที่คุณต้องแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าตัวเองสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยาก ด้วยการบอกเล่าถึงประสบการณ์รับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ หรือความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด เช่น การรับมือกับหัวหน้างานใหม่ หน้าที่การทำงานที่เพิ่มขึ้น หรือเล่าถึงช่วงที่คุณสามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ด้วยตัวเอง

ประสบการณ์อาจไม่ตรงให้ใช้ทักษะที่มีประโยชน์เข้าสู้

คนย้ายสายงานมักจะขาดประสบการณ์และทักษะบางอย่างที่เกี่ยวกับงานนั้นไป แต่เราสามารถนำทักษะอื่นจากสายงานเดิมของเรามาทดแทนได้ แค่ต้องศึกษารายละเอียดตำแหน่งที่สมัครให้ดี ลองดูว่าจะเอาประสบการณ์ที่เรามีมาปรับใช้ได้ยังไงบ้าง เช่น Soft Skills ที่เป็นทักษะการสื่อสาร การแก้ไขปัญหา การพรีเซนต์ หรือถ้าเราเคยทำงานเป็นทีมก็เอาทักษะในการทำงานร่วมกับคนอื่นมาแสดงให้เห็น แต่ต้องไม่ลืมการตอบคำถามอย่างมั่นใจ เพราะ HR จะรับรู้ได้ทันที ถ้าเรายังไม่มั่นใจ แล้วว่าที่หัวหน้าคนใหม่จะมั่นใจแทนเราได้ยังไง

แสดงให้เห็นความสามารถไม่ใช่ราคาคุย

จากทักษะที่เราพูดถึง ถ้าในวันสัมภาษณ์เราสามารถนำงานที่จับต้องได้จริงไปโชว์ให้ผู้สัมภาษณ์เห็นด้วย ก็จะทำให้เขารู้ว่าเรามีความสามารถมากพอ เช่น ถ้าพูดถึงทักษะการเขียน เพราะอยากเป็นนักเขียนหรือนักข่าวก็ควรเอาตัวอย่างผลงานไปโชว์ด้วย ถึงจะไม่ใช่รูปแบบที่ตรงกับงานที่สมัครก็ไม่เป็นไร

ทำให้รู้ว่าเราเข้ากับบริษัทได้สบาย

Richard Branson เจ้าของแบรนด์ Virgin บอกไว้ว่า “ถ้าอยากได้พนักงานที่ดี สิ่งแรกที่ต้องดูก็คือคนที่มีลักษณะนิสัยที่เข้ากันกับวัฒนธรรมองค์กรของคุณ ทักษะส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่เรียนรู้กันได้ แต่การสอนเรื่องลักษณะนิสัยส่วนตัวต่างหากที่ยาก” สาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งที่คนเก่งหลาย ๆ คนไม่ประสบผลสำเร็จในการย้ายสายงาน เพราะเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรและทีมไม่ได้ ถ้าเรามีโอกาสถูกเรียกไปสัมภาษณ์ก็อย่าลืมแสดงให้เห็นว่าเรามีนิสัย แนวคิด และรูปแบบการทำงานที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับองค์กรได้ด้วย

Connection คือจุดแข็ง

คอนเน็กชัน คือจุดแข็งหลัก ๆ ของคนย้ายสายงานที่คนทำงานตรงสายอาจจะสู้ไม่ได้ เพราะถ้าทำงานอยู่แค่สายเดียว เราก็จะรู้จักคนแค่ในกลุ่มเดิม ๆ ลองทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าการรับเราเข้าไปทำงานจะช่วยให้บริษัทมีคอนเน็กชันในหลากหลายวงการมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับบริษัทในอนาคต

การย้ายสายงานถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่คนทำงานหลายคนอยากสัมผัสและเติมเต็มไฟในการทำงานอีกครั้ง แต่เราก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าบางตำแหน่ง บางอาชีพ ก็จะรับเฉพาะคนที่จบหรือมีประสบการณ์ตรงสายเท่านั้น ถ้าเราไม่ได้รับการเรียกสัมภาษณ์หรือไปสัมภาษณ์แล้วไม่ได้งานก็ไม่ต้องเสียใจไป ลองใช้เวลาพัฒนาทักษะที่มีให้ตรงกับรายละเอียดงานที่เปิดรับ แล้วอัปเดตประวัติในเว็บสมัครงานบ่อย ๆ เพื่อให้ประวัติของเราโดดเด่นมากขึ้นก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการย้ายสายงานให้ได้งานมากขึ้น

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน