อยากขายดีต้องอ่าน! 5 วิธีทำกำไรจาก Lazada กับ Shopee

Kanitta Sasakul

ตั้งแต่มี COVID-19 เข้ามา ก็ทำให้หลายร้านตระหนักได้ว่าต้องเพิ่มช่องทางในการขยายธุรกิจไปสู่โลกออนไลน์จึงจะอยู่รอด และ Lazada กับ Shopee ก็คือ e-Marketplace ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ส่วนข้อดีนั้นเราก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าทั้ง Lazada และ Shopee มีฐานลูกค้าทุกเพศทุกวัย แถมค่าธรรมเนียมในการขาย (commission fee) ก็ฟรีแบบ 0% กันไปเลย ! (Lazada ฟรีค่าคอมมิชชั่น ส่วน Shopee เริ่มต้นที่ 3%) และเพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ายุคใหม่ขายของออนไลน์ได้ดีและมีกำไรมากยิ่งขึ้น วันนี้เราก็มี 5 วิธีทำกำไรจาก Lazada กับ Shopee สองแพลตฟอร์ม ecommerce ชื่อดังมาแนะนำเพื่อน ๆ ดังนี้

1) ทำความเข้าใจเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์มให้ดี

ก่อนจะสมัครขายของออนไลน์กับ Lazada หรือ Shopee ต้องศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณรับทราบข้อตกลงและเข้าใจกติกาการขายหรือการจ่ายเงินของแต่ละแพลตฟอร์มอย่างละเอียด โดยสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่จะต้องเช็คก็คือ

  • วิธีหรือขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมขายสินค้า - ขั้นตอนการสร้างบัญชีสำหรับผู้ขาย (Sellers) หรือมีอะไรบ้าง
  • เอกสารที่ต้องใช้ - ดูว่ามีเอกสารอะไรที่ต้องใช้ เพราะปกติแล้วผู้ขายทั่วไปและผู้ขายที่เป็นเจ้าของแบรนด์จะต้องใช้เอกสารเหมือนกัน แต่เจ้าของแบรนด์จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมคือ สำเนาใบอนุญาตการค้าและสำเนาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าธรรมเนียมในการขายสินค้า - ค่าคอมมิชชั่น Shopee เริ่มที่ 3% ส่วนค่าธรรมเนียม Lazada ฟรี
  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม - ศึกษาอัตราค่าทำธุรกรรมบัตรเครดิต/เดบิตและบริการเก็บเงินปลายทางเพื่อไม่ให้สับสนในภายหลัง
  • ตัวเลือกการจัดส่งสินค้า - ดูว่าแต่ละที่มีตัวเลือกในการจัดส่งสินค้าแบบไหนบ้าง ยิ่งมีเยอะ ก็ยิ่งครอบคลุม และทำให้สะดวกต่อการขายของและจัดส่งสินค้ามากขึ้น ทั้งนี้อย่าลืมเปรียบเทียบค่าส่งพัสดุแต่ละเจ้าด้วย
  • พื้นที่ในการขาย - ทั้ง Lazada และ Shopee จะมีพื้นที่ขาย 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ Lazada กับ Shopee Marketplace เป็นพื้นที่ขายของสำหรับร้านค้าทั่วไป และ LazMall กับ Shopee Mall เป็นพื้นที่พิเศษของร้านที่ผ่านเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม

2) SEO ร้านค้าคือเรื่องสำคัญ

วิธีโปรโมทร้านใน Shopee หรือ Lazada ที่ดีที่สุดและฟรีก็คือ SEO พูดง่าย ๆ ก็คือ การตั้งชื่อสินค้า แท็ก และคำอธิบายสินค้าจะต้องมีคำค้นหรือคีย์เวิร์ดเสมอ เพราะถ้าลูกค้าค้นหาสินค้าไม่เจอ โอกาสในการขายสินค้าก็จะยากขึ้นไปอีก ดังนั้นการขายของใน Shopee หรือ Lazada คุณจะต้องคำนึงถึงเรื่อง SEO นี้ด้วย

วิธีค้นหาคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO ขายของใน Lazada และ Shopee

  • ใช้เครื่องมือคีย์เวิร์ดฟรีอย่าง Ubersuggest
  • เลือกประเทศเป็นไทย และใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการตั้งชื่อสินค้า
  • เมื่อมีคีย์เวิร์ดปรากฏขึ้นมาก็เลือกคำที่เกี่ยวข้อง มี Search Volume เหมาะสมและมีการแข่งขันที่น้อย

3) ไลฟ์สดเพิ่มยอดขาย

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายร้านได้ง่าย ๆ ใน Lazada กับ Shopee ก็คือ การไลฟ์สด !

ใช่แล้ว ! มีข้อมูลเชิงลึกพบว่า ไลฟ์สดช่วยให้ลูกค้าใช้เวลาในแอพ Lazada นานขึ้นถึง 60% ส่วนการไลฟ์สด Shopee Live ก็เพิ่มคำสั่งซื้อสินค้าของ Top Sellers ได้มากกว่า 300% !

แล้วการไลฟ์สดนี้ดียังไง ทำไมถึงช่วยเพิ่มยอดขายและทำกำไรให้ร้านของคุณได้ คำตอบก็คือ

  • ไลฟ์สดคือ Shoppertainment - เป็นการช้อปปิ้งที่ผสมผสานความบันเทิงไว้ในหนึ่งเดียว ทำให้ลูกค้าสนุกกับการซื้อของมากยิ่งขึ้น
  • ไลฟ์ขายของและมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง - ไม่เพียงแต่ขายของอย่างเดียว แต่ทางร้านยังมีโอกาสพูดคุยและแลกเปลี่ยนเคล็ดลับต่าง ๆ กับลูกค้า เมื่อลูกค้าวางใจ คุณก็ขายของได้ไม่ยาก
  • รองรับคนดูได้เยอะ - อย่างไลฟ์สดใน Lazada ก็รองรับได้กว่า 100,000 คนพร้อมกัน ส่วน Shopee Live ก็รองรับลูกค้าได้หลายคนไม่แพ้กัน ที่สำคัญคุณสามารถไลฟ์ขายฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และทุกครั้งที่ไลฟ์ทางแอพก็จะแจ้งเตือนลูกค้าให้รู้เสมอ ร้านของคุณจึงเพิ่มยอดขายและทำกำไรได้ง่าย ๆ กับการไลฟ์สดใน Shopee และ Lazada
  • คนซื้อและคนขายสื่อสารกันได้ทันที - ในการไลฟ์สดขายของ คุณสามารถตอบคำถามลูกค้าและขายสินค้าได้ทันทีด้วยฟีเจอร์ของ Lazada และ Shopee วิธีนี้จึงทำให้ลูกค้าปลื้มร้านคุณ ทั้งยังสะดวกสบายและทำกำไรได้ง่าย

อย่างไรก็ตามในการไลฟ์สดขายของใน Lazada หรือ Shopee ทางร้านต้องมีการจัดการสต๊อกสินค้าที่ดี เพื่อให้แน่ใจว่ามีสินค้าพอขาย ลองคิดดูว่าถ้าเกิดไลฟ์ขายของอยู่ดี ๆ แล้วของหมดกลางคัน ทั้งคุณและลูกค้าจะหมดอารมณ์มากแค่ไหน

4) เข้าร่วมแคมเปญของแต่ละแพลตฟอร์ม

แคมเปญของ Lazada และ Shopee จะช่วยให้การขายของออนไลน์ของคุณมีสีสันและครึกครื้นมากยิ่งขึ้น เช่น

  • 10
  • ฮัลโลวีน
  • 11
  • 12
  • Flash Sales
  • ส่งฟรี

นั่นก็เพราะเมื่อร้านคุณเข้าร่วมแคมเปญมอบส่วนลดเหล่านี้ ร้านคุณก็จะปรากฏบนหน้าแรกในแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ของ Lazada กับ Shopee ทำให้คุณมีโอกาสในการขายมากขึ้น เพราะลูกค้ามักจะสนใจของถูกและดี ยิ่งจัดส่งฟรีและมีโปรเพิ่มขึ้นมา ลูกค้ายิ่งปลื้ม ดังนั้นยิ่งลูกค้ามีโอกาสเห็นสินค้าจากร้านคุณมากเท่าไหร่ โอกาสเพิ่มยอดขายและทำกำไรก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

อีกอย่างแม้ทาง Lazada และ Shopee จะมีเงื่อนไขการเข้าร่วมแคมเปญลดราคา แต่บางทีทางแพลตฟอร์มก็จ่ายส่วนต่างให้ ทำให้ร้านได้ยอดเต็ม ๆ เลยก็มี เพราะฉะนั้นถึงเวลาลองเข้าร่วมแคมเปญ แจกโค้ดส่วนลดและคูปองต่าง ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านแล้ว !

5) มีความเป็นมืออาชีพและแสดงการมีตัวตนของร้านค้า

ลูกค้ามักเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือและมีตัวตน ซึ่งเทคนิคให้ขายดีมีกำไรยิ่งขึ้นก็คือ ทางร้านต้องมีความเป็นมืออาชีพและแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าร้านมีตัวตนอยู่จริง ซึ่งเทคนิคในข้อนี้ก็ได้แก่

  • ตอบคำถามลูกค้าให้ไว - อย่างที่เรารู้กันดีว่าคนขายใน Lazada กับ Shopee นั้นมีเยอะมาก และลูกค้าก็ไม่ชอบรอนาน ซึ่งหากคุณตอบแชทลูกค้าไว ก็จะปิดออเดอร์ได้เร็วขึ้นด้วย ดังนั้นคุณควร Active อยู่เสมอเพื่อให้ลูกค้าเห็นว่าร้านมีตัวตนจริง ตอบแชทให้ไวไว้ก่อน แล้วคุณก็จะได้ขายของจริง ๆ
  • รีวิวต้องแน่น - ปกติทาง Lazada หรือ Shopee จะมีกลไกกระตุ้นให้ลูกค้ารีวิวสินค้าอยู่แล้ว แต่ทางร้านก็ต้องขอความร่วมมือจากลูกค้าด้วย เพราะหากร้านได้ดาวเยอะ รีวิวดี ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าใหม่ ๆ ได้ ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

นี่ก็คือ 5 วิธีทำกำไรจาก Lazada และ Shopee ที่คุณสามารถทำตามเพื่อเพิ่มยอดขายได้ง่าย ๆ แล้วอีกวิธีก็คือการติดตามเทคนิคการขายจาก Lazada Seller Center กับ Shopee Seller Center เพราะทางแพลตฟอร์มจะมีเรื่องราวมาแบ่งปันคนค้าขายเช่นคุณเสมอ ทั้งนี้หากใครมีเคล็ดลับเด็ด ๆ เพิ่มเติม ก็สามารถแชร์กับเราใต้บล็อกได้เลย!

ผู้เขียน: ภัครสรกัญญ์ ทองคำ จาก สโตร์ฮับ

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน