สตาร์ทไม่ติดชีวิตเปลี่ยน! มาดูสาเหตุที่รถสตาร์ทไม่ติดกัน

Kanitta S.

เรื่องใหญ่สำหรับวันนี้เลยก็ได้ กับการที่รถสตาร์ทไม่ติดตั้งแต่เช้า จะไปเรียน ไปเที่ยว ไปทำงาน ทำเอาเซ็งกันไปหมด แต่เดี๋ยวก่อน...ก่อนจะหงุดหงิดใจ มาดูกันดีกว่าว่า การที่รถสตาร์ทไม่ติดนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง?

แบตเตอรี่รถยนต์หมด

เรียกได้ว่า เป็นสาเหตุยอดฮิตของอาการสตาร์ทไม่ติดเลยก็ว่าได้ อาการสตาร์ทไม่ติดเพราะสาเหตุนี้ให้สังเกตง่ายๆ เมื่อบิดกุญแจสตาร์ทแล้วมีเสียงแชะ นานขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เครื่องยนต์จะติด แล้วเงียบและไฟแบตเตอรี่ไม่ขึ้นที่หน้าปัดรถยนต์

แบตหมดแล้วทำอย่างไร?

  • สำหรับรถเกียร์ออโต้ต้องขอจั้มป์แบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่น เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์
  • สำหรับรถเกียร์กระปุก ให้เข้าเกียร์สองแล้วออกแรงเข็นเพื่อติดเครื่องยนต์

หรือบางครั้งอาจไม่ได้เกิดจากการที่แบตเตอรี่หมด แต่เป็นขั้วแบตสื่อม ให้ลองทดสอบง่ายๆ ด้วยการหาเครื่องมือมาขันเคาะให้ขั้วแบตเตอรี่เข้าที่และแน่นยิ่งขึ้น และลองสตาร์ทดูอีกครั้ง

สัญญาณรบกวน

สำหรับระบบ Push Start หากสตาร์ทไม่ติดอาจเกิดจากการจอดรถบางจุดที่มีการรบกวนสัญญาณสื่อสาร เนื่องจากสัญญาณจากกุญแจ Remote ที่สื่อสารกับรถถูกรบกวน ทำให้ Push start ไม่ได้ (กุญแจ Remote ต้อง Link กับตัวรถได้ ถึงจะกด Start ได้ ไม่อย่างนั้นใครก็กด push start ได้) วิธีแก้นั้นอาจจะฟังดูโบร่ำโบราณ แต่คุณต้อง ต้องเข็นไปที่อื่นเท่านั้นจึงจะสตาร์ทได้

เครื่องยนต์มีปัญหา

หลายคนเข้าใจผิดว่าน่าจะเป็นแบตเตอรี่หมดอีกเช่นกัน แต่ความจริงแล้วเครื่องยนต์หมุนแล้วเพียงแต่ไม่มีเสียงสตาร์ทเมื่อหยุดบิดกุญแจเครื่องก็หยุด ให้ลองทดสอบตรวจขั้นต้นด้วยการพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นดูก่อน ถ้ายังนิ่งสนิทก็น่าจะต้องพึ่งศูนย์ซ่อมเท่านั้น

ไดชาร์จเสื่อม

นอกจากแบตเตอรี่แล้ว ไดชาร์จ ก็มีส่วนเช่นกัน เพราะหากไดชาร์จเสื่อมก็ไม่สามารถที่จะชาร์จไฟไปยังแบตเตอรี่ได้ ซึ่งถ้าหากเป็นกรณีนี้แล้วล่ะก็ ให้ติดต่อรถลากอย่างเดียวเลย เพราะต้องซ่อมอย่างแน่นอน

ระบบไฟฟ้าในรถ

การสตาร์ทไม่ติดอาจเกิดจากระบบไฟฟ้าในรถมีปัญหา ซึ่งอาจเป็นเพราะสายไฟขาดเพราะโดนหนูกัด หรือไม่ก็เผลอเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ ก็ส่งผลให้ระบบไฟมีปัญหา

เกียร์ผิดตำแหน่ง

หรือเรื่องง่ายๆ ที่คุณอาจจะลืม เช่น เกียร์อยู่ผิดตำแหน่งคือไม่อยู่ที่ตัว P หรือ N นี่ก็อาจจะทำให้ รถสตาร์ทไม่ติดได้เช่นกัน

น้ำมันหมด!

บางครั้งคุณก็ขับเพลินจนลืมเช็คดูว่าน้ำมันหมดถัง! เพราะบางคนก็ติดนิสัยสุดชิลเข็มเตือนชี้ไปที่ขีดแดงแล้วก็ยังไม่เติม ทำให้น้ำมันในถังไม่เพียงพอที่จะสตาร์ทรถให้ติดได้

จากหัวข้อต่างๆที่กล่าวมานั้น ดูเป็นข้อสังเกตุง่ายๆที่ผู้ขับรถทุกท่านต้องพึงสังเกตุกันใช่มั้ยล่ะคะ

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน