สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนกระโดดขึ้นนั่งบนรถกระบะที่ปลอดภัยและทนทานที่สุดแห่งยุคอย่าง Isuzu D-max

Benzzy

อีซูซุ (Isuzu) ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งยุคในด้านของตลาดรถกระบะในประเทศไทย ซึ่งรุ่นรถกระบะที่เรียกได้ว่ามาแรงอย่างต่อเนื่องก็คือ Isuzu D-max ที่พร้อมรองรับการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ทั่วไป หรืองานหนักอย่างการบรรทุกของขนส่งก็ทำได้อย่างไม่มีปัญหา หลาย ๆ คนอาจส่งสัยว่ารถกระบะ Isuzu D-max มีดีอะไร ทำไมจึงครองใจชาวไทยมาได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นอันดับหนึ่งในด้านรถกระบะสำหรับชาวไทยมาอย่างยาวนาน

ซึ่งรุ่นรถกระบะที่เรียกได้ว่ามาแรงอย่างต่อเนื่องก็คือ Isuzu D-maxที่พร้อมรองรับการใช้งานของคนทุกกลุ่ม

Isuzu D-max รถกระบะที่ขายได้เกิน 1 ล้านคันในประเทศไทยในทุกรุ่น

แม้ว่าแบรนด์รถ Isuzu จะไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนักในต่างประเทศ แต่ต้องขอบอกเลยว่ารถกระบะ Isuzu นั้นได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากชาวไทย เรียกได้ว่าประเทศไทยเป็นเหมือนตลาดหลักของรถกระบะ Isuzu เลยก็ว่าได้ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยจากประเทศญี่ปุ่นและการประกอบตัวรถในประเทศไทย ทำให้ได้เป็นรถกระบะ Isuzu D-max สมรรถนะสูง ประสิทธิภาพล้ำ แต่ยังอยู่ในราคาสบายกระเป๋า จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถกระบะ Isuzu D-max สามารถตีตลาดในประเทศไทยได้ประสบความสำเร็จทุกครั้งไป นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดด้วยศูนย์บริการมากมายทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง พร้อมการบริการที่จัดให้อยู่ในระดับ 5 ดาว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมรถกระบะแบรนด์อื่น ๆ จึงสู้รถกระบะ Isuzu D-max ไม่ได้เสียที

Isuzu D-max Blue Power รถกระบะเพื่อการพาณิชย์เพียงรุ่นเดียวแต่กลับมียอดขายถล่มทลาย

ในปัจจุบัน Isuzu มีรถวางจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 2 รุ่นเท่านั้น ได้แก่ Isuzu MU-x Blue Power ซึ่งเป็นรถ SUV อเนกประสงค์ กับ Isuzu D-max Blue Power ซึ่งเป็นรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ โดยในรุ่นรถกระบะนั้น แม้จะมีจำหน่ายเพียงรุ่นเดียว แต่ก็ยังตีตลาดได้แบบไม่หยุดยั้ง เป็นรุ่น Minor change จากรุ่นเดิม Isuzu New D-max ซึ่งได้ทำการย่อขนาดเครื่องยนต์เพื่อให้ประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ (Co2) ทำให้ได้รถกระบะที่มีสมรรถนะเต็มเปี่ยม แต่ยังรักษาสภาพแวดล้อมได้อย่างดีเยี่ยม โดยเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรุ่นใหม่ล่าสุด 1.9 DDi Blue Power ที่มีปริมาตรความจุ 1,900 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แม้จะเป็นแรงม้าขนาดปกติสำหรับเครื่องยนต์ขนาดเท่านี้ แต่ความพิเศษมันอยู่ที่แรงบิดจากเครื่องยนต์ตัวนี้สูงถึง 350 นิวตันเมตรในย่าน 1,800 – 2,600 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว ซึ่งทำให้มีความแรงเทียบเท่ากับรถกระบะเครื่องยนต์ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด สำหรับอัตราเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น ได้แก่

  • แรงม้าที่เพิ่มขึ้น 10% (กำลังสูงสุด 150 แรงม้า)
  • แรงบิดเพิ่มขึ้น 4% (แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร)
  • อัตราเร่งเร็วขึ้น 2% (อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
  • เครื่องยนต์มีน้ำหนักเบาขึ้น 20% ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักลดลงถึง 60 กิโลกรัม
  • ค่าการปล่อยก๊าซ Co2 ดีขึ้น 21%
  • ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 19%

นอกจากนี้ยังมีการปรับกระจังหน้าใหม่แบบโครเมี่ยม, ไฟหน้าแบบโปรเจ็คเตอร์, สปอยเลอร์แบบ Built-in, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และไฟท้าย LED เป็นต้น

เข้าไปดูผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยานยนต์จาก Isuzu ได้ที่นี่

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน