วางแผนเป็นคนรวยง่าย ๆ ด้วย 5 ความเชื่อจากกระเป๋าสตางค์ Coach

Kanitta Sasakul

เคยไหม? ไม่ว่าจะลองเก็บเงินวิธีไหนก็ไม่อยู่สักที เผลอแป๊บเดียวเป็นต้องรั่วไหลจ่ายตรงนู่นนิด ตรงนี้หน่อยใช่หรือไม่ บอกลาความกังวลเหล่านั้นไปได้เลย เพียงเลือกให้กระเป๋าสตางค์ Coach เป็นผู้ช่วยคุณ

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล เก็บเงินไม่ได้ก็ต้องพึ่งมนต์คาถา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องความเชื่อ โชคลาง และราศี ล้วนอยู่คู่คนไทยมาช้านาน ยิ่งอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์สินในกระเป๋า หรือเคล็ดลับเพิ่มความมั่งคั่งยิ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ แต่ทุกอย่างก็ต้องมีการเริ่มต้นเสมอ แม้แต่มหาเศรษฐีพันล้านก็ย่อมต้องเคยวางแผนออมเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ มาก่อน หากคุณต้องการรวยเร็วก็ควรเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะก้าวตามไม่ทันชาวบ้านชาวช่องเขา ถ้ายังหาเทคนิค และความเชื่อดี ๆ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ได้ละก็ เรามี 2 ความเชื่อ 3 เคล็ดลับเด็ดมาแนะนำ ดังนี้

2 ความเชื่อ

ที่ได้รับความศรัทธาที่สุดคือ การเลือกตามสีวันเกิด แน่นอนหากเป็นคุณผู้ชายคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะส่วนใหญ่ก็จะนิยมใช้อยู่ไม่กี่สี ไม่สีดำ ก็สีน้ำตาล หากเป็นคนตามแฟชั่นหน่อยก็ไม่พ้นสีเทา หรือสีกรมท่านั่นเอง สำหรับเทคนิคการเลือกเฉดสีกระเป๋าสตางค์ให้ถูกโฉลกตามวันเกิด ควรเลือกตามนี้ วันจันทร์ เหมาะกับสีขาว สีครีม หรือไม่ก็สีดำไปเลย, วันอังคาร เหมาะกับกระเป๋าสตางค์สีสันเช่น สีชมพู หรือสีเหลือง หากเป็นผู้ชายควรเป็นสีน้ำตาล, วันพุธ จะมีสองช่วงเวลาเกิดด้วยกัน คือกลางวัน ให้เลือกกระเป๋าสตางค์สีเขียว หรือสีม่วง ส่วนวันพุธกลางคืน จะเหมาะกับสีขาว และสีม่วง, วันพฤหัสบดี สีที่แมตช์ที่สุดคือสีส้ม, วันศุกร์ ควรใช้สีฟ้า หรือสีชมพูก็ได้, วันเสาร์ จะเน้นสีพื้นทึบ ๆ อย่างสีดำ สีน้าตาล หรือสีเทาเข้ม และวันอาทิตย์ จะถูกโฉลกกับกระเป๋าสตางค์สีแดง หรือสีเขียว เป็นต้น

ต่อมาคือการให้ และรับกระเป๋าสตางค์จากผู้อื่น เชื่อว่าความเชื่อนี้หลายคนอาจเคยได้ยินมาแล้วว่า การให้กระเป๋าสตางค์แก่ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการซื้อให้ใหม่ ๆ หรือการส่งต่อกระเป๋าสตางค์ใบเก่าของตนเอง ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะมันเหมือนคุณให้ทรัพย์สินของตัวเองกับผู้อื่น เหมือนเป็นการขัดลาภ หรือเสียลาภก็เป็นได้ กลับกันถ้ามีคนให้กระเป๋าสตางค์กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญ หรือให้ในกรณีอื่นก็ตาม แม้คุณจะรับมาแล้วแต่อย่าเพิ่งใช้ แนะนำให้คุณพิจารณาฐานะการเงินของเขาก่อนว่าดีกว่าคุณหรือเปล่า มีทรัพย์สินเยอะกว่าไหม หรือมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าคุณหรือเปล่า เป็นต้น หากใช่ก็นำมาใช้ได้เลย เพราะถือเป็นการเสริมลาภให้คุณได้อีกทาง แต่ถ้าไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วแหละว่ามีความเชื่อด้านนี้มากน้อยเพียงใด

3 เคล็ดลับ

แบ่งสัดส่วนในการใช้เงิน ตัวอย่างเช่น ได้รับเงินเดือนมาให้คิดเป็น 100% แล้วแบ่งส่วนเงินออมไว้ 25% จากนั้นแบ่งจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาหารกับจำนวนวันทั้งหมด ได้ผลลัพธ์เท่าไหร่แนะนำให้คุณหยิบมาใช้จำนวนเท่านั้น อาจแบ่งเงินก้อนสำหรับซื้อของใช้ส่วนตัว หรือช้อปปิ้งไว้ด้วยอีกส่วนหนึ่งก็ได้ ถ้าอยากรวยเร็วขึ้นหากวันใดวันหนึ่งคุณใช้เงินของแต่ละวันไม่หมดก็นำที่เหลือมาออมด้วยจะดีที่สุด

เลือกเก็บเหรียญ โดยทุกครั้งหลังคุณกลับมาบ้านให้นำเหรียญทุกประเภทในกระเป๋ามาหยอดกระปุกให้หมด หากคุณใจแข็งพออาจตั้งกฎไว้กับตนเอง เช่น ห้ามใช้เหรียญเด็ดขาด วิธีนี้แม้จะดูว่าช่วยออมเงินได้ทีละน้อย แต่เป็นวิธีที่คุณแทบไม่รู้สึกถึงความลำบากเลย แถมปกติหลายคนก็ไม่ชอบพก หรือใช้เหรียญอยู่แล้วเพราะมันหนัก เทคนิคนี้จึงช่วยคุณตัดความวุ่นวายได้ในตัว

เก็บเฉพาะแบงค์ 50 หรือแบงค์ 20 หากคุณอยากเก็บแบงค์อื่นก็ได้อยู่ที่ว่าคุณใจถึงพอหรือเปล่า เอาเข้าจริง ๆ แค่เก็บแบงค์ 20 ก็ถือว่าทำใจลำบากสุดแล้ว เพราะเกือบทุกวันที่คุณต้องได้แบงค์ 20 เป็นเงินทอนจากร้านค้า แถมอาจไม่ใช่แค่ใบ หรือสองใบ อาจมากกว่านั้น ที่สำคัญถ้าคุณเลือกที่จะเก็บแบงค์นี้ พอซื้อของครั้งต่อไปก็ต้องแตกใบใหญ่อีก และเกือบ 100% เงินทอนที่ได้กลับมาย่อมต้องมีแบงค์ 20 ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นเราแนะนำให้เก็บแบงค์ 50 ดีกว่า เพราะทำใจเก็บง่ายกว่า เผลอ ๆ บางวันโชคดีไม่ได้เลยก็มี แต่เงินเก็บคุณก็จะน้อยลงตามไปด้วยนะ

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่เรารวบรวมมานำเสนอคุณ ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น อยู่ที่ว่าใครปฏิบัติตามแล้วสบายใจมากกว่า ส่วนเทคนิคเหล่านี้ล้วนช่วยให้คุณออมเงินได้ง่ายกว่าเดิมทั้งนั้น แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความมีวินัยในตนเอง ถ้าคุณบังคับใจตนเองได้ และยึดมั่นที่จะทำตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ นอกจากจะช่วยออมเงินแล้ว ยังเหมือนเป็นการปูความมั่นคงให้ตนเองในอนาคตได้อีกด้วย แม้ตอนนี้คุณจะออมเพียงเงินจำนวนน้อย ๆ แต่ถ้าในอนาคตคุณมีรายได้มากขึ้น เงินเก็บของคุณก็จะมากขึ้นตามไปด้วย เผลอ ๆ รู้ตัวอีกทีคุณก็กลายเป็นเศรษฐีแล้ว อย่าลืมว่าก่อนที่มหาเศรษฐีจะมีเงินล้านพวกเขาย่อมต้องมีหลักหน่วย หลักสิบมาก่อนจริงไหม?

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน