เทรนด์ & ไกด์

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปี 2018 ด้วย Adidas Futurecraft 4D

02 November 2017 | Kanitta S.

สาวกรองเท้าผ้าใบห้ามพลาดกับ Adidas Futurecraft 4D ที่กำลังเปิดตัวปลายปี 2017 นี้ รับรองถ้าได้ใส่คุณต้องเดินเริ่ด ๆ เชิด ๆ มั่นใจต้อนรับปี 2018 แบบไม่แคร์สายตาใครแน่นอน

เมื่อไม่นานมานี้สาวกต้องเกิดกิเลสอีกครั้ง เพราะมีข่าวว่าปี 2018 ที่จะถึงนี้ค่ายดังอย่าง Adidas จะเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่อย่าง Adidas Futurecraft 4D ขึ้น แถมยังวางแผนผลิตล็อตแรก และวางจำหน่ายปลายปี 2017 เพียง 5,000 คู่ทั่วโลกเป็นการเรียกน้ำย่อยเท่านั้น หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Adidas หรือสาวกรองเท้าผ้าใบตัวยงละก็ อย่าพลาดที่จะซื้อมามิกซ์แอนด์แมตช์กับไลฟ์สไตล์การแต่งตัวของคุณเป็นอันขาด

Adidas Futurecraft 4D รองเท้าผ้าใบเทคโนโลยีใหม่แห่งโลกอนาคต

Futurecraft 4D มันเจ๋งยังไง

Adidas Futurecraft 4D เป็นรองเท้าผ้ารุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการปริ้น 3D ในการผลิตพื้นรองเท้า ทำให้รองเท้าที่ได้มีน้ำหนักเบา นุ่มสบาย และมีความยืดหยุ่นสูง แถมยังซัพพอร์ตได้ทุกการเคลื่อนไหวไม่เหมือนกับรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้ากีฬาส่วนใหญ่ที่จะเน้นการซัพพอร์ตเฉพาะส่วน เช่น รองเท้าวิ่งก็จะซัพพอร์ตด้านหน้าเป็นหลัก และรองเท้าฟุตบอลก็จะมีจุดสตั๊ดเพื่อใช้จิกพื้นสนาม เป็นต้น โดยการผลิตเหล่านี้จะเน้นการผลิตส่วนต่าง ๆ แล้วมาประกอบเข้าด้วยกัน ทำให้ยังคงมีจุดเหลื่อมล้ำอันก่อให้เกิดความไม่สมดุลอยู่บ้าง ต่างจาก Adidas Futurecraft 4D ที่มีพื้นรองเท้าหนาแน่นเป็นชิ้นเดียวกัน ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่คาดว่าต้องได้รับความนิยมในอนาคตแน่นอน แม้ก่อนหน้านี้ Adidas จะเคยเปิดตัวรองเท้าผ้าใบที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี 3D Printer มาก่อน แต่ก็ประสบปัญหาการผลิต เพราะกว่าจะได้แต่ละคู่ต้องใช้เวลาผลิตค่อนข้างนาน ทำให้แฟนคลับพากันตัดใจ และหันไปซบอกคอลเล็กชั่นอื่นแทน แต่คราวนี้การผลิต Adidas Futurecraft 4D ได้รับความร่วมมือจาก Carbon ซึ่งเป็นบริษัท 3D-printing จาก Silicon Valley ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีปริ้น 3D รับรอง Adidias สามารถส่งมอบ Futurecraft 4D ได้ถึงมือลูกค้าทุกคนตามความต้องการชัวร์

นวัตกรรมแห่งโลกอนาคต

แม้ปัจจุบันการปริ้น 3D จะมีให้เห็นมากมายจนดูไม่ค่อยรู้สึกว้าวเท่าไหร่ แต่ถ้าจะถามว่าแบรนด์ไหนที่ดีที่สุดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะไว้วางใจแบรนด์ผู้บุกเบิกอย่าง Carbon อยู่แล้ว จากเทคโนโลยีการปริ้น 3D ที่เรียกว่า Digital Light Synthesis ทำให้สามารถปริ้นได้เร็วกว่า 10 เท่า แถมยังใช้เรซินเหลวซึ่งมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงกว่าวัสดุอื่นอีกด้วย หลังจากได้พื้นรองเท้าจากการปริ้น 3D แล้ว Adidas ก็จะนำไปประกอบกับตัวรองเท้าที่เป็นผ้าใบตามปกติ จากการร่วมมือกันระหว่าง Carbon และ Adidas ครั้งนี้ทำให้เกิดเป็นคอลเล็กชั่นรองเท้าคุณภาพเยี่ยมระดับ Mass Production ซึ่ง Adidas คาดว่ามันจะกลายเป็นก้าวแรกของการผลิตรองเท้าแบบใหม่ในอนาคตแน่นอน

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน