เครื่องปั่น ช่วยให้การเข้าควรหรือทำเมนูเครื่องดื่มเป็นเรื่องง่าย ปัจจุบันมีหลายรุ่นให้เลือก ดีไซน์การออกแบบทันสมัย ใช้งานง่าย แถมมีฟังก์ชันการทำงานที่เยอะกว่าเมื่อก่อน ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน จะปั่นผัก ผลไม้ หรือวัตถุดิบต่าง ๆ สำหรับทำอาหารก็ทำได้ไม่ยาก คงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้ครบถ้วน เหมาะมาก ๆ สำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านในยุคสมัยนี้ มาลองส่อง วิธีเลือกเครื่องปั่นให้ตรงใจและใช้งานได้ยาวนาน พร้อมเช็คราคา เทียบราคา เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายในราคาพิเศษได้ที่ iPrice Thailand

_

สินค้าติดเทรนด์มาแรงใน เครองปน

เครื่องปั่น AJ

ลิสต์ราคา เครื่องปั่น ยอดนิยมปี 2021

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Philips HR2115 1,175 บาท Shopee
Philips HR2118 1,590 บาท Lazada
Panasonic MX-900M 455 บาท Lazada
Philips HR2118/02 1,368 บาท Lazada
Sharp EM-ICE 990 บาท Shopee
Philips HR2115/00 1,130 บาท Lazada
Panasonic MX-800S 360 บาท Lazada
Philips HR2120 1,918 บาท Lazada
Philips HR2097 749 บาท Shopee
Otto BE127A 1,250 บาท Shopee
ยอดนิยม
Philips HR2115

ราคาดีที่สุดที่ Shopee 1,175 บาท 1,678 บาท ไปที่ร้านค้า

วิธีเลือกเครื่องปั่นให้ตรงใจและใช้งานได้ยาวนาน

สำหรับชีวิตในปัจจุบันที่ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพของตนมากขึ้น ทำให้มีการสรรหาอุปกรณ์ที่จะมาเป็นตัวช่วยในการทำเมนูสุขภาพอย่างเช่นน้ำผักและผลไม้ปั่น และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญที่จะเข้ามาช่วยก็คือ เครื่องปั่น นี่แหละ ช่วยสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มอร่อยได้หลากหลาย อัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารและประโยชน์ด้านสุขภาพมากมายจากผลไม้ ปรับรสชาติเองได้ตามใจชอบ เหมาะมาก ๆ สำหรับผู้ที่รักสุขภาพในสมัยนี้ นอกจากจะสามารถทำน้ำผักและผลไม้ปั่นได้แล้ว ยังสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องเครื่องผสมอาหารสำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านได้ด้วย ปัจจุบันมีเครื่องปั่นราคาถูกมากมายให้เลือกซื้อ โดยราคาจะเริ่มต้นแค่ไม่กี่ร้อย สำหรับมือใหม่ที่ไม่รู้วิธีเลือกซื้อเครื่องปั่นผลไม้ เราก็มีทริคง่าย ๆ มาฝาก มีอะไรบ้างลองไปดูกันเลย

ทำความรู้จักกับประเภทของเครื่องปั่น

ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปั่นผลไม้มาใช้งาน คุณควรจะทำความเข้าใจชนิดของเครื่องปั่นก่อนว่ามีการแบ่งชนิดหลัก ๆ อย่างไรบ้าง ดังนี้

เครื่องปั่นมือถือ

หรือเครื่องปั่นแบบจุ่ม เป็นแบบที่ใช้งานง่ายที่สุด ดีไซน์เป็นด้ามจับพอดีมือ สำหรับควบคุมทิศทางขณะที่ปั่นวัตถุดิบในภาชนะอย่างแก้วหรือชาม สามารถนำไปใช้บดอาหารรวมถึงผลไม้ชนิดต่าง ๆ ที่มีความนุ่มได้ เช่น มันบด, ตีครีม, ตีไข่, มะละกอ, แตงโม เป็นต้น มีชิ้นส่วนน้อยจึงทำความสะอาดได้ค่อนข้างง่าย เพียงแค่เน้นตรงช่วงใบมีดเท่านั้น เป็นเครื่องปั่นราคาถูกที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง แต่ข้อเสียคือไม่สามารถปั่นของแข็งได้ เช่น น้ำแข็ง, ถั่วลิสง และผักสด เพราะการออกแบบใบมีดมีขนาดเล็ก อีกอย่างเมื่อปั่นของแข็งโดยไม่มีฝาปิดอาจทำให้วัตถุดิบกระเด็นออกมาข้างนอกได้

เครื่องปั่นแบบโถ

เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ใช้งานได้เอนกประสงค์ ปั่นได้ทั้งวัตถุดิบนิ่มและแข็งได้สบาย ลักษณะของโถปั่นคล้ายเหยือกที่มีใบมีดอยู่ด้านล่าง นำมาประกอบกับฐานตั้งโต๊ะที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อส่งกำลังไฟให้ใบมีดทำงาน ด้านบนจะมีฝาครอบปิดเพื่อป้องกันการกระเด็น เมื่อเปิดเครื่องวัตถุดิบที่อยู่ภายในจะถูกปั่นโดยละเอียด ปั่นเครื่องดื่มได้หลายแก้วภายในครั้งเดียว แต่เครื่องค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักพอสมควร มอเตอร์เสียงดังขณะใช้งาน ทำความสะอาดได้อยากกว่าเมื่อเทียบกับแบบมือถือ

เครื่องปั่นหัวกระสุน

รูปทรงของเครื่องจะคล้ายกับหัวกระสุน เมื่อปั่นเสร็จแล้วตัวโถจะใช้เป็นแก้วพร้อมดื่มได้เลย ตอบโจทย์การใช้งานของคุณยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการทำสมูทตี้และเครื่องดื่มน้ำผักผลไม้ทุกชนิด สามารถปั่นวัตถุดิบเนื้อนิ่มและเนื้อหยาบได้ ไม่ว่าจะเป็นอกไก่, ผัก, ถั่ว ฯลฯ ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกระทัดรัด พกไปใช้งานระหว่างวันได้สะดวก แต่มีข้อระวังเมื่อใช้งาน ขณะที่เปิดเครื่องมีโอกาสที่วัตถุดิบจะรั่วออกทางฝาปิดได้ ดังนั้นต้องแน่ใจว่าหมุนปิดฝาอย่างสนิททุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการใส่วัตถุดิบมากจนเกินไปจนอาจจะทะลักได้

วิธีการเลือกซื้อเครื่องปั่นให้เหมาะกับการใช้งาน

ก่อนจะเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้ มีปัจจัยที่ใช้สำหรับการพิจารณาก่อนจะตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้เครื่องที่ตรงกับการใช้งานอย่างแท้จริง โดยมีวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

กำลังในการปั่น

เลือกจากกำลังวัตต์ของเครื่องปั่นผลไม้ตามลักษณะการใช้งาน เครื่องปั่นที่มีมอเตอร์แรงกว่าจะมีแรงกำลังปั่นที่มากขึ้น ส่งผลให้ปั่นวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ละเอียดมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถ้าหากเป็นการใช้งานทั่วไปที่ใช้ปั่นน้ำทั่ว ๆ ไปวันละ 2-3 ครั้ง เลือกแค่เครื่องที่กำลังวัตต์อย่างน้อย 350 วัตต์ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าหากคุณจะใช้ปั่นน้ำแข็งทำค็อกเทลปั่นอย่างเช่นพวกมาการิต้าแล้วละก็ ควรเลือกเครื่องที่มีกำลังวัตต์มากกว่านั้น แต่ขอเตือนไว้สักหน่อยว่าเมื่อกำลังวัตต์ของเครื่องสูงขึ้น เสียงในการปั่นก็จะดังขึ้นด้วยเช่นกัน

โหมดความเร็วในการปั่น

โดยทั่วไปเครื่องปั่นจะมีปุ่มปรับความเร็วสำหรับปั่นวัตถุดิบที่แตกต่างกัน บางรุ่นก็มีสูงถึง 5 ระดับ ส่วนบางรุ่นไม่มีปุ่มสำหรับปรับระดับเลย ก่อนเลือกซื้อต้องลองเช็คก่อนว่าแบบไหนตอบโจทย์การใช้งานมากกว่า แต่เครื่องปั่นที่มีโหมดการปั่นหลายระดับไม่ได้หมายความว่าคุณภาพดีเสมอไป ควรเลือกรุ่นที่มีโหมดการปั่นสัก 3 ระดับก็เพียงพอแล้ว และอย่าลืมเลือกเครื่องปั่นผลไม้ที่มีโหมด ‘Pulse’ สำหรับเร่งรอบการปั่น เพื่อใช้งานในการปั่นน้ำแข็ง

โถปั่นที่เหมาะสม

ควรเลือกโถปั่นที่มีความจุอย่างน้อย 40 ออนซ์ (ประมาณ 2 ลิตร) เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอในการปั่นอาหารหรือซุปที่มีปริมาณค่อนข้างมาก และควรเลือกฝาปิดที่มีซีลยางกันรั่วพร้อมช่องเปิดตรงกลางฝาปิดเพื่อเติมส่วนผสมขณะปั่น นอกจากนี้ควรเลือกโถปั่นแบบใสจะได้มองเห็นอาหารและเครื่องดื่มขณะปั่นได้ หากเลือกโถปั่นแบบพลาสติกต้องแน่ใจว่าเป็นโถปั่นแบบ BPA-free ซึ่งเป็นพลาสติกเกรดคุณภาพที่ได้รับรองการรับรองว่าปลอดสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

เลือกรุ่นที่ทำความสะอาดได้ง่าย

นอกเหนือจากทริคต่าง ๆ แล้ว การเลือกเครื่องปั่นผลไม้ที่ทำความสะอาดง่ายก็สำคัญเช่นกัน เพราะหลังการใช้งานจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งขัดตามซอกซอนต่าง ๆ ให้เสียอารมณ์ หากเลือกรุ่นที่ทำความสะอาดยาก เศษอาหารจะเข้าไปติดด้านใน ทิ้งไว้นาน ๆ เข้าก็ทำให้เกิดแบคทีเรียสะสม อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ควรเลือกซื้อเครื่องที่มีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน และสามารถถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างใบมีด ออกมาทำความสะอาดได้ ถ้าถอดประกอบได้ 3 - 4 ชิ้นจะดีมาก ๆ

เครื่องปั่น ช่วยให้การเข้าควรหรือทำเมนูเครื่องดื่มเป็นเรื่องง่าย ปัจจุบันมีหลายรุ่นให้เลือก แถมมีฟังก์ชันการทำงานที่เยอะกว่าเมื่อก่อน ผสมผสานกับการทำงานใบมีดที่ปั่นด้วยความเร็วสม่ำเสมอและละเอียด ตัวเครื่องทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน จะปั่นผัก ผลไม้ หรือวัตถุดิบต่าง ๆ สำหรับทำอาหารก็ทำได้ไม่ยาก เมื่อรู้วิธีเลือกซื้อกันไปแล้ว ทีนี้ก็มาลองมาเช็คราคา เทียบราคา เลือกซื้อเครื่องปั่นราคาถูก พร้อมรับส่วนลดโปรโมชั่นใหม่ ๆ ที่มีให้เลือกทุกวันได้ที่ iPrice Thailand

NEW