สัมผัสความสนุกแบบจัดเต็มไปกับเครื่องเล่นเกม Nintendo หลากรุ่น หลายฟังก์ชัน พร้อมอุปกรณ์เสริมอีกเพียบที่ผู้ชื่นชอบการเล่นเกมทั้งหลายไม่ควรพลาด อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่

_

ให้คุณได้อัพเดตเทรนด์ความบันเทิงและเกมส์แบบไม่ต้องกลัวเอ้าท์กับ VR BOX

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้อะไร ๆ ก็ดูก้าวหน้าก้าวล้ำไปซะหมด โดยเฉพาะในเรื่องอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับความบันเทิงและเกมส์ที่นับวันก็มีแต่จะพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเราตามกันแทบไม่ทัน และอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงและเกมส์ใหม่ล่าสุดที่กำลังฮิตติดลมบนกันอยู่ในขณะนี้ก็คงหนีไม่พ้น VR BOX ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์แห่งอนาคตที่ทำให้คุณได้เข้าถึงความบันเทิงและสนุกเพลิดเพลินกับการเล่นเกมส์ได้แบบสมจริงยิ่งกว่า แต่ถ้าคุณยังไม่รู้จักกับอุปกรณ์สุดล้ำที่เรียกว่า VR BOX นี้ละก็ ไม่ต้องกลัวเอ้าท์เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปอัพเดตเทรนด์ใหม่นี้แบบละเอียดกันไปเลย

ให้เหล่าเกมเมอร์สนุกกับการเล่นเกมส์ได้แบบไม่มีสะดุดด้วย 3 อุปกรณ์เสริมจาก Titan

Titan หรือไททันก็คือ Attack on Titan การ์ตูนที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นจากแฟน ๆ ทั่วโลกจนต้องสร้างเป็นเกมส์ให้ได้เล่นกัน ซึ่งเป็นเกมส์ที่เรียกว่าอ่านในการ์ตูนสนุกแล้ว แต่ในเกมส์นั้นมันส์ยิ่งกว่า

ลิสต์ราคา เครื่องเล่นเกมส์ Nintendo ยอดนิยมปี 2019

10 อันดับสินค้ายอดนิยม ราคา ร้านค้า
Nintendo Switch 8,718 บาท Lazada
Nintendo 3DS 11,980 บาท Lazada
Nintendo New 3DS XL 1,726 บาท Lazada
Nintendo New 3DS 7,790 บาท JD CENTRAL
Nintendo Game Boy Advance SP 2,651 บาท Lazada
Nintendo Switch เทา 9,604 บาท Lazada
Nintendo Switch ฟ้าแดง 10,990 บาท JD CENTRAL
Nintendo 3ds pokemon ultra moon ( us ) 1,290 บาท Lazada
Nintendo 3ds pokemon ultra sun ( us ) 1,290 บาท Lazada
SNAIL A R K Surival Evolved 1,550 บาท Lazada
ยอดนิยม
Nintendo Switch

ราคาดีที่สุดที่ Lazada 18,418 บาท 8,718 บาท ไปที่ร้านค้า

สินค้าอื่น ๆ ที่คุณอาจชอบ

iPrice ประเทศไทย – มาเติมความสนุกให้ชีวิตด้วยเครื่องเล่นเกม Nintendo กันเถอะ

ข้อแตกต่างระหว่างเครื่อง Nintendo จากประเทศญี่ปุ่น และอังกฤษ

สำหรับเครื่องเล่นเกม Nintendo ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้คือ Nintendo 3DS ที่เริ่มเปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 2011 ที่ผ่านมา โดยผู้ผลิตได้เผยคำโฆษณาที่ทำให้สาวกเกมต้องร้องว้าวว่า ‘Nintendo 3DS จะเป็นเครื่องเล่นเกมแบบพกพาที่สามารถแสดงผลภาพ 3 มิติได้โดยไม่ต้องใส่แว่นตา’ ถือเป็นคำชูโรงที่ชวนให้ติดตามและหาซื้อมาครอบครองได้ไม่ยากเลยทีเดียว ซึ่งรูปแบบของเครื่องได้ถูกปรับปรุงมาจาก Nintendo DS รุ่นพี่ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนรุ่นนี้ได้เพียงปีเดียว จึงเหมือนเป็นการปูพรมให้รุ่นนี้ดูน่าสนใจมากขึ้นไปอีก หลักการใช้งานของ Nintendo 3DS คือการใช้จอแสดงผล 2 จอ (Multiscreen) โดยจอด้านบนทำหน้าที่แสดงภาพสามมิติ ส่วนจอด้านล่างใช้รองรับการทำงานของปากกาสไตลัส (Stylus) ซึ่งรูปแบบทั้งหมดนี้ครอบคลุมทั้งเครื่องจากโซนญี่ปุ่นและโซนอเมริกา สำหรับข้อแตกต่างของตัวเครื่องทั้ง 2 โซนคือ ระบบภายใน และการรองรับของเกม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

โซนญี่ปุ่น
คือประเทศต้นแบบของเกม Nintendo ภายในใช้ภาษาญี่เป็นเป็นหลัก มีข้อดีคือ เกมในโซนนี้จะวางจำหน่ายเร็วกว่า มีหลากสไตล์ให้เลือก มักมีเดโมเกมออกใหม่ให้ลองเล่นก่อนมากมาย พร้อมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่มักรองรับกับเครื่องโซนนี้เท่านั้น ข้อด้อยคือ ภาษาในเกมเข้าใจยาก แถมตัวเครื่องยังมีราคาแพงกว่าอีกด้วย
โซนอเมริกา
คือเครื่อง Nintendo ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ข้อดีคือสามารถเข้าใจตัวละครต่าง ๆ พร้อมเรื่องราวได้ง่าย มีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเครื่องโซนญี่ปุ่นที่เป็นประเทศต้นแบบ แต่ข้อเสียอย่างเดียวคือ เกมแต่ละเกมจะเปิดตัวช้า เรียกได้ว่าปีต่อปีเลยทีเดียว เพราะผู้ผลิตต้องทำเรื่องซื้อลิขสิทธิ์ และแปลเนื้อหาในเกมก่อนนั่นเอง

    อย่างไรก็ตาม หากคุณซื้อเครื่องเกม Nintendo ของโซนไหนมา ต้องซื้อเกมจากโซนนั้น เพราะตัวเครื่องแต่ละประเทศไม่สามารถรองรับเกมข้ามโซนได้ โดยเครื่อง Nintendo 3DS จะมีแบ่งเป็น 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ 3DS รุ่นแรก มี 2 แบบ คือ Jap Ver และ US Ver ซึ่งรุ่นนี้นำดีไซน์ของ Game & Watch มาประยุกต์ใช้ มีกล้องหน้าที่สามารถถ่ายภาพแบบ 3D และกล้องหลังที่ใช้จับภาพผู้เล่น มาพร้อมแป้นอนาล็อกด้านซ้าย, ปุ่มกด D-PAD และ Slot ใส่ SD Card เป็นต้น ต่อมาคือรุ่น XL มี 2 โซนเช่นกัน (Jap Ver และ US Ver) โดยตัวเครื่องผลิตออกมาให้สามารถจับได้ถนัดมือกว่า หน้าจอ 3D และจอ Touchscreen กว้างกว่าเดิม แต่สเปกโดยรวมก็ถือว่าไม่ต่างกันมากนัก