ราคา Google Pixel และสเปก

สัมผัส Google Pixel สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของ Google ที่มาพร้อมกล้องแจ่ม คุณภาพเจ๋ง แถมยังมีราคามิตรภาพ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

เปรียบเทียบราคา Google Pixel

ราคาถูกและดีที่สุดของ Google Pixel ในไทยคือ 7,999 บาท

ซื้อ Google Pixel ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 7,999 บาท จาก Lazada.
หรือเลือกซื้อ Google Pixel ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 15,138 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Amazon ในราคาเพียง 20,052 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 12,831 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Galleon ในราคาเพียง 13,174 บาท และ เวียดนาม ที่ Sendo ในราคาเพียง 4,373 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ July 2019.

โทรศัพท์ Google Pixel ยอดนิยม

ราคา Google Pixel ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 3,834.29 15,138 บาท
อินโดนีเซีย IDR 9.035.965 20,052 บาท
มาเลเซีย MYR 1,704.50 12,831 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 21,746.00 13,174 บาท
ไทย THB 7,999 7,999 บาท
เวียดนาม VND 3.288.000 4,373 บาท

Google Pixel รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Google Pixel 32GB ดำ ไม่มีข้อเสนอ
Google Pixel 32GB น้ำเงิน ไม่มีข้อเสนอ
Google Pixel 32GB เงิน ไม่มีข้อเสนอ
Google Pixel 128GB น้ำเงิน ไม่มีข้อเสนอ
Google Pixel 128GB ดำ ไม่มีข้อเสนอ
Google Pixel 128GB เงิน ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ Google Pixel

หลังจากที่ Rick Osterloh หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Google ได้ออกมาเปรยข้อมูลเกี่ยวกับ Google Pixel 2 ก็ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นว่า Google Pixel 2 จะยังคงคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม แต่ก็จะมีราคาสูงกว่ารุ่นแรกสักเล็กน้อย โดยอาจมีราคาสูงขึ้นมาราว ๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 1,800 บาท ซึ่งคาดว่าราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ $699 ดอลลาร์หรือประมาณ 24,700 บาท แต่ซอฟต์แวร์ก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตประมวลผล ความละเอียดหน้าจอ และการใช้งานกล้องคู่

หลังจากที่ Rick Osterloh หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Google ได้ออกมาเปรยข้อมูลเกี่ยวกับ Google Pixel 2 ก็ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นว่า Google Pixel 2 จะยังคงคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม แต่ก็จะมีราคาสูงกว่ารุ่นแรกสักเล็กน้อย โดยอาจมีราคาสูงขึ้นมาราว ๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 1,800 บาท ซึ่งคาดว่าราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ $699 ดอลลาร์หรือประมาณ 24,700 บาท แต่ซอฟต์แวร์ก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตประมวลผล ความละเอียดหน้าจอ และการใช้งานกล้องคู่


เลือกเท่ก่อนใครด้วยสมาร์ทวอตช์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่จากการจับมือกันของ Google และ LG จนได้ออกมาเป็น LG Android Wear 2.0/Google Android Wear 2.0 ซึ่งมีด้วยกัน 2 ลุค ได้แก่ ลุคนาฬิกาสปอร์ต และลุคนาฬิกาทั่วไป ซึ่งในทั้งสองแบบนั้นต่างก็เน้นฟังก์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับตัวสมาร์ทวอตช์เอง นั่นก็คือ Android Pay, การรองรับสัญญาณ LTE และ Google Assistants ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้นนั่นเอง ซึ่งการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาเรือนนี้ก็คือให้ติดตามการเคลื่อนไหวทางร่างกายและฟิตเนสได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย การแจ้งเตือน และการปรับแต่งหน้าจอนาฬิกาตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน LG Android Wear 2.0 ได้โดด ๆ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย จึงสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องลำบากขนเจ้าสมาร์ทโฟนไปให้เกะกะ แค่เพียงสวมใส่กับข้อมือ สมาร์ทวอตช์เรือนนี้ก็จะทำการตรวจจับและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวให้กับคุณในทันที สำหรับสเปกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้รุ่นไหน อย่างถ้าเป็นรุ่นนาฬิกาสปอร์ต (LG Watch Sport) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.38 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L พร้อมสาย PU คุณภาพเยี่ยม ส่วนรุ่นนาฬิกาธรรมดา (LG Watch) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L เช่นกัน แต่เพิ่มความเป็นทางการและความหรูหราขึ้นด้วยการใช้สายหนังแทนสาย PU

เลือกเท่ก่อนใครด้วยสมาร์ทวอตช์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่จากการจับมือกันของ Google และ LG จนได้ออกมาเป็น LG Android Wear 2.0/Google Android Wear 2.0 ซึ่งมีด้วยกัน 2 ลุค ได้แก่ ลุคนาฬิกาสปอร์ต และลุคนาฬิกาทั่วไป ซึ่งในทั้งสองแบบนั้นต่างก็เน้นฟังก์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับตัวสมาร์ทวอตช์เอง นั่นก็คือ Android Pay, การรองรับสัญญาณ LTE และ Google Assistants ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้นนั่นเอง ซึ่งการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาเรือนนี้ก็คือให้ติดตามการเคลื่อนไหวทางร่างกายและฟิตเนสได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย การแจ้งเตือน และการปรับแต่งหน้าจอนาฬิกาตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน LG Android Wear 2.0 ได้โดด ๆ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย จึงสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องลำบากขนเจ้าสมาร์ทโฟนไปให้เกะกะ แค่เพียงสวมใส่กับข้อมือ สมาร์ทวอตช์เรือนนี้ก็จะทำการตรวจจับและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวให้กับคุณในทันที สำหรับสเปกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้รุ่นไหน อย่างถ้าเป็นรุ่นนาฬิกาสปอร์ต (LG Watch Sport) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.38 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L พร้อมสาย PU คุณภาพเยี่ยม ส่วนรุ่นนาฬิกาธรรมดา (LG Watch) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L เช่นกัน แต่เพิ่มความเป็นทางการและความหรูหราขึ้นด้วยการใช้สายหนังแทนสาย PU


สเปค Google Pixel

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 5"
ความละเอียดของหน้าจอ 1080 x 1920pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 441ppi
ป้องกันการขีดข่วน มี
กันน้ำ มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12MP
ความละเอียดกล้องหน้า 8MP
 กล้องคู่ ไม่มี
หน่วยความจำ
แรม 4GB
หน่วยความจำขยายได้ ไม่มี
ช่องเสียบการ์ด ไม่มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 2770mAh
ทอล์คไทม์ 26h
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Quad Core
ระบบปฏิบัติการ Android
ดีไซน์
น้ำหนัก 143g
ขนาด (W x H x D) 143.8 x 69.5 x 8.5mm
วัสดุตัวเครื่อง  โลหะ
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2016
เดือนที่วางจำหน่าย ตุลาคม
การเชื่อมต่อ
ช่องเสียบ USB Type-C
NFC มี
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
ระบบเครือข่าย
สองซิม ไม่มี
ซิมการ์ด Nano-SIM
คุณสมบัติ
กันน้ำ มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง ไม่มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่มี
ไฟแจ้งเตือน LED มี
การจดจำใบหน้า ไม่มี
ไอริสสแกนเนอร์ ไม่มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ มี
วิทยุ FM  ไม่มี
 3 มิติ Touch ไม่มี

iPrice ประเทศไทย – มาดูฮาร์ดแวร์เด็ด ๆ ของ Google Pixel กันดีกว่า

Google Pixel ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์แรกของการทำสมาร์ทโฟนจาก Google ซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเป็นการสนับสนุน และมีเอี่ยวช่วยผลิตเล็ก ๆ น้อย ๆ จากแบรนด์ดังอื่น ๆ มากกว่า ที่หลายคนรู้จักกันดีเห็นจะเป็น HTC Nexus ที่สามารถสร้างยอดขายได้ถล่มทลายมาแล้ว จนเมื่อปี ค.ศ.2016 ที่ Google ยุติโครงการ Nexus โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเล็งเห็นว่าตนเองก็สามารถสร้างตัวเครื่องของตนเองได้ แม้ Google Pixel จะใช้โรงงานผลิตเดียวกับ Nexus แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวของกับ HTC แต่อย่างใด สำหรับ Google Pixel เครื่องนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเครื่องทดลองที่ Google ลองออกมาวางจำหน่ายเหมือนโยนเหรียญถามทางดูก่อน เริ่มจากดีไซน์เรียย ๆ แต่ไม่เงียบอย่างที่คิด เพราะมีการประกอบละเอียดที่ดูหรูหราหยิบใช้งานได้ทุกทีแบบไม่ต้องอายใคร ด้านหน้าไม่มีปุ่มใด ๆ นอกจากช่องลำโพง และเซ็นเซอร์วัดระยะด้านบน ที่ดูแปลกตาต่างจากสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นเห็นจะเป็นด้านที่มีไฟแฟลชทูโทน, กล้อง, ช่องยิง-รับแสงเลเซอร์เพื่อช่วยในการโฟกัส, ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และตัวสแกนลายนิ้วมือรูปวงกลมกลางเครื่อง ทั้งหมดนี้ทำให้ Google Pixel มีความโดดเด่นเรื่องกล้องกว่าแบรนด์อื่น ซึ่งนอกจากกล้องหน้าจะเอาใจสาวกเซลฟี่ด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซลแล้ว ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ ฟังก์ชัน และลูกเล่นตกแต่งภาพอีกเพียบที่ช่วยให้คุณได้รูปสวยเด็ดด้วยปลายนิ้ว ไม่ต้องเอาลงคอมแต่งให้ยุ่งยาก กล้องหน้าว่าเด็ดแล้ว แต่กล้องหลังเด็ดกว่าด้วยความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสงที่กว้างถึง F/2.0 ช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายทั้งคม ชัด และลึกดูมีมิติ หากต้องการถ่ายวิดีโอก็ไม่น้อยหน้าใคร เพราะทาง Google ใจป้ำใส่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวหรือ OIS มาให้ ควบคู่ไปกับฟิลเตอร์ และลูกเล่นเจ๋ง ๆ อีกเพียบ

Google Pixel สมาร์ทโฟนที่ช่วยอัพเดตข่าวสารให้คุณเสร็จสรรพด้วย Google Assistant

สำหรับแฟนคลับ Google คงรู้จัก Google Assistant หรือ Google News เป็นอย่างดี เพราะเป็นช่องทางอัพเดตข่าวสารที่แม่นยำ รวดเร็ว และตรงจุดได้ไม่แพ้สำนักข่าวไหน ๆ แถมใน Google Pixel ยังมีเพิ่มขีดจำกัดความสามารถให้ผู้ใช้สามารถคุยโต้ตอบเพื่อค้นหา หรือสืบข่าวคราวได้เหมือนโปรแกรม Siri ใน iOS ได้เลยทีเดียว โปรแกรมนี้ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2012 เริ่มจากการเปิดให้ใช้ค้นหาด้วยเส้นทาง หาข้อมูลภาพยนตร์ และตามด้วยเพิ่มข้อมูลใน Gmail เข้ามา ทำให้ Google Assistant สามารถช่วยแจ้งเตือนอีเมลสำคัญจำพวกวาระการประชุม หรือแจ้งเตือนไฟลท์เที่ยวบินที่กำลังมาถึงได้