เปรียบเทียบราคา Google Pixel 3 XL

เก็บเงินปลายทาง
บัตรเครดิต/เดบิต
เคาน์เตอร์ เซอร์วิส
ATM
Online Banking
LINE Pay
Google Pixel 3 XL - 64GB - Just Black (Unlocked)
ข้อเสนอสุดถูก
ราคาดีที่สุด
20,000 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Google Pixel 3 XL Phone 64GB - Clearly White Factory Unlocked. NEW. Never Opened
22,500 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Google Pixel 3 XL (4GB/64GB) เครื่องใหม่ มันถูกดี ส่งฟรีทั่วไทย
23,400 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Google Pixel 3XL จอ 6.3 นิ้ว(RAM4/64GB) Global Version ไม่มีประกัน
23,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม

ราคาถูกและดีที่สุดของ Google Pixel 3 XL ในไทยคือ 20,000 บาท

ซื้อ Google Pixel 3 XL ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 20,000 บาท จาก Lazada.
หรือเลือกซื้อ Google Pixel 3 XL ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 15,067 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Amazon ในราคาเพียง 15,037 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 13,740 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Amazon ในราคาเพียง 15,037 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Amazon ในราคาเพียง 14,452 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ June 2019.

โทรศัพท์ Google Pixel 3 XL ยอดนิยม

ราคา Google Pixel 3 XL ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 3,825.88 15,067 บาท
อินโดนีเซีย IDR 6.921.868 15,037 บาท
มาเลเซีย MYR 1,850.00 13,740 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 25,122.33 15,037 บาท
สิงคโปร์ SGD 636.70 14,452 บาท
ไทย THB 20,000 20,000 บาท

ข่าวเกี่ยวกับ Google Pixel 3 XL

หลังจากที่ Rick Osterloh หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Google ได้ออกมาเปรยข้อมูลเกี่ยวกับ Google Pixel 2 ก็ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นว่า Google Pixel 2 จะยังคงคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม แต่ก็จะมีราคาสูงกว่ารุ่นแรกสักเล็กน้อย โดยอาจมีราคาสูงขึ้นมาราว ๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 1,800 บาท ซึ่งคาดว่าราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ $699 ดอลลาร์หรือประมาณ 24,700 บาท แต่ซอฟต์แวร์ก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตประมวลผล ความละเอียดหน้าจอ และการใช้งานกล้องคู่

หลังจากที่ Rick Osterloh หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Google ได้ออกมาเปรยข้อมูลเกี่ยวกับ Google Pixel 2 ก็ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นว่า Google Pixel 2 จะยังคงคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม แต่ก็จะมีราคาสูงกว่ารุ่นแรกสักเล็กน้อย โดยอาจมีราคาสูงขึ้นมาราว ๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 1,800 บาท ซึ่งคาดว่าราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ $699 ดอลลาร์หรือประมาณ 24,700 บาท แต่ซอฟต์แวร์ก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตประมวลผล ความละเอียดหน้าจอ และการใช้งานกล้องคู่


เลือกเท่ก่อนใครด้วยสมาร์ทวอตช์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่จากการจับมือกันของ Google และ LG จนได้ออกมาเป็น LG Android Wear 2.0/Google Android Wear 2.0 ซึ่งมีด้วยกัน 2 ลุค ได้แก่ ลุคนาฬิกาสปอร์ต และลุคนาฬิกาทั่วไป ซึ่งในทั้งสองแบบนั้นต่างก็เน้นฟังก์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับตัวสมาร์ทวอตช์เอง นั่นก็คือ Android Pay, การรองรับสัญญาณ LTE และ Google Assistants ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้นนั่นเอง ซึ่งการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาเรือนนี้ก็คือให้ติดตามการเคลื่อนไหวทางร่างกายและฟิตเนสได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย การแจ้งเตือน และการปรับแต่งหน้าจอนาฬิกาตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน LG Android Wear 2.0 ได้โดด ๆ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย จึงสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องลำบากขนเจ้าสมาร์ทโฟนไปให้เกะกะ แค่เพียงสวมใส่กับข้อมือ สมาร์ทวอตช์เรือนนี้ก็จะทำการตรวจจับและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวให้กับคุณในทันที สำหรับสเปกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้รุ่นไหน อย่างถ้าเป็นรุ่นนาฬิกาสปอร์ต (LG Watch Sport) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.38 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L พร้อมสาย PU คุณภาพเยี่ยม ส่วนรุ่นนาฬิกาธรรมดา (LG Watch) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L เช่นกัน แต่เพิ่มความเป็นทางการและความหรูหราขึ้นด้วยการใช้สายหนังแทนสาย PU

เลือกเท่ก่อนใครด้วยสมาร์ทวอตช์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่จากการจับมือกันของ Google และ LG จนได้ออกมาเป็น LG Android Wear 2.0/Google Android Wear 2.0 ซึ่งมีด้วยกัน 2 ลุค ได้แก่ ลุคนาฬิกาสปอร์ต และลุคนาฬิกาทั่วไป ซึ่งในทั้งสองแบบนั้นต่างก็เน้นฟังก์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับตัวสมาร์ทวอตช์เอง นั่นก็คือ Android Pay, การรองรับสัญญาณ LTE และ Google Assistants ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้นนั่นเอง ซึ่งการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาเรือนนี้ก็คือให้ติดตามการเคลื่อนไหวทางร่างกายและฟิตเนสได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย การแจ้งเตือน และการปรับแต่งหน้าจอนาฬิกาตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน LG Android Wear 2.0 ได้โดด ๆ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย จึงสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องลำบากขนเจ้าสมาร์ทโฟนไปให้เกะกะ แค่เพียงสวมใส่กับข้อมือ สมาร์ทวอตช์เรือนนี้ก็จะทำการตรวจจับและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวให้กับคุณในทันที สำหรับสเปกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้รุ่นไหน อย่างถ้าเป็นรุ่นนาฬิกาสปอร์ต (LG Watch Sport) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.38 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L พร้อมสาย PU คุณภาพเยี่ยม ส่วนรุ่นนาฬิกาธรรมดา (LG Watch) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L เช่นกัน แต่เพิ่มความเป็นทางการและความหรูหราขึ้นด้วยการใช้สายหนังแทนสาย PU


สเปค Google Pixel 3 XL

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 6.2"
ความละเอียดของหน้าจอ 1440 x 3120pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 533ppi
ป้องกันการขีดข่วน มี
กันน้ำ มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12.2MP
 กล้องคู่ ไม่มี
ความละเอียดกล้องหน้า 8MP
หน่วยความจำ
แรม 4GB
หน่วยความจำขยายได้ มี
ช่องเสียบการ์ด มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 3430mAh
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Octa Core
ระบบปฏิบัติการ Android
ดีไซน์
น้ำหนัก 184g
ขนาด (W x H x D) 158 x 76.7 x 7.9mm
วัสดุตัวเครื่อง  อะลูมิเนียม
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2018
เดือนที่วางจำหน่าย ตุลาคม
คุณสมบัติ
วิทยุ FM  ไม่มี
 3 มิติ Touch ไม่มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ มี
กันน้ำ มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง ไม่มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่มี
ไฟแจ้งเตือน LED ไม่มี
การจดจำใบหน้า ไม่มี
ไอริสสแกนเนอร์ ไม่มี
การเชื่อมต่อ
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
NFC มี
ช่องเสียบ USB Type-C
ระบบเครือข่าย
สองซิม มี
ซิมการ์ด Nano-SIM