เปรียบเทียบราคา Google OnHub (AC1900)

ราคาถูกและดีที่สุดของ Google OnHub (AC1900) ในไทยคือ 5,900 บาท

ซื้อ Google OnHub (AC1900) ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 5,900 บาท จาก Shopee.
หรือเลือกซื้อ Google OnHub (AC1900) ใน อินโดนีเซีย ที่ Blibli ในราคาเพียง 5,422 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Galleon ในราคาเพียง 4,780 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ October 2019.

Wi Fi Router Google OnHub (AC1900) ยอดนิยม

ราคา Google OnHub (AC1900) ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 2.520.000 5,422 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 8,104.00 4,780 บาท
ไทย THB 5,900 5,900 บาท

ข่าวเกี่ยวกับ Google OnHub (AC1900)

หลังจากที่ Rick Osterloh หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Google ได้ออกมาเปรยข้อมูลเกี่ยวกับ Google Pixel 2 ก็ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นว่า Google Pixel 2 จะยังคงคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม แต่ก็จะมีราคาสูงกว่ารุ่นแรกสักเล็กน้อย โดยอาจมีราคาสูงขึ้นมาราว ๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 1,800 บาท ซึ่งคาดว่าราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ $699 ดอลลาร์หรือประมาณ 24,700 บาท แต่ซอฟต์แวร์ก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตประมวลผล ความละเอียดหน้าจอ และการใช้งานกล้องคู่

หลังจากที่ Rick Osterloh หัวหน้าฝ่ายฮาร์ดแวร์ของ Google ได้ออกมาเปรยข้อมูลเกี่ยวกับ Google Pixel 2 ก็ทำให้ได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นว่า Google Pixel 2 จะยังคงคอนเซ็ปต์สมาร์ทโฟนสุดพรีเมียม แต่ก็จะมีราคาสูงกว่ารุ่นแรกสักเล็กน้อย โดยอาจมีราคาสูงขึ้นมาราว ๆ 50 ดอลลาร์สหรัฐหรือ ประมาณ 1,800 บาท ซึ่งคาดว่าราคาเปิดตัวน่าจะอยู่ที่ $699 ดอลลาร์หรือประมาณ 24,700 บาท แต่ซอฟต์แวร์ก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาและฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของชิปเซ็ตประมวลผล ความละเอียดหน้าจอ และการใช้งานกล้องคู่


เลือกเท่ก่อนใครด้วยสมาร์ทวอตช์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่จากการจับมือกันของ Google และ LG จนได้ออกมาเป็น LG Android Wear 2.0/Google Android Wear 2.0 ซึ่งมีด้วยกัน 2 ลุค ได้แก่ ลุคนาฬิกาสปอร์ต และลุคนาฬิกาทั่วไป ซึ่งในทั้งสองแบบนั้นต่างก็เน้นฟังก์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับตัวสมาร์ทวอตช์เอง นั่นก็คือ Android Pay, การรองรับสัญญาณ LTE และ Google Assistants ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้นนั่นเอง ซึ่งการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาเรือนนี้ก็คือให้ติดตามการเคลื่อนไหวทางร่างกายและฟิตเนสได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย การแจ้งเตือน และการปรับแต่งหน้าจอนาฬิกาตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน LG Android Wear 2.0 ได้โดด ๆ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย จึงสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องลำบากขนเจ้าสมาร์ทโฟนไปให้เกะกะ แค่เพียงสวมใส่กับข้อมือ สมาร์ทวอตช์เรือนนี้ก็จะทำการตรวจจับและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวให้กับคุณในทันที สำหรับสเปกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้รุ่นไหน อย่างถ้าเป็นรุ่นนาฬิกาสปอร์ต (LG Watch Sport) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.38 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L พร้อมสาย PU คุณภาพเยี่ยม ส่วนรุ่นนาฬิกาธรรมดา (LG Watch) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L เช่นกัน แต่เพิ่มความเป็นทางการและความหรูหราขึ้นด้วยการใช้สายหนังแทนสาย PU

เลือกเท่ก่อนใครด้วยสมาร์ทวอตช์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณรุ่นใหม่จากการจับมือกันของ Google และ LG จนได้ออกมาเป็น LG Android Wear 2.0/Google Android Wear 2.0 ซึ่งมีด้วยกัน 2 ลุค ได้แก่ ลุคนาฬิกาสปอร์ต และลุคนาฬิกาทั่วไป ซึ่งในทั้งสองแบบนั้นต่างก็เน้นฟังก์ชันใหม่ที่มาพร้อมกับตัวสมาร์ทวอตช์เอง นั่นก็คือ Android Pay, การรองรับสัญญาณ LTE และ Google Assistants ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขั้นนั่นเอง ซึ่งการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ในตัวนาฬิกาเรือนนี้ก็คือให้ติดตามการเคลื่อนไหวทางร่างกายและฟิตเนสได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการออกกำลังกาย การแจ้งเตือน และการปรับแต่งหน้าจอนาฬิกาตามรูปแบบไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้งาน LG Android Wear 2.0 ได้โดด ๆ โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ด้วย จึงสามารถสวมใส่นาฬิกาเรือนนี้ไปออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องลำบากขนเจ้าสมาร์ทโฟนไปให้เกะกะ แค่เพียงสวมใส่กับข้อมือ สมาร์ทวอตช์เรือนนี้ก็จะทำการตรวจจับและเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวให้กับคุณในทันที สำหรับสเปกนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกใช้รุ่นไหน อย่างถ้าเป็นรุ่นนาฬิกาสปอร์ต (LG Watch Sport) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.38 นิ้ว ความละเอียด 480 x 480 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L พร้อมสาย PU คุณภาพเยี่ยม ส่วนรุ่นนาฬิกาธรรมดา (LG Watch) จะมีหน้าจอ P-OLED ขนาด 1.2 นิ้ว ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล 316L เช่นกัน แต่เพิ่มความเป็นทางการและความหรูหราขึ้นด้วยการใช้สายหนังแทนสาย PU