ราคา BlackBerry Evolve X

เปรียบเทียบราคา BlackBerry Evolve X

ข่าวเกี่ยวกับ BlackBerry Evolve X

จากการเปิดตัวของ BlackBerry Aurora ซึ่งในขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท TCL Communication เป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้จับมือกับ BB Merah Putih พาร์ทเนอร์ในประเทศอินโดนีเซียเพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ BlackBerry Aurora อย่างเป็นทางการ BlackBerry Aurora มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น ดังนี้ หน้าจอแสดงผลแบบ IPS HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1280x720 พิกเซล, ชิปเซ็ตประมวลผล Quad-Core Qualcomm Snapdragon 425, หน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 256GB, กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.1, รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM), แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat สำหรับ BlackBerry Aurora เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อผู้ใช้ชาวอินโดนีเซียเป็นพิเศษ ซึ่งตัวเครื่องทั้งหมดก็ผลิตภายในประเทศอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ BlackBerry Aurora ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายที่ได้ใช้งาน 2 ซิมการ์ดด้วย ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน คือ สีทอง, สีเงิน และสีดำ โดย BlackBerry Aurora และจะวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น

จากการเปิดตัวของ BlackBerry Aurora ซึ่งในขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท TCL Communication เป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้จับมือกับ BB Merah Putih พาร์ทเนอร์ในประเทศอินโดนีเซียเพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ BlackBerry Aurora อย่างเป็นทางการ BlackBerry Aurora มาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องเบื้องต้น ดังนี้ หน้าจอแสดงผลแบบ IPS HD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1280x720 พิกเซล, ชิปเซ็ตประมวลผล Quad-Core Qualcomm Snapdragon 425, หน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB, หน่วยความจำภายในขนาด 32GB รองรับหน่วยความจำเสริมแบบ microSD สูงสุด 256GB, กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 4.1, รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย 4G LTE, รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (Dual-SIM), แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh โดยทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat สำหรับ BlackBerry Aurora เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อผู้ใช้ชาวอินโดนีเซียเป็นพิเศษ ซึ่งตัวเครื่องทั้งหมดก็ผลิตภายในประเทศอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ BlackBerry Aurora ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายที่ได้ใช้งาน 2 ซิมการ์ดด้วย ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน คือ สีทอง, สีเงิน และสีดำ โดย BlackBerry Aurora และจะวางจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น


สำหรับใครที่คิดว่าสมาร์ทโฟน Blackberry นั้นอำลาวงการไปแล้ว บอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะเมื่อไม่นานมานี้บริษัท TCL Communications ได้เข้ามาดูแลเรื่องการผลิต และพลิกกระแสความนิยมของ Blackberry ให้กลับมาน่าติดตามอีกครั้ง เริ่มจาก Blackberry KEYone ตัวเครื่องน้องใหม่ในตระกูลที่มีไอเท็มเด็ดอย่างคีย์บอร์ด QWERTY นั่นเอง มาพร้อมดีไซน์มากมาย เช่น การใช้อะลูมิเนียมผลิตกรอบด้านข้างของเครื่องโดยออกแบบให้มีความเหลี่ยมด้านบน และความโค้งมนด้านล่าง ตัวเครื่องมีขนาด 149.3x72.5x9.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 180 กรัม เท่านั้น จึงสามารถพกพาไปไหนสะดวก และใส่กระเป๋ากางเกงได้ง่าย ๆ ใช้หน้าจอ IPS LCD ขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 1080x1620 พิกเซล หรือ 433 ppi สำหรับสเปกภายในก็เทพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อาทิ กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้คุณใช้เซลฟี่กับผองเพื่อนได้สบาย ๆ ด้านล่างนอกจากจะมีจุดเด่นอย่างคีย์บอร์ดแล้ว ยังมีปุ่มเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้ปุ่ม Space Bar ด้วยเช่นกัน ด้านหลังเป็นที่อยู่ของกล้องดิจิทัลความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1.55 ไมครอน ไฟแฟลชแบบ Dual-Tone มีรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K Ultra HD หรือ 2160x3840 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat เวอร์ชั่นล่าสุดที่ช่วยให้คุณดาวน์โหลดและอัพเดตแอพพลิเคชั่นได้ทันสมัยกว่าใคร สำหรับคำถามที่ว่า Blackberry KEYone จะสามารถกลับมาคืนวงการได้อย่างไร หากมีแค่คีย์บอร์ด QWERTY อย่างเดียว คำตอบคือ เพราะตัวเครื่องรุ่นนี้มีการแก้ไขและพัฒนาซอฟต์แวร์หลายจุดด้วยกัน อาทิ แก้ไขและเสริมความปลอดภัยของตัวเครื่องในระดับที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เพื่อให้เหมาะกับนักธุรกิจหรือหน่วยงานของรัฐที่ต้องการความปลอดภัยในการทำงานนั่นเอง รวมไปถึงการออกแบบให้สามารถควบคุม เปลี่ยนแปลง และจัดรูปแบบการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นได้ดั่งใจ คาดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคนี้ต้องการนั่นเอง

สำหรับใครที่คิดว่าสมาร์ทโฟน Blackberry นั้นอำลาวงการไปแล้ว บอกเลยว่าคุณคิดผิด เพราะเมื่อไม่นานมานี้บริษัท TCL Communications ได้เข้ามาดูแลเรื่องการผลิต และพลิกกระแสความนิยมของ Blackberry ให้กลับมาน่าติดตามอีกครั้ง เริ่มจาก Blackberry KEYone ตัวเครื่องน้องใหม่ในตระกูลที่มีไอเท็มเด็ดอย่างคีย์บอร์ด QWERTY นั่นเอง มาพร้อมดีไซน์มากมาย เช่น การใช้อะลูมิเนียมผลิตกรอบด้านข้างของเครื่องโดยออกแบบให้มีความเหลี่ยมด้านบน และความโค้งมนด้านล่าง ตัวเครื่องมีขนาด 149.3x72.5x9.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 180 กรัม เท่านั้น จึงสามารถพกพาไปไหนสะดวก และใส่กระเป๋ากางเกงได้ง่าย ๆ ใช้หน้าจอ IPS LCD ขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 1080x1620 พิกเซล หรือ 433 ppi สำหรับสเปกภายในก็เทพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน อาทิ กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้คุณใช้เซลฟี่กับผองเพื่อนได้สบาย ๆ ด้านล่างนอกจากจะมีจุดเด่นอย่างคีย์บอร์ดแล้ว ยังมีปุ่มเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้ปุ่ม Space Bar ด้วยเช่นกัน ด้านหลังเป็นที่อยู่ของกล้องดิจิทัลความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์รับภาพขนาด 1.55 ไมครอน ไฟแฟลชแบบ Dual-Tone มีรูรับแสงขนาด f/2.0 พร้อมรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K Ultra HD หรือ 2160x3840 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat เวอร์ชั่นล่าสุดที่ช่วยให้คุณดาวน์โหลดและอัพเดตแอพพลิเคชั่นได้ทันสมัยกว่าใคร สำหรับคำถามที่ว่า Blackberry KEYone จะสามารถกลับมาคืนวงการได้อย่างไร หากมีแค่คีย์บอร์ด QWERTY อย่างเดียว คำตอบคือ เพราะตัวเครื่องรุ่นนี้มีการแก้ไขและพัฒนาซอฟต์แวร์หลายจุดด้วยกัน อาทิ แก้ไขและเสริมความปลอดภัยของตัวเครื่องในระดับที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เพื่อให้เหมาะกับนักธุรกิจหรือหน่วยงานของรัฐที่ต้องการความปลอดภัยในการทำงานนั่นเอง รวมไปถึงการออกแบบให้สามารถควบคุม เปลี่ยนแปลง และจัดรูปแบบการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นได้ดั่งใจ คาดว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนยุคนี้ต้องการนั่นเอง


Blackberry เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่น Mercury หรือ DTEK70 ในงาน Consumer Electronics Show 2017 พร้อมยืนยันส่ง Mercury ทำตลาดเป็นรุ่นแรกในปีนี้ ก่อนจะมีรุ่นอื่น ๆ ตามออกมา สำหรับ Mercury หรือ DTEK70 เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิกของแผงคีย์บอร์ด QWERTY เอกลักษณ์ของ BlackBerry กับระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งทาง Blackberry เผยว่าสมาร์ทโฟน Blackberry Mercury จะยังคงมีปุ่มกดแบบ QWERTY อันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายอย่างแน่นอน แต่จะมีการผสมผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้าไปเพื่อเพิ่มลูกเล่นและความน่าสนใจให้กับ Blackberry Mercury มากขึ้น BlackBerry Mercury จะมาพร้อมตัวเครื่องบอดี้โลหะอลูมิเนียมแวววาว แข็งแรง ทนทาน และดูพรีเมียม หน้าจอแสดงผลขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 1620 พิกเซล ที่หน้าจอมีขนาดค่อนข้างเล็กก็เพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้ปุ่มกด QWERTY ด้วย ส่วนตัวสมาร์ทโฟนขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core พร้อม RAM ขนาดความจุ 4 GB และความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นใช้งานเป็น Android 7.0 Nougat รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกล้องถ่ายรูปหลักด้านหลังมีความละเอียดสูง 13 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh ใช้งานมัลติมีเดียต่าง ๆ ได้ยาวนาน สำหรับใครที่เคยผ่านช่วงยุคบีบีฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองกันมาก่อน จะลองพิจารณาดูเจ้า Blackberry Mercury สูตรปรับปรุงใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เดิมของ Blackberry ก็ดูคุ้นเคยและน่าสนใจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสเปกคร่าว ๆ ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ส่วนรายละเอียดจริงทั้งหมดคงต้องรอทาง Blackberry เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างเป็นทางการอีกไม่นานนี้

Blackberry เผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่น Mercury หรือ DTEK70 ในงาน Consumer Electronics Show 2017 พร้อมยืนยันส่ง Mercury ทำตลาดเป็นรุ่นแรกในปีนี้ ก่อนจะมีรุ่นอื่น ๆ ตามออกมา สำหรับ Mercury หรือ DTEK70 เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิกของแผงคีย์บอร์ด QWERTY เอกลักษณ์ของ BlackBerry กับระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งทาง Blackberry เผยว่าสมาร์ทโฟน Blackberry Mercury จะยังคงมีปุ่มกดแบบ QWERTY อันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายอย่างแน่นอน แต่จะมีการผสมผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้าไปเพื่อเพิ่มลูกเล่นและความน่าสนใจให้กับ Blackberry Mercury มากขึ้น BlackBerry Mercury จะมาพร้อมตัวเครื่องบอดี้โลหะอลูมิเนียมแวววาว แข็งแรง ทนทาน และดูพรีเมียม หน้าจอแสดงผลขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 1620 พิกเซล ที่หน้าจอมีขนาดค่อนข้างเล็กก็เพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้ปุ่มกด QWERTY ด้วย ส่วนตัวสมาร์ทโฟนขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core พร้อม RAM ขนาดความจุ 4 GB และความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB ส่วนระบบปฏิบัติการนั้นใช้งานเป็น Android 7.0 Nougat รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกล้องถ่ายรูปหลักด้านหลังมีความละเอียดสูง 13 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh ใช้งานมัลติมีเดียต่าง ๆ ได้ยาวนาน สำหรับใครที่เคยผ่านช่วงยุคบีบีฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองกันมาก่อน จะลองพิจารณาดูเจ้า Blackberry Mercury สูตรปรับปรุงใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เดิมของ Blackberry ก็ดูคุ้นเคยและน่าสนใจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสเปกคร่าว ๆ ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ส่วนรายละเอียดจริงทั้งหมดคงต้องรอทาง Blackberry เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อย่างเป็นทางการอีกไม่นานนี้


เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา BlackBerry Evolve X

BlackBerry Evolve X เปิดตัวยิ่งใหญ่ด้วยหน้าจอ 5.99 นิ้วและแบต 4000 mAh

ในที่สุดสาวก BlackBerry ก็ได้เฮกันกับโทรศัพท์ใหม่ BlackBerry Evolve X ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปในประเทศอินเดีย เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มาพร้อมหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ 5.99 นิ้วในอัตราส่วน 18:9 ความละเอียด 2160 × 1080 พิกเซลระดับ Full HD+ เปิดประสบการณ์การใช้งานและสัมผัสสีสันบนหน้าจอมากกว่าที่เคย สามารถฟังเพลง ดูวิดีโอ เล่นเกม รวมถึงใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้น่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ตัวเครื่องสวยหรูทันสมัยตามสไตล์ของโทรศัพท์ BlackBerry ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ชั้นเยี่ยม ด้านหลังมีลวดลายที่ช่วยให้จับกระชับมือ ด้านหน้าครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 โทรศัพท์ BlackBerry Evolve X จึงแข็งแกร่งและทนทานต่อการใช้งาน แล้วรูปทรงก็โค้งมนหยิบจับง่าย น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เป็นอย่างดี ระบบสัมผัสตัวเครื่องตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้อัพเดตข้อมูลข่าวสาร ท่องโลกโซเชียล และสนุกกับการใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าเดิม

สเปค BlackBerry Evolve X ทั้งแกร่ง แรง ลื่นไหล และคุ้มค่าทุกการใช้งาน

BlackBerry Evolve X เปิดตัวมาพร้อมราคาประมาณ 16,960 บาทและสเปคการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการของสาวก BlackBerry ได้เป็นอย่างดี ตัวเครื่องมีชิปเซ็ตประมวลผลอันทรงพลังอย่าง Qualcomm Snapdragon 660 แบบ Octa-core ความเร็ว 2.2 GHz GPU Adreno 512 และแรม 6 GB ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo กับแพล็ตฟอร์ม DTEK เครื่องจึงแรง ลื่นไหล และมีประสิทธิภาพ หน่วยความจำภายในเครื่อง (ROM) มีขนาด 64 GB พร้อมรองรับ MicroSD Card ได้อีก 256 GB สามารถจัดเก็บข้อมูลได้เยอะจุใจทั้งไฟล์ภาพ เสียง วิดีโอ และอื่น ๆ อีกมากมาย แบล็คเบอรี่ Evolve X ยังมีกล้องหลังเลนส์คู่ Dual-camera ความละเอียด 12 + 13 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์หลักกับเลนส์เทเลโฟโต้ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พ่วงมาด้วย Dual Tone LED Flash และโหมดถ่ายภาพ HDR ทุกครั้งที่กดชัตเตอร์จึงได้ภาพที่สวยคมชัด หากชอบถ่ายเซลฟี่ กล้องหน้า BlackBerry Evolve X ก็มีความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล มีแฟลช LED และโหมด Bokeh ให้ถ่ายเซลฟี่สวย ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ และแต่งภาพให้น่าสนใจมากกว่าที่เคย รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ให้ปลดล็อคและเล่นมือถือได้รวดเร็วทันใจ ในด้านของการเชื่อมต่อก็รองรับ 4G LTE, Wi-Fi, Bluetooth, USB Type-C และ USB Power Delivery ในส่วนของแบตเตอรี่ทางค่ายก็จัดให้ถึง 4000 mAh รองรับการชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) และระบบชาร์จเร็ว (Quick Charge 3.0) เรียกว่านอกจากจะมีแบตอึดที่ใช้งานได้ข้ามวันแล้ว ยังชาร์จเต็มเร็วด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่มากับตัวเครื่องจริง ๆ BlackBerry Evolve X จึงเป็นโทรศัพท์มือถือใหม่ 2018 ที่ฉีกกฎสมาร์ทโฟนระดับกลางไปอย่างสิ้นเชิงเพราะส่วนใหญ่แล้วมือถือราคาถูกเพียงหมื่นนิด ๆ แบบนี้ หายากที่จะมีกล้องหลังคู่ ระบบชาร์จไร้สาย แล้วก็แบตอึดถึกทนเหมือนโทรศัพท์ Evolve X ตัวนี้