เปรียบเทียบราคา ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL)

โทรศัพท์ ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL) ยอดนิยม

ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL) รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL) 64GB น้ำเงิน ไม่มีข้อเสนอ
ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL) 64GB เงิน ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL)

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน


สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS

สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS


ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น

ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น


สเปค ASUS ZenFone 5 2018 (ZE620KL)

วันวางจำหน่ายสินค้าใน ประเทศไทย
รุ่นZE620KL
วันที่May 2019
หน่วยประมวลผล
ความถี่ของหน่วยประมวลผล1.8 GHz
ตระกูลของหน่วยประมวลผลQualcomm Snapdragon
รุ่นของหน่วยประมวลผล636
แกนหน่วยประมวลผล8
การประมวลผลแบบ 64 บิตมี
ลิโทกราฟีของหน่วยประมวลผล14 nm
หน้าจอแสดงผล
ขนาดหน้าจอแบบทแยง15.8 ซม. (6.2 นิ้ว)
ความละเอียดของจอแสดงผล2246 x 1080 พิกเซล
หน้าจอสัมผัสมี
เซนเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอมี
รูปทรงของหน้าจอแบน
รูปแบบของหน้าจอแสดงผลIPS
ประเภทของกระจกจอแสดงผลCorning Glass
จำนวนการแสดงผลของสี16 ล้านสี
เทคโนโลยีระบบสัมผัสสัมผัสหลายจุด (มัลติทัช)
รูปแบบของการสัมผัสหน้าจอคาปาซิทีฟ
พอร์ตและการเชื่อมต่อ
ช่องเสียบ USBมี
รูปแบบช่องต่อ USBUSB ประเภท-C
การเชื่อมต่อหูฟัง3.5 มิลลิเมตร
น้ำหนักและขนาด
น้ำหนัก165 กรัม
ความกว้าง153 มม.
ความลึก75.7 มม.
ความสูง7.7 มม.
ระบบเครือข่าย
ประสิทธิภาพของซิมการ์ดซิมคู่
3Gมี
4Gมี
Wi-Fiมี
ชนิดของซิมการ์ดNanoSIM
มาตรฐาน 2GEDGE,GPRS,GSM
มาตรฐาน 3GCDMA,DC-HSPA+,HSPA+,TD-SCDMA,WCDMA
มาตรฐาน 4GLTE
บลูทูธมี
มาตรฐาน Wi-Fi802.11a,802.11b,802.11g,Wi-Fi 4 (802.11n),Wi-Fi 5 (802.11ac)
เวอร์ชั่นของบลูทูธ5.0
คลื่นความถี่ 2G (ซิม 1)850,900,1800,1900 MHz
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยโมเด็มมี
การเชื่อมต่อโดยตรงผ่าน Wi-Fiมี
การติดต่อสื่อสารในพื้นที่ใกล้มี
หน่วยจัดเก็บข้อมูล
ความจุของ RAM4 GB
ความจุหน่วยจัดเก็บข้อมูลภายใน64 GB
การ์ดหน่วยความจำที่รองรับMicroSD (TransFlash)
ประเภทของ RAMLPDDR4
ขนาดการ์ดหน่วยความจำสูงสุด2000 GB
ที่เก็บข้อมูล USB ขนาดใหญ่มี
ระบบนำทาง
GPSมี
ระบบนำทางมี
ระบบ GLONASSมี
เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์มี
การจัดการ Wi-Fiมี
ซอฟต์แวร์
แพลตฟอร์มแอนดรอยด์
ระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งAndroid 8.0
กล้อง
ประเภทของกล้องหลังกล้องคู่
แฟลชกล้องด้านหลังมี
ออโต้โฟกัสมี
ความละเอียดของกล้องหลัง (เชิงตัวเลข)16 MP
ประเภทของกล้องด้านหน้ากล้องเดี่ยว
ความละเอียดของกล้องหน้า (เชิงตัวเลข)8 MP
ความละเอียดของกล้องหลังที่สอง (ค่าตัวเลข)12 MP
ค่ารูรับแสงกล้องหลัง1.7
ค่ารูรับแสงของกล้องหลังที่สอง1.8
ความสามารถในการซูมมี
การบันทึกวิดีโอมี
โหมดการบันทึกวิดีโอ720p,1080p,2160p
จำนวนเฟรมสูงสุด/เฟรมเรตสูงสุด240 fps
ป้องกันภาพสั่นไหวมี
ชนิดของแฟลชLED
เทคโนโลยีสะกดรอยตามข้อมูลที่ระบุพิกัดมี
แบตเตอรี่
ความจุของแบตเตอรี่3300 mAh
การชาร์จแบบไร้สายไม่มี
เวลาที่พร้อมใช้งาน (4G)528 ชม.
ระยะเวลาในการตรวจหาสัญญาณ Wi-Fi17 ชม.
ระยะเวลาในการเล่นวิดีโอต่อเนื่อง13 ชม.
การออกแบบ
รูปแบบแถบโฆษณา
สีของผลิตภัณฑ์ดำ
อุปกรณ์อ่านลายนิ้วมือมี
ประสิทธิภาพ
วิดีโอคอลมี
การจัดการข้อมูลส่วนตัว (PIM)นาฬิกาปลุก, แบล็คลิสต์, ปฏิทิน
โหมดเครื่องบินมี
การปรับแต่งส่วนตัวไอคอน, เมนู, ทางลัด
สนับสนุนการติดต่อแบบกลุ่มมี
ปิดไมโครโฟนมี
ธีมภาพพื้นหลัง
ชาร์จไฟอย่างรวดเร็วมี
มัลติมีเดีย
วิทยุ FMมี
การสมัครสมาชิก
รูปแบบของการรับสมัครไม่ต้องสมัคร

เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา Asus Zenfone 5 2018

จ่อคิวเปิดตัว Asus ZenFone 5 โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ของค่ายดังปี 2018 โดย iPrice ประเทศไทย

ในปีนี้ Asus มีโทรศัพท์มือถือรุ่น Asus ZenFone 5 2018 มาเปิดตัวให้แฟน ๆ ได้สัมผัสกัน ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Zenfone 5 (ZE620KL) และหลายคนก็คงจะเห็นหน้าคาดตากันดีในงาน MWC 2018 ว่ากันว่าจะวางจำหน่ายที่จีนกับไต้หวันประมาณเดือนเมษานี้ ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็จะวางจำหน่ายทีหลัง แต่ก็ยังไม่มีแหล่งข่าวระบุวันเวลาอย่างแน่ชัด ดีไซน์ของโทรศัพท์ Asus รุ่นนี้โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายแต่ดูแล้วทันสมัย หน้าจอ Super IPS LCD ขนาด 6.2 นิ้ว ละเอียดคมชัดระดับ FullHD+ 2246 × 1080 พิกเซล พร้อมอัตราส่วน 19:9 ให้ใช้งานเต็มที่และรับชมความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอรรถรส จึงดูหนัง ดูวิดีโอ รวมถึงเล่นเกมได้สนุกเต็มที่ มือถือใหม่ของ Asus รุ่นนี้จึงน่าจับตามองไม่น้อย

สเปค Asus ZenFone 5 2018 สุดแกร่งที่คุ้มค่าและน่าจับจองก่อนใคร

Zenfone 5 (ZE620KL) หรือ Asus ZenFone 5 เวอร์ชั่น 2018 นี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย Zen UI อีกทีและมีหน่วยประมวลผล Snapdragon 635 ตัวเครื่องจึงทำงานได้อย่างคล่องตัวไม่มีกระตุก มีให้เลือกทั้งเครื่องแรมขนาด 4GB และ 6GB หน่วยความจุภายใน 64GB พร้อมกับเพิ่มหน่วยความจำด้วย MicroSD Card ได้ตามต้องการ ให้จัดเก็บข้อมูลได้หลากหลายยิ่งขึ้น แบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ทั้งอึดและทนสุด ๆ สามารถใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องหวั่น แล้วยังรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 สามารถชาร์จแบตให้เต็มได้ในเวลาอันสั้น จึงไม่ต้องเสียเวลารอนานและพร้อมใช้งานในทันที ถ้าจะพูดถึงกล้องดิจิตอลที่ติดมากับตัวเครื่องก็ให้ภาพความละเอียดคมชัดไม่เบา เป็นกล้องหลังเลนส์คู่ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แล้วกล้องรองก็เป็นเลนส์มุมกว้าง 120 องศา ให้มุมภาพที่กว้างขึ้น กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายรูปได้สวยไม่แพ้กัน ระบบเสียงมือถือ Asus รุ่นนี้เป็นลำโพงสเตอริโอพ่วงด้วยแอมป์ขยายเสียง NXP Smart Amplifier เสียงที่ได้จึงดังไพเราะและน่าประทับใจ มีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. พร้อมกับรองรับการเชื่อมต่อต่าง ๆ ได้ครบครันทั้ง 4G, Wi-Fi, Bluetooth, GPS, NFC และ USB-C ในส่วนของฟีเจอร์เด็ดกับคุณสมบัติพิเศษก็ต้องบอกว่าจัดเต็มมาก ๆ เพราะนอกจากจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว Asus Zenfone 5 เวอร์ชั่น 2018 ยังรองรับฟีเจอร์ปลดล็อคด้วยใบหน้า มีการอัพเกรด AI ให้เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพกว่ารุ่นที่ผ่าน ๆ มา เช่น AI Ringtone ลดปัญหาเสียงรบกวนและเพิ่มเสียงผู้พูดให้ดังขึ้นขณะสนทนา, AI Display ปรับหน้าจอให้เหมาะกับสภาพแสงและสิ่งแวดล้อม, AI Boost สำหรับเล่นเกม และ Zenmoji ให้วิดีโอคอลกับ Live Stream อย่างมีสีสันกว่าที่เคย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของราคา Asus Zenfone 5 ตัวนี้ยังไม่มีการคอนเฟิร์มใด ๆ แต่ก็คาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 12,000 บาท ซึ่งถ้ามีการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือของ Asus รุ่นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว iPriceThailand ของเราจะรวบรวมดีลดี ๆ โปรโมชั่นเด็ด ๆ และข้อเสนอโดน ๆ จากร้านค้าออนไลน์ของไทยมาบริการแน่นอน!