ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ราคา

ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL เปิดตัวเมื่อ ตุลาคม 2017 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5" ความละเอียด 1080 x 1920pixels และความหนาแน่นพิกเซล 401ppi หนักเพียง 147g ความละเอียดกล้องหลัง 16MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Octa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ
ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL เปิดตัวเมื่อ ตุลาคม 2017 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5" ความละเอียด 1080 x 1920pixels และความหนาแน่นพิกเซล 401ppi หนักเพียง 147g ความละเอียดกล้องหลัง 16MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Octa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ
สี
ร้านค้าแนะนำใน Shopee
12,900 บาท
13,500 บาท

เปรียบเทียบราคา ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL

ราคาถูกและดีที่สุดของ ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ในไทยคือ 12,900 บาท

ซื้อ ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 12,900 บาท จาก Shopee.
หรือเลือกซื้อ ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ใน อินโดนีเซีย ที่ Lazada ในราคาเพียง 10,819 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 9,389 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Lazada ในราคาเพียง 9,345 บาท และ เวียดนาม ที่ Fado ในราคาเพียง 3,094 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ September 2019.

โทรศัพท์ ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ยอดนิยม

ราคา ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 4.999.000 10,819 บาท
มาเลเซีย MYR 1,288.00 9,389 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 15,995.00 9,345 บาท
ไทย THB 12,900 12,900 บาท
เวียดนาม VND 2.352.774 3,094 บาท

ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL ดำ ไม่มีข้อเสนอ

ข่าวเกี่ยวกับ ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน


สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS

สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS


ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น

ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น


สเปค ASUS ZenFone 4 Selfie Pro ZD552KL

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 5.5"
ความละเอียดของหน้าจอ 1080 x 1920pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 401ppi
กันน้ำ มี
ป้องกันการขีดข่วน มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 16MP
ความละเอียดกล้องหน้า 12 + 8MP
 กล้องคู่ มี
หน่วยความจำ
แรม 4GB
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายใน 64GB
หน่วยความจำขยายได้ มี
ช่องเสียบการ์ด มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 3000mAh
ทอล์คไทม์ 30h
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Octa Core
ระบบปฏิบัติการ Android
ดีไซน์
น้ำหนัก 147g
วัสดุตัวเครื่อง  โลหะ
ขนาด (W x H x D) 154 x 74.8 x 6.9mm
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2017
เดือนที่วางจำหน่าย ตุลาคม
การเชื่อมต่อ
ช่องเสียบ USB Micro-USB
NFC ไม่มี
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11 b/g/n
ระบบเครือข่าย
สองซิม มี
ซิมการ์ด Nano-SIM
คุณสมบัติ
กันน้ำ ไม่มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่มี
ไฟแจ้งเตือน LED มี
การจดจำใบหน้า ไม่มี
ไอริสสแกนเนอร์ ไม่มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ มี
วิทยุ FM  มี
 3 มิติ Touch ไม่มี