ราคา ASUS Xonar U7 และสเปก

เติมเต็มประสบการณ์เสียงอันทรงพลังที่ทำได้ง่าย ๆ แบบพกพากับ USB Soundcard อย่าง ASUS Xonar U7 ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดประหยัด รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

เติมเต็มประสบการณ์เสียงอันทรงพลังที่ทำได้ง่าย ๆ แบบพกพากับ USB Soundcard อย่าง ASUS Xonar U7 ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดประหยัด รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ร้านค้าแนะนำใน Shopee
2,833 บาท
5,263 บาท

เปรียบเทียบราคา ASUS Xonar U7

เก็บเงินปลายทาง
บัตรเครดิต/เดบิต
เคาน์เตอร์ เซอร์วิส
ATM
Online Banking
LINE Pay
ASUS SOUND CARD (ซาวด์การ์ด) XONAR U7 7.1 CHANNEL MARK II USB - สินค้ารับประกัน 3 ปี
ราคาดีที่สุด
2,833 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
ASUS XONAR U7 MKII 7.1 USB SOUND CARD and Headphone Ampifier
3,090 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
ASUS SOUND CARD SOUND 7.1 CH SOUND CARD XONAR U7 SOUNDCARD 7.1 CH MRAK II USB
3,090 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
ASUS SOUND Card Xonar U7 7.1 USB SoundCard and Headphone AMP
3,150 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 99 บาท

หรือคิดค่าจัดส่ง 39 บาท

1 - 5 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม

ราคาถูกและดีที่สุดของ ASUS Xonar U7 ในไทยคือ 2,833 บาท

ซื้อ ASUS Xonar U7 ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 2,833 บาท จาก Lazada ถูกกว่า ASUS Xonar U7 ใน invadeIT ที่ขายในราคา 3,750 บาท ถึง 24%, หรือเลือกซื้อจาก Shopee2 และ invadeIT.
หรือเลือกซื้อ ASUS Xonar U7 ใน มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 2,546 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Lazada ในราคาเพียง 3,312 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ September 2019.

เครื่องขยายเสียง ASUS Xonar U7 ยอดนิยม

ราคา ASUS Xonar U7 ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
มาเลเซีย MYR 349.00 2,546 บาท
สิงคโปร์ SGD 149.00 3,312 บาท
ไทย THB 2,833 2,833 บาท

ข่าวเกี่ยวกับ ASUS Xonar U7

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน


สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS

สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS


ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น

ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น


สเปค ASUS Xonar U7

วันวางจำหน่ายสินค้าใน ประเทศไทย
รุ่นXonar U7
วันที่May 2013
เสียง
ภายในไม่มี
ช่องสัญญาณเสียง7.1 ช่อง
คุณภาพเสียง24 บิท
อัตราส่วนสัญญาณ Line out ต่อสัญญาณรบกวน (SNR)114 dB
อัตราส่วนสัญญาณ Line-in ต่อสัญญาณรบกวน (SNR)110 dB
ความเพี้ยนฮาร์โมนิกรวม (THD) ของ Line in0.0006%
ช่วงความถี่10 - 46000 Hz
พอร์ตและการเชื่อมต่อ
เจ้าของการเชื่อมต่อUSB
สายเข้ามี
สายออกมี
ช่องเสียบเชื่อมต่อ S / PDIFมี

ASUS ประเทศไทยมอบประสบการณ์ใหม่แห่งพลังเสียงไปกับ ASUS Xonar U7

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในสาวกเกมเมอร์ตัวยงแล้วละก็ การเล่นเกมส์แบบที่ได้พลังเสียงเต็มประสิทธิภาพคงจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ เพราะถ้าเสียงไม่ได้ การเล่นเกมส์ก็ต้องสะดุดอย่างแน่นอน แต่เมื่อเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาไว้สำหรับเล่นเกมส์สักเครื่องหนึ่ง จะให้มาคอยอัพเกรดนู่นนี่นั่นตลอดเวลาก็คงจะปวดหัวน่าดู วันนี้เราจึงมาแนะนำ ASUS Xonar U7 ซึ่งเป็น USB Soundcard ขนาดพกพา ที่สามารถต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเติมเต็มประสบการณ์เสียงให้กับหูฟังของคุณขณะเล่นเกมส์ได้อย่างทรงพลังผ่านทางช่องเชื่อมต่อพอร์ต USB ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้เล่นเกมส์กับเสียงชัดแจ่ม สะใจในทุกการเล่น นอกจากนี้แล้วตัว Soundcard แบบพกพาเครื่องนี้ยังถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานฟังเพลงได้อย่างเต็มอารมณ์อีกด้วย เพราะสามารถให้รายละเอียดของเสียงได้อย่างคมชัด สิ่งที่สะดวกที่สุดเลยของ ASUS Xonar U7 ก็คือตัวเครื่องนี้ไม่จำเป็นต้องต่อเข้ากับสายไฟใด ๆ อีกให้เสียเวลา และติดตั้งได้ง่ายสุด ๆ เพียงเสียบ USB เข้าไปก็ใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องมาเปิดเคส PC ให้ปวดหัว

ASUS Xonar U7 ดีไซน์เลิศล้ำที่มาพร้อมกับความสามารถที่เกินตัว

นอกจากความง่ายและสะดวกสบายในการใช้งาน ASUS Xonar U7 แล้ว คุณยังจะได้เต็มอิ่มไปกับการอัพเกรดพลังเสียงในแบบที่ไม่คาดคิด แม้ตัวเครื่องจะเล็กกะทัดรัด แต่พลังเสียงที่ได้นั้นไม่ได้ด้อยลงเลยสักนิด ด้วยการออกแบบตัวเครื่องให้สามารถสร้างเสียงเซอร์ราวนด์ได้แบบลำโพง 7.1 channel ที่ 192 kHz/24-bit ถือเป็นพลังเสียงแบบ HD ที่ทรงประสิทธิภาพอย่างแท้จริง แค่ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วใช้หูฟัง คุณก็จะได้เพลิดเพลินกับพลังเสียงที่คมชัด กระหึ่มในแบบที่ต้องการ แถมยังสามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างใจ เพื่อให้ตรงกับรูปแบบและสไตล์การเล่นเกมส์ของคุณ หรือจะฟังเพลงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการทำงานโดย 114dB signal-to-analog ratio (SNR) ที่ให้รายละเอียดเสียงที่ครบครัน ชัดเจน หากจะใช้กับการดูภาพยนตร์ก็ต้องบอกเลยว่าเยี่ยมเกินใครด้วยระบบเสียง Dolby® Home Theater v4 ที่ให้เสียงสมจริงยิ่งกว่าเข้าไปดูในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว และนอกจาก Soundcard ทรงพลังอย่าง ASUS Xonar U7 แล้ว ก็ยังอุปกรณ์สำหรับเกมเมอร์จาก ASUS อีกมากมาย เช่น ASUS Strix Raid Pro, ASUS Strix Tactic Pro เป็นต้น

รีวิว ASUS Xonar U7

overclockzone.com
รีวิวเมื่อ 2017-05-04
กราบ สวัสดี พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพ กระผมนายทองดีมารายงานตัวแล้วครับ หลังจากหลบร้อนในวันสงกรานต์ไปแอ่วสาวมา วันนี้กลับมาประจำการนำอุปกรณ์น่าสนใจมาให้ชมอีกแล้วครับท่าน กระแส Sound card หรือ DAC และ Headphone amp ในระยะหลังนี้ค่อนข้างจะมาแรงมากเพ...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >