ราคา ASUS H170 Pro และสเปก

เปรียบเทียบราคา ASUS H170 Pro

ข่าวเกี่ยวกับ ASUS H170 Pro

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน

กลับมาแล้วกับ ZenFone รุ่นที่ 3 จาก ASUS โดยคราวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ASUS ZenFone Zoom S หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า ASUS ZenFone 3 Zoom โดยปรับเปลี่ยนให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ที่ซูมได้มากถึง 2.3 เท่า และแบตเตอรี่สุดอึดถึง 5000 mAh เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนที่ชอบใช้งานสมาร์ทโฟนจัดเต็มตลอดทั้งวันได้เป็นอย่างดี ASUS ZenFone Zoom S นั้นใช้หน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้วที่ความละเอียดแบบ Full HD หรือ 1080p (1920 x 1080 พิกเซล) เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหน้าจอด้วยการเลือกใช้วัสดุ Corning Gorilla Glass 5 และในรุ่นนี้ยังให้ลุคที่ดูหรูหรามากขึ้นด้วยการใช้วัสดุโลหะที่ฝาหลังตัวเครื่อง ทำให้มีความทนทานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงกระแทกหรือรอยขีดข่วน ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมทั้ง 4 ด้าน ทำให้ดูทันสมัย ส่วนเสาสัญญาณจะเป็นเส้นแนวนอนวางพาดอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ASUS ZenFone Zoom S รองรับระบบ Dual SIM หรือระบบ 2 ซิมการ์ดแบบไฮบริด (Nano-SIM) ทำงานด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz และ RAM ขนาด 4 GB การ์ดจอแสดงผลกราฟิก GPU Adreno 506 มีพื้นที่เก็บข้อมูล 64 GB และรองรับหน่วยความจำเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง 2 TB ที่โดดเด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลที่คราวนี้มาในกล้องเลนส์คู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสภาพแบบ TriTech+ สามารถซูมออพติคอลได้ถึง 2.3 เท่า นอกจากนี้ยังมีแฟลชคู่ Dual LED และรองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K อีกด้วย ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ตอบโจทย์คนรักการเซลฟี่ได้เป็นอย่างดี ได้ภาพคมชุดสะใจอย่างแน่นอน


สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS

สมาร์ทโฟนสุดล้ำจากค่าย Asus ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ต้องยกให้กับ Asus Zenfone AR เพราะนอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อม RAM ขนาดใหญ่ถึง 8 GB แล้ว ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอยู่ที่เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) หรือการสร้างภาพเสมือนจริงอีกด้วย เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) คือการสร้างภาพเสมือนซ้อนทับลงบนโลกแห่งความจริง ซึ่งสามารถสร้างภาพเสมือนหรือแผนที่แบบสามมิติได้ทันทีด้วยการใช้งานกล้องและเซ็นเซอร์ถึง 3 ตัว ได้แก่ การตรวจจับความเคลื่อนไหว, การวัดระยะความลึกของภาพ และการประมวลผลสภาพแวดล้อมภายในบริเวณนั้น นอกจากนี้ Asus ZenFone AR ยังรองรับการใช้งาน Google Daydream อย่างเต็มรูปแบบซึ่งเป็นการใช้งานในระบบ Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยทางค่ายประกาศว่าในขณะนี้ Asus ZenFone AR มีแอพพลิเคชัน AR ที่สามารถใช้งานกับเทคโนโลยีสุดล้ำนี้มีรองรับอยู่ประมาณ 35 แอพพลิเคชั่นให้ได้ใช้งานกันแน่นอน ส่วนสเปกอื่น ๆ ของ Asus ZenFone AR ที่น่าสนใจ อาทิ หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED 2K Quad HD ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล พร้อมกระจกป้องกันหน้าจอ Corning Gorilla Glass 4, หน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4 ขนาด 8 GB อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลังความละเอียด 23 ล้านพิกเซล, ขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ชิ้นเลนส์จำนวน 6 ชิ้น เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX318, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว, ระบบวัดความลึกของภาพ, ระบบ Laser Focus ด้วยความเร็ว 0.03 วินาที, ระบบ Optical Zoom ได้ถึง 3 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และ EIS


ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น

ถ้าจะให้กล่าวถึงสุดยอดนวัตกรรมด้านโน้ตบุ๊คคงต้องยกให้ ASUS เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองตลาดมาได้นานแสนนาน โดยเฉพาะอัลตร้าบุ๊คอย่าง Zenbook Series ซึ่งคราวนี้ ASUS ได้เข็นเอาซีรีส์ใหม่ล่าสุดอย่าง UX430 มาให้ได้ใช้งานกันถึง 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งยังคงเน้นความบาง เบา และประสิทธิภาพเต็มขั้นเหมือนเดิม ประกอบไปด้วยรุ่นเรือธงอย่าง ASUS Zenbook UX430UQ และรุ่นรองลงมาอย่าง ASUS Zenbook UX430UA ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลและงบประมาณในกระเป๋า แต่ทั้งสองรุ่นก็สามารถตอบโจทย์การทำงานให้กับคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน ทั้งสองรุ่นนี้จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่กลับมาในไซซ์ของตัวโน้ตบุ๊คขนาด 13 นิ้ว เพราะลดขนาดขอบหน้าจอลงให้เหลือเพียง 7.18 มม. เท่านั้น ด้วยความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักเพียง 1.25 กก. จึงทำให้การพกพาไปใช้งานที่ไหน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ UQ ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ตัวท็อปเกรดอย่าง Intel Core-i7 ถ้าเป็นรุ่น UA ก็จะใช้โปรเซสเซอร์ทรงพลังอย่าง Intel Core-i5 สำหรับตัว RAM ที่จะใช้ในการช่วยเร่งความเร็วและประสิทธิภาพในการประมวลผลนั้นก็จุใจด้วยขนาด 16GB DDR4 ส่วนหน้าจอก็อัดแน่นด้วยคุณภาพระดับ Full HD พร้อมเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ทำให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น แถมยังมีอัตราส่วนจอภาพกับตัวเครื่องสูงถึง 80% อีกด้วย จึงสามารถรับชมภาพบนหน้าจอได้อย่างคมชัดกว่าเดิม แม้จะมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลงก็ตาม นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในหลากหลายสีสันอีกด้วย ทั้ง Royal Blue, Rose Gold, Quartz Gray และ Shimmer Gold พร้อมฝาครอบแบบอะลูมิเนียมอัลลอยที่มีลวดลายเมทัลลิกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ASUS เท่านั้น


สเปค ASUS H170 Pro

วันวางจำหน่ายสินค้าใน ประเทศไทย
รุ่นH170 PRO GAMING
วันที่Aug 2015
หน่วยประมวลผล
ผู้ผลิตหน่วยประมวลผลIntel
ซ็อกเก็ตของหน่วยประมวลผลLGA 1151 (Socket H4)
ชุดหน่วยประมวลผลที่ทำงานร่วมกันIntel® Celeron®, Intel® Pentium®
หน่วยความจำ
ชนิดของหน่วยความจำที่รองรับDDR4-SDRAM
จำนวนช่องเสียบหน่วยความจำ4
ชนิดของช่องเสียบหน่วยความจำDIMM
ความเร็วนาฬิกาของหน่วยความจำที่รองรับ2133 MHz
หน่วยความจำภายในสูงสุด64 GB
ช่องหน่วยความจำคู่
แรมที่ใช้กันทั่วไปมี
หน่วยความจำแบบไม่บัพเฟอร์มี
น้ำหนักและขนาด
ความกว้าง244 มม.
ความสูง305 มม.
ระบบเครือข่าย
เชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตมี
ชนิดของการต่อเชื่อมอีเธอร์เน็ตอีเธอร์เน็ตระดับกิกะบิต
ตัวควบคุม LANIntel® I219-V
I/O ภายใน
การเชื่อมต่อ USB 2.03
หัวต่อ USB 3.0 (3.1 Gen 1)2
จำนวนหัวต่อ SATA III4
จำนวนของตัวเชื่อมต่อ SATA5
จำนวนหัวต่อแบบ SATA Express1
ช่องเสียบหูฟังหน้าเครื่องมี
ATX ขั้วต่อเพาเวอร์ (24 พิน)มี
จำนวน EATX เชื่อมต่อพลังงาน1
หัวเชื่อมต่อพัดลม CPUมี
จำนวนการเชื่อมต่อแฟนตัวถัง3
จำนวนของตัวเชื่อมต่อ COM1
พอร์ต I/O ที่แผงด้านหลัง
จำนวนพอร์ต USB 2.02
จำนวนพอร์ต USB 3.0 (3.1 Gen 1) ชนิด A2
จำนวนพอร์ต USB 3.1 (3.1 Gen 2) Type-A2
ช่องเสียบสายเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ต (RJ-45)1
ปริมาณพอร์ต PS / 21
ปริมาณพอร์ต VGA (D-Sub)1
จำนวนช่องเสียบ HDMI1
ปริมาณพอร์ต DVI-D1
จำนวนดิสเพลย์พอร์ต1
ช่องเชื่อมต่อกับหูฟัง1
ช่องเสียบไมโครโฟนมี
ช่องเสียบเชื่อมต่อ S / PDIFมี
ตัวควบคุมหน่วยเก็บข้อมูล
การเชื่อมต่อไดร์ฟสำหรับจัดเก็บข้อมูลที่รองรับอนุกรม ATA III, M.2
ระดับ RAID0,1,5,10
ไบออส
ประเภท BIOSUEFI AMI
ขนาดหน่วยความจำของไบออส16 Mbit
เวอร์ชันของ ACPI5.0
กราฟิก
รองรับเทคโนโลยีการประมวลผลคู่ขนานQuad-GPU CrossFireX
คุณสมบัติ
พอร์ตรับสัญญาณภาพอะนาล็อกคุณภาพสูงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ปัจจัยฟอร์มเมนบอร์ดATX
ตระกูลชิพเซตของแผงวงจรหลักIntel
เมนบอร์ดชิปเซ็ตIntel® H170
ช่องสัญญาณเสียง7.1 ช่อง
ชนิดของแหล่งจ่ายไฟATX