ราคา Apple Watch Series 2

พบ Apple Watch Series 2 ในราคาถูกที่สุด มาในระบบปฏิบัติการ 2016 พร้อมหน้าจอขนาด AMOLED" ความละเอียด 1.65pixels พร้อมกับตัวเรือนจาก52.4 และสายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น คลิกสเปคด้านล่างแล้วมาดูกันเลยว่า Apple Watch Series 2 วัดการเต้นของหัวใจ และกันน้ำได้หรือไม่!
พบ Apple Watch Series 2 ในราคาถูกที่สุด มาในระบบปฏิบัติการ 2016 พร้อมหน้าจอขนาด AMOLED" ความละเอียด 1.65pixels พร้อมกับตัวเรือนจาก52.4 และสายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น คลิกสเปคด้านล่างแล้วมาดูกันเลยว่า Apple Watch Series 2 วัดการเต้นของหัวใจ และกันน้ำได้หรือไม่!
ขนาดหน้าปัด
ร้านค้าแนะนำใน Shopee
6,999 บาท
22,500 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple Watch Series 2

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple Watch Series 2 ในไทยคือ 6,999 บาท

ซื้อ Apple Watch Series 2 ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 6,999 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple Watch Series 2 ใน Power Buy ที่ขายในราคา 14,900 บาท ถึง 53%, หรือเลือกซื้อจาก JD CENTRAL2 และ Power Buy.
หรือเลือกซื้อ Apple Watch Series 2 ใน อินโดนีเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 3,963 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Galleon ในราคาเพียง 13,890 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Qoo10 ในราคาเพียง 11,607 บาท และ เวียดนาม ที่ Fado ในราคาเพียง 6,381 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ December 2019.

Smart watch Apple Watch Series 2 ยอดนิยม

ราคา Apple Watch Series 2 ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
อินโดนีเซีย IDR 1.823.000 3,963 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 23,202.00 13,890 บาท
สิงคโปร์ SGD 520.00 11,607 บาท
ไทย THB 6,999 6,999 บาท
เวียดนาม VND 4.861.015 6,381 บาท

Apple Watch Series 2 รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple Watch Series 2 42 มม. 6,999 บาท Shopee
Apple Watch Series 2 38 มม. 7,508 บาท Shopee

ข่าวเกี่ยวกับ Apple Watch Series 2

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple Watch Series 2

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ AMOLED"
ความละเอียดของหน้าจอ 1.65pixels
จอแสดงผลแบบเปิดตลอดเวลา 303
ประเภทหน้าจอ Apple S2
มัลติทัช 390 x 312
ความหนาแน่นของพิกเซล มีppi
ระบบปฏิบัติการ
ความเข้ากันได้ของ iOS ไม่มี
ความเข้ากันได้ของ Android มีGHz
ระบบปฏิบัติการ 2016
ความเข้ากันได้ของ Windows Phone watchOS
ตัวเรือน
วัสดุตัวเรือน 52.4
สีของตัวเรือน สแตนเลส
ขนาด (W x H x D) 18mm
น้ำหนัก 42.5 x 36.4 x 11.4g
สายนาฬิกา
วัสดุสายนาฬิกา ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
หน่วยความจำ
้่แรม 8MB
สล็อตการ์ดหน่วยความจำ มี
อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายใน ไม่มีGB
การเชื่อมต่อ
บลูทูธ มี
Wi-Fi ไม่มี
NFC มี
USB ไม่มี
GPS ไม่มี
ระบบเซลลูลาร์ มี
ฟังก์ชั่น
วิิทยุ มี
ควบคุมการเล่นเพลง มี
ระบบแสดงข้อความ มี
จับเวลา มี
ตรวจวัดการนอนหลับอัตโนมัติ มี
แสดงจำนวนก้าว มี
ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ มี
คุณสมบัติ
ป้องกันฝุ่น มี
กันน้ำ มี
กันกระแทก มี
ป้องกัันการขีดข่วน มี
ไมโครโฟนในตัว ไม่มี
ช่องใส่ชิมการ์ด ไม่มี
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผลตระกูล Core ไม่มี
ความเร็วของหน่วยประมวลผล Dual CoreGHz
หน่วยประมวลผล 0.78
กล้อง
กล้องในตัว 512
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ ไม่มีmAh
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 334h

รีวิว Apple Watch Series 2

cyberbiz.in.th
รีวิวเมื่อ 2017-02-25
WatchOS 3 ปรับปรุงมาได้ดีขึ้น การใช้งานลื่นไหล ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม ซีพียูเร็วขึ้น ตอบสนองดีขึ้น GPS ทำงานได้ดี แม่นยำและละเอียด กันน้ำระดับ WR50 รองรับน้ำทะเลได้ ประหยัดแบตเตอรี iPhone เพราะการตรวจจับพิกัดผ่าน GPS ขณะออกกำลังกายสามารถทำได้จาก Watch...
แบตเตอรีต้องชาร์จวันต่อวัน Apple Watch ทั้ง Series 1 และ 2 รองรับ iPhone 5 ขึ้นไป
Apple Watch Series 2 เป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าจากแอปเปิลที่ได้รับการเปิดตัวและวางขายพร้อมกับ iPhone 7/7 Plus โดยแอปเปิลวอทช์รุ่นที่ 2 ดูภายนอกอาจไม่รู้สึกแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า แต่ภายในแอปเปิลได้ปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ไปพอสมควร โดยเฉพาะการป้องกันน้ำและฝุ่นเปลี...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
techmoblog.com
รีวิวเมื่อ 2016-12-04
ในระยะหลัง เทรนการออกกำลังกาย ทั้งการวิ่ง หรือการปั่นจักรยาน กลายเป็นกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบกันเสียแล้ว ทำให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการออกกำลังกาย เริ่มเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน เพราะนอกจากจะสามารถบันทึกกิจกรรมต่าง ๆ วัดระดั...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >
flashfly.net
รีวิวเมื่อ 2016-10-23
 นอกจาก Apple จะวางจำหน่าย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว ยังได้วางจำหน่าย Apple Watch Series 2 รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันอีกด้วย โดยทีมงาน @flashfly ก็ไม่พลาดได้รุ่น ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สีดำสเปซแบล็ค ขนาด 42 มม.พร้อมสายแบบ Sport B...
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >