ราคา Apple iPhone Xs Max

Apple iPhone Xs Max เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2018 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5" ความละเอียด 2688 x 1242pixels และความหนาแน่นพิกเซล 458ppi หนักเพียง 208g ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Hexa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Apple iPhone Xs Max เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2018 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5" ความละเอียด 2688 x 1242pixels และความหนาแน่นพิกเซล 458ppi หนักเพียง 208g ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Hexa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน JD CENTRAL
57,900 บาท
39,999 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPhone Xs Max

บัตรเครดิต/เดบิต
เก็บเงินปลายทาง
โอนเงิน
Apple Apple iPhone Xs Max (Model ZP) ประกันศูนย์ Apple 1ปี
ราคาดีที่สุด
35,749 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple iPhone XS Max 256GB มือ 1 เครื่องศูนย์ โมเดลTH Activate
39,389 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple Apple Iphone Xs MAX ุGB เครื่องศูนย์ไทย TH รับประกัน 1 ปี(เงินคืน 800 โค้ด MBPRHY)
39,700 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple Apple IPhone XS Max (Model ZA)
40,680 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม
เก็บเงินปลายทาง
บัตรเครดิต/เดบิต
ATM
Online Banking
LINE Pay
Apple IPHONE XS MAX 64GB (เครื่องศูนย์ไทย)
42,990 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple IPHONE XS MAX 64GB (เครื่องศูนย์ไทย)
47,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple IPHONE XS MAX 512GB (เครื่องศูนย์ไทย)
55,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPhone Xs Max ในไทยคือ 35,749 บาท

ซื้อ Apple iPhone Xs Max ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 35,749 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPhone Xs Max ใน Power Buy ที่ขายในราคา 43,900 บาท ถึง 19%, หรือเลือกซื้อจาก JD CENTRAL2 และ Tohome.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone Xs Max ใน ฮ่องกง ที่ Apple ในราคาเพียง 38,631 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Tokopedia ในราคาเพียง 33,444 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 26,648 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ LazMall by Lazada ในราคาเพียง 38,342 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Qoo10 ในราคาเพียง 33,049 บาท และ เวียดนาม ที่ Adayroi ในราคาเพียง 30,643 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ May 2019.

โทรศัพท์ Apple iPhone Xs Max ยอดนิยม

ราคา Apple iPhone Xs Max ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 9,499.00 38,631 บาท
อินโดนีเซีย IDR 15.140.000 33,444 บาท
มาเลเซีย MYR 3,500.00 26,648 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 62,990.00 38,342 บาท
สิงคโปร์ SGD 1,428.00 33,049 บาท
ไทย THB 35,749 35,749 บาท
เวียดนาม VND 22.390.000 30,643 บาท

Apple iPhone Xs Max รุ่นต่าง ๆ

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPhone Xs Max

ในการเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่ของแบรนด์ดังแต่ละครั้ง สาวกของแต่ละค่ายย่อมมีความคาดหวังสูงว่าแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบจะมีอะไรที่เด็ดกว่าอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะบางทีสมาร์ทโฟนที่เพิ่งเปิดตัวเหล่านั้นมักดีไซน์ ขนาดหน้าจอ และสเปคที่ใกล้เคียงกัน แต่ราคาจะแตกต่างกันมากจนน่าตกใจ โดยเฉพาะโทรศัพท์ Samsung และ iPhone

ในการเปิดตัวโทรศัพท์ใหม่ของแบรนด์ดังแต่ละครั้ง สาวกของแต่ละค่ายย่อมมีความคาดหวังสูงว่าแบรนด์ที่ตัวเองชื่นชอบจะมีอะไรที่เด็ดกว่าอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะบางทีสมาร์ทโฟนที่เพิ่งเปิดตัวเหล่านั้นมักดีไซน์ ขนาดหน้าจอ และสเปคที่ใกล้เคียงกัน แต่ราคาจะแตกต่างกันมากจนน่าตกใจ โดยเฉพาะโทรศัพท์ Samsung และ iPhone


สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


สเปค Apple iPhone Xs Max

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 6.5"
ความละเอียดของหน้าจอ 2688 x 1242pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 458ppi
ป้องกันการขีดข่วน มี
กันน้ำ มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP
ความละเอียดกล้องหน้า 7MP
 กล้องคู่ มี
หน่วยความจำ
แรม 4GB
หน่วยความจำขยายได้ ไม่มี
ช่องเสียบการ์ด ไม่มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 3174mAh
ทอล์คไทม์ 25h
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Hexa Core
ระบบปฏิบัติการ iOS
ดีไซน์
น้ำหนัก 208g
ขนาด (W x H x D) 157.5 x 77.4 x 7.7mm
วัสดุตัวเครื่อง  แก้ว
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2018
เดือนที่วางจำหน่าย กันยายน
การเชื่อมต่อ
ช่องเสียบ USB Lightning
NFC มี
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
ระบบเครือข่าย
สองซิม มี
ซิมการ์ด Nano-SIM
คุณสมบัติ
กันน้ำ มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ มี
ไฟแจ้งเตือน LED มี
การจดจำใบหน้า มี
ไอริสสแกนเนอร์ มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ไม่มี
วิทยุ FM  ไม่มี
 3 มิติ Touch มี

เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา iPhone XS Max

iPhone XS Max ไอโฟนรุ่นใหม่พร้อมสุดยอดเทคโนโลยีถ่ายภาพ

iPhone XS MAX เปิดตัวมาพร้อมกับ iPhone XS เป็นไอโฟนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองและน่าเป็นเจ้าของมาก ๆ มาพร้อม Face ID เวอร์ชั่นใหม่ที่ทำงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม แสดงผลได้คมชัดและน่าตื่นตาตื่นใจกว่าเดิมด้วยหน้าจอ OLED Super Retina Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 1242 × 2688 พิกเซล ด้านบนมี Notch หรือรอยบากเหมือน iPhone X ดีไซน์ตัวเครื่องดูแล้วหรูหราพรีเมี่ยมด้วยวัสดุสเตนเลสสตีลที่ผสานกับกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้อย่างลงตัว กันน้ำได้ลึก 2 เมตรนาน 30 นาทีที่มาตรฐาน IP68 แบตเตอรี่อึดกว่า iPhone X สามารถใช้งานได้นานขึ้นถึง 1 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน รองรับการชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายและมีระบบชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง แล้วกล้องดิจิตอลของโทรศัพท์ iPhone XS MAX ก็เจ๋งเป็นอย่างมาก โดยกล้องหลังคู่มีความละเอียดที่ 12 + 12 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช Quad-LED โหมด Portrait และ Advanced Bokeh กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล ปรับระดับความเบลอของพื้นหลังได้ จึงถ่ายภาพและเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ที่สำคัญไอโฟน XS MAX ยังถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K Ultra HD อีกด้วย เรียกว่าทาง Apple จัดเต็มเอาใจคนรักการถ่ายภาพจริง ๆ สำหรับ iPhone รุ่นใหม่นี้

เช็คสเปคและราคา iPhone XS MAX พร้อมชิป A12 Bionic ทรงประสิทธิภาพ

หลังจากที่ชมการเปิดตัว iPhone XS MAX กันไปแล้ว สาวก Apple คงได้เห็นถึงสเปคที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นของโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นนี้ เพราะชิป A12 Bionic และ Quad-core GPU นั้นทำงานร่วมกันได้อย่างน่าประทับใจ สามารถใช้งานจอแนวนอนได้ ประหยัดแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 50% เล่นเกมได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น และการทำงานของเครื่องก็รวดเร็วกว่าเดิม รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดด้วยกัน มีส่วนประมวลผลแบบสมองมนุษย์ (Neural Engine) 8 แกน จึงประมวลผลได้ 5 ล้านล้านครั้งในหนึ่งวินาที Core ML หรือ Machine Learning จึงทำงานได้เร็วกว่าชิปเดิมมากถึง 9 เท่า โทรศัพท์ iPhone รุ่นนี้จึงนับเป็นสมาร์ทโฟนแห่งโลกอนาคตที่จะตอบสนองได้ครบทุกความต้องการ ทั้งการใช้งานทั่วไป ถ่ายภาพและวิดีโอ ความบันเทิง และการเล่นเกม ส่วนราคาก็ต้องบอกว่าเริ่มต้นค่อนข้างแพงอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีสุดล้ำและประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนรูปแบบใหม่ที่จะได้แล้ว รับรองว่าคุ้มมาก ๆ โดย iPhone XS Max ราคาเริ่มต้นที่ 1099 ดอลลาร์หรือ 44,500 บาทสำหรับความจุ 64 GB ความจุ 256 GB เริ่มต้นที่ 1249 ดอลลาร์หรือราว ๆ 50,500 บาท และความจุ 512 GB ราคาอยู่ที่ 1449 ดอลลาร์หรือ 57,500 บาท อย่างไรก็ตามสำหรับวันวางจำหน่ายไอโฟน XS ในไทยก็คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ คาดว่าจะเป็นช่วงกลางเดือนตุลาคม ถ้าสาวก Apple คนไหนสนใจก็เก็บเงินรอและติดตามข่าวสารกับเราได้เลยที่นี่!