ราคา Apple iPhone XR และสเปค

Apple iPhone XR เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2018 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.1" ความละเอียด 1792 x 828pixels และความหนาแน่นพิกเซล 326ppi หนักเพียง 194g ความละเอียดกล้องหลัง 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Octa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Apple iPhone XR เปิดตัวเมื่อ กันยายน 2018 มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.1" ความละเอียด 1792 x 828pixels และความหนาแน่นพิกเซล 326ppi หนักเพียง 194g ความละเอียดกล้องหลัง 12MP แถมยังมีหน่วยประมวลผล Octa Core ให้เครื่องทำงานรวดเร็วทันใจ อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน Power Buy
35,900 บาท
29,900 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPhone XR

บัตรเครดิต/เดบิต
เก็บเงินปลายทาง
โอนเงิน
Apple iPhone XR 64GB TH ใส่โค้ด MBMAR19 ได้ coin คืน 7%
ราคาดีที่สุด
26,859 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple iPhone XR 64GB มือ 1 โมเดล TH ประกันศูนย์ไทย 1 ปี
27,390 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple Apple Iphone Xr 64 GB เครื่องศูนย์ TH รับประกัน 1 ปี
27,900 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple Apple iPhone XR 64GB TH เครื่องศูนย์ไทย
28,199 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม
เก็บเงินปลายทาง
บัตรเครดิต/เดบิต
ATM
Online Banking
LINE Pay
Apple iPhone XR 64GB (เครื่องศูนย์ไทย)
29,300 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple iPhone XR 128GB (เครื่องศูนย์ไทย)
31,300 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า
Apple IPHONE XR 256GB (เครื่องศูนย์ไทย)
34,900 บาท

ส่งฟรี! เมื่อช้อปครบ 499 บาท ขึ้นไป (กทม.)

หรือช้อปครบ 799 บาท ขึ้นไป (ต่างจังหวัด)

หรือคิดค่าส่ง 45 - 120 บาท

2 - 5 วันทำการ

ไปที่ร้านค้า

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPhone XR ในไทยคือ 26,859 บาท

ซื้อ Apple iPhone XR ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 26,859 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPhone XR ใน Power Buy ที่ขายในราคา 29,900 บาท ถึง 10%, หรือเลือกซื้อจาก LazMall by Lazada2 และ JD CENTRAL.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone XR ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 23,801 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Tokopedia ในราคาเพียง 23,731 บาท และ มาเลเซีย ที่ Amazon ในราคาเพียง 23,801 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Amazon ในราคาเพียง 23,801 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Qoo10 ในราคาเพียง 20,889 บาท และ เวียดนาม ที่ Adayroi ในราคาเพียง 23,834 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ March 2019.

โทรศัพท์ Apple iPhone XR ยอดนิยม

ราคา Apple iPhone XR ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 5,885.51 23,801 บาท
อินโดนีเซีย IDR 10.550.000 23,731 บาท
มาเลเซีย MYR 3,037.32 23,801 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 39,443.06 23,801 บาท
สิงคโปร์ SGD 888.00 20,889 บาท
ไทย THB 26,859 26,859 บาท
เวียดนาม VND 17.450.000 23,834 บาท

Apple iPhone XR รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPhone XR 256GB ส้ม 35,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 128GB เหลือง 31,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 64GB แดง 29,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 64GB ฟ้า 29,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 64GB ขาว 29,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 64GB ดำ 29,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 64GB ส้ม 29,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 128GB ฟ้า 31,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 128GB แดง 31,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 256GB ฟ้า 35,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 128GB ส้ม 31,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 128GB ดำ 31,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 128GB ขาว 31,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 256GB แดง 35,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 256GB เหลือง 35,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 256GB ขาว 35,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 256GB ดำ 35,900 บาท invadeIT
Apple iPhone XR 64GB เหลือง 29,900 บาท invadeIT

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPhone XR

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPhone XR

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 6.1"
ความละเอียดของหน้าจอ 1792 x 828pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 326ppi
ป้องกันการขีดข่วน ไม่มี
กันน้ำ มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12MP
ความละเอียดกล้องหน้า 7MP
 กล้องคู่ ไม่มี
หน่วยความจำ
แรม 3GB
หน่วยความจำขยายได้ ไม่มี
ช่องเสียบการ์ด มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 2942mAh
ทอล์คไทม์ 25h
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Octa Core
ระบบปฏิบัติการ iOS
ดีไซน์
น้ำหนัก 194g
ขนาด (W x H x D) 150.9 x 75.7 x 8.3mm
วัสดุตัวเครื่อง  โลหะ
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2018
เดือนที่วางจำหน่าย กันยายน
การเชื่อมต่อ
ช่องเสียบ USB Lightning
NFC มี
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11ac
ระบบเครือข่าย
สองซิม มี
ซิมการ์ด Nano-SIM
คุณสมบัติ
กันน้ำ มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง ไม่มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่มี
ไฟแจ้งเตือน LED มี
การจดจำใบหน้า มี
ไอริสสแกนเนอร์ ไม่มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ไม่มี
วิทยุ FM  ไม่มี
 3 มิติ Touch ไม่มี

เกี่ยวกับดีไซน์ สเปค และราคา iPhone XR

iPhone XR ไอโฟนเจเนอเรชั่นใหม่พร้อมจอ LCD ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ Apple เคยมีมา

เปิดประสบการณ์การใช้โทรศัพท์ไอโฟนยุคใหม่ด้วย iPhone XR สมาร์ทโฟนสุดล้ำที่ทาง Apple บรรจงสรรสร้างมาเพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะ ไอโฟนรุ่นใหม่นี้มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina เป็นจอ LCD ที่ล้ำหน้าที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.1 ความละเอียด 1792 × 828 พิกเซล แสดงผลได้คมชัด สีสันสดใสตระการตา และขยายจอภาพไปจนสุดมุม ตอบสนองการสัมผัสได้ ถือเป็น iPhone จอ LCD ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ทาง Apple เคยมีมา เมื่อหน้าจอดับก็แตะเพื่อปลุกใช้งานได้ทันที มี True Tone เซ็นเซอร์ตรวจวัดแสงสุดแม่นยำแบบ 6 ช่อง สามารถปรับไวท์บาลานซ์ของหน้าจอให้เหมาะกับสภาพแสงและสภาพแวดล้อมได้แบบอัตโนมัติ การแสดงผลหน้าจอจึงดูเป็นธรรมชาติและสบายตา สามารถใช้งานได้นานโดยไม่เกิดอาการเมื่อยล้า ที่สำคัญ iPhone XR ตัวนี้ยังทนน้ำทนฝุ่นได้ที่มาตรฐาน IP67 กันน้ำได้ลึก 1 เมตร เป็นเวลา 30 นาที ไม่ว่าจะเผลอทำน้ำหรือกาแฟหกใส่ก็ไม่ใช่ปัญหา นอกจากนี้ Face ID ที่มากับไอโฟน XR ก็รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยกว่าด้วยระบบกล้อง TrueDepth, Secure Enclave รวมถึง Neural Engine สามารถปลอดล็อคตัวเครื่องได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะใส่แว่น สวมหมวก หรือแว่นกันแดด Face ID ก็ยังจดจำใบหน้าของผู้ใช้ได้

iPhone XR โทรศัพท์ Apple iPhone XS ในเวอร์ชั่นที่ถูกกว่า

ที่จริงแล้ว iPhone XR ก็คือ iPhone XS ในเวอร์ชั่นที่ถูกกว่าดี ๆ นี่เอง มาพร้อมชิปประมวลผล A12 Bionic ที่ฉลาดและทรงพลังที่สุดในโทรศัพท์มือถือของยุค ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องเร็วขึ้น 15% เมื่อเทียบกับ A11 Bionic แล้วก็ประหยัดพลังงานได้มากขึ้นอีก 50% สามารถเล่นเกม ดูหนัง และใช้งานได้อย่างลื่นไหล แถมยังไม่ต้องกลัวแบตหมดระหว่างวัน เพราะแม้จะตัดต่อวิดีโอหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นที่เน้นกราฟิกแบตเตอรี่ก็ยังคงใช้งานได้นานเท่าเดิม ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ iPhone XR ก็มาพร้อมระบบกล้องสุดล้ำ ให้สร้างสรรค์ผลงานการถ่ายภาพและวิดีโอได้อย่างเต็มที่ กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพอันสวยงามตระการตา เช่น Smart HDR โบเก้และการควบคุมระยะชัดลึก แถมยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากมาย ถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K กล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล พร้อมเอฟเฟ็กต์ถ่ายภาพ 5 แบบ มี Animoji และ Memoji ไว้สร้างสีสันในการแชท ถ่ายวิดีโอได้คมชัดระดับ HD 1080p โทรศัพท์ไอโฟนรุ่นนี้จึงมีพร้อมและตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้าน ในส่วนของความจุก็มีให้เลือกตั้งแต่ 64 GB, 128 GB ไปจนถึง 256 GB ซึ่งถ้าสนใจ iPhone XR ราคาเปิดตัวก็เริ่มต้นที่ 749 ดอลลาร์หรือราว ๆ 29,500 บาท แต่ก็ต้องรอติดตามราคาทางการจากร้านค้าและผู้จำหน่ายอีกทีเพราะอาจจมีการเปลี่ยนแปลงราคาที่เปิดขายในไทยก็เป็นได้

iPhone XR ประเทศไทย: คำถามที่พบบ่อย

1. ถาม: สรุปไม่มี iPhone 9 แล้ว?

ตอบ: ในปี 2018 ไม่น่ามี iPhone 9 ให้แฟน ๆ ได้เชยชมกันแล้ว เพราะหลังจากที่ทาง Apple ได้เปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่นไปก็มีเพียง iPhone XS, iPhone XS MAX และ iPhone XR เท่านั้น ว่ากันว่าเจ้า iPhone XR นี่แหละคือ iPhone 9 ที่ลือกันเมื่อปีก่อน

2. ถาม: ราคา iPhone XR ในไทยที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอยู่ที่เท่าไหร่

ตอบ: ราคาเปิดตัว iPhone XR อยู่ที่ 749 ดอลลาร์หรือประมาณ 29,500 บาท ส่วนราคาทางการที่จะวางขายที่ไทยยังคงต้องติดตามกันต่อไป

3. ถาม: มี iPhone XR ความจุเท่าไหร่ให้เลือกใช้บ้าง

ตอบ: มี 64 GB, 128 GB และ 256 GB

4. ถาม: iPhone XR แตกต่างจาก iPhone XS และ iPhone XS MAX ยังไง

ตอบ: iPhone XR มีหลายจุดที่แตกต่างกับ iPhone XS และ iPhone XS MAX ซึ่งหลัก ๆ ก็คือ

iPhone XR iPhone XS iPhone XS MAX
จอ Liquid Retina HD 6.1 นิ้ว จอ Super Retina HD 5.8 นิ้ว จอ Super Retina HD 6.5 นิ้ว
กล้องหลังความละเอียด 12MP กล้องหลังคู่ความละเอียด 12MP กล้องหลังคู่ความละเอียด 12MP
กล้องหน้า 7MP กล้องหน้า 7MP กล้องหน้า 7MP
แบตเตอรี่ 2700 mAh รองรับ Fast Charge 2800 mAh รองรับ Fast Charge 3400 mAh รองรับ Fast Charge

5. ถาม: มีให้เลือกกี่สี

ตอบ: ไอโฟน XR รุ่นนี้มีให้เลือกมากถึง 6 สีด้วยกันคือ สีเหลือง, สีฟ้า, สีขาว, สีดำ, สีแดง และสีคอรัล