ราคา Apple iPhone 8 Plus

ซื้อ Apple iPhone 8 Plus ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 21,600 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPhone 8 Plus ใน Power Buy ที่ขายในราคา 35,990 บาท ถึง 40%, หรือเลือกซื้อจาก Lazada2 และ Big C.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone 8 Plus ใน ฮ่องกง ที่ Personal Digital ในราคาเพียง 29,042 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 20,545 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 21,068 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ argomall ในราคาเพียง 28,595 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Lazada ในราคาเพียง 27,594 บาท และ เวียดนาม ที่ Lazada ในราคาเพียง 10,582 บาท

ใหญ่กว่าและไฉไลกว่าต้อง iPhone 8 Plus มาพร้อมตัวเครื่องวัสดุแก้วสุดแข็งแกร่งทนทาน รองรับการชาร์จไร้สาย แถมยังมีฟังก์ชันเจ๋ง ๆ อีกมากมาย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ซื้อ Apple iPhone 8 Plus ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 21,600 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPhone 8 Plus ใน Power Buy ที่ขายในราคา 35,990 บาท ถึง 40%, หรือเลือกซื้อจาก Lazada2 และ Big C.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone 8 Plus ใน ฮ่องกง ที่ Personal Digital ในราคาเพียง 29,042 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 20,545 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 21,068 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ argomall ในราคาเพียง 28,595 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Lazada ในราคาเพียง 27,594 บาท และ เวียดนาม ที่ Lazada ในราคาเพียง 10,582 บาท

ใหญ่กว่าและไฉไลกว่าต้อง iPhone 8 Plus มาพร้อมตัวเครื่องวัสดุแก้วสุดแข็งแกร่งทนทาน รองรับการชาร์จไร้สาย แถมยังมีฟังก์ชันเจ๋ง ๆ อีกมากมาย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ความจุ
ร้านค้าแนะนำใน Shopee
3,490 บาท
40,000 บาท

เปรียบเทียบราคา Apple iPhone 8 Plus

บัตรเครดิต/เดบิต
เก็บเงินปลายทาง
โอนเงิน
Apple บอดี้ iPhone 8 Plus สีทอง
ข้อเสนอสุดถูก
3,490 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple iPhone 8 พลัส งานพรีเมียม ลดราคา
3,500 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple 8 พลัส
3,500 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
Apple ใหม่ล่าสุด IPhone 8 plus รองท๊อป #ราคาเปิดตัว 3,990 บาท
3,990 บาท

จัดส่งฟรี! สำหรับสินค้าบางชิ้น

หรือคิดค่าส่ง 50 - 105 บาท

1 - 25 วันทำการ

‘ไปยังร้านค้า’
+ 3 ข้อเสนอเพิ่มเติม

ราคาถูกและดีที่สุดของ Apple iPhone 8 Plus ในไทยคือ 3,490 บาท

ซื้อ Apple iPhone 8 Plus ในราคาที่ถูกที่สุดเพียง 3,490 บาท จาก Shopee ถูกกว่า Apple iPhone 8 Plus ใน invadeIT ที่ขายในราคา 27,900 บาท ถึง 87%, หรือเลือกซื้อจาก JD CENTRAL2 และ invadeIT.
หรือเลือกซื้อ Apple iPhone 8 Plus ใน ฮ่องกง ที่ Amazon ในราคาเพียง 18,126 บาท และ อินโดนีเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 13,732 บาท และ มาเลเซีย ที่ Shopee ในราคาเพียง 10,669 บาท และ ฟิลิปปินส์ ที่ Shopee ในราคาเพียง 13,699 บาท และ สิงคโปร์ ที่ Lazada ในราคาเพียง 18,901 บาท และ เวียดนาม ที่ shop VnExpress ในราคาเพียง 30,671 บาท.
อัพเดตราคาล่าสุดเมื่อ November 2019.

โทรศัพท์ Apple iPhone 8 Plus ยอดนิยม

ราคา Apple iPhone 8 Plus ในแต่ละประเทศ

ประเทศ ราคาในประเทศอื่นๆ ราคา THB
ฮ่องกง HKD 4,696.33 18,126 บาท
อินโดนีเซีย IDR 6.400.000 13,732 บาท
มาเลเซีย MYR 1,470.00 10,669 บาท
ฟิลิปปินส์ PHP 23,000.00 13,699 บาท
สิงคโปร์ SGD 852.00 18,901 บาท
ไทย THB 3,490 3,490 บาท
เวียดนาม VND 700.000 30,671 บาท

Apple iPhone 8 Plus รุ่นต่าง ๆ

รุ่น ราคา ร้านค้า
Apple iPhone 8 Plus 64GB เทา 13,900 บาท Shopee
Apple iPhone 8 Plus 64GB ทอง 13,900 บาท Shopee
Apple iPhone 8 Plus 64GB เงิน 16,500 บาท Shopee
Apple iPhone 8 Plus 256GB เทา 24,500 บาท Shopee
Apple iPhone 8 Plus 256GB เงิน 30,200 บาท Shopee
Apple iPhone 8 Plus 256GB ทอง 39,500 บาท Shopee

ข่าวเกี่ยวกับ Apple iPhone 8 Plus

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว

สิ้นสุดการรอคอยกับ iPhone 7 Red ที่นอกจากจะสามารถใช้งานอวดสายตาชาวบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังได้บุญจากการสมทบทุนให้กองทุนโลก (Global Fund) นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ (RED) นั้น บอกได้เลยว่ามีมานานกว่า 10 ปีแล้ว หรือตั้งแต่ iPod Nano (PRODUCT) Red Special Edition รุ่นแรกวางจำหน่ายนั่นแหละ สำหรับเจ้า iPhone 7 Red นี้ยังคงรักษามาตรฐานเดิมคือ การอัดแน่นคุณภาพคับจอไว้ภายในตามแบบฉบับของ Apple ที่ไม่ยอมให้ผู้ใช้ผิดหวังนั่นเอง มาถึงจุดเด่นของรุ่นนี้ที่นอกจากจะเป็นสีแดงสุดหรูแล้ว ตัวเครื่องยังมีดีไซน์โดดเด่นมากมายที่ทำให้คุณต้องร้อง ‘ว้าว’ ไปตาม ๆ กัน ด้วยขอบสีแดงที่ตัดกับหน้าจอสีขาวอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวเครื่องก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่าง เพียงแต่สีของปุ่มต่าง ๆ จะเป็นสีแดงทั้งหมดเพื่อให้ดูเรียบหรูเหมือนชิ้นเดียวกันทั้งบอดี้ เว้นเพียงโลโก้ที่ยังคงเป็นสีเงิน เพื่อให้ด้านหลังบอดี้ดูโดดเด่นมากขึ้น ซึ่งแมตช์กับบริเวณ Touch ID ด้านหน้าซึ่งเป็นสีเงินด้วยเช่นกัน ส่วนด้านล่างมีสกรีนคำว่า iPhone (PRODUCT) Red อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกอิ่มบุญทุกครั้งที่ใช้งาน สำหรับสเปกต่าง ๆ ในตัวเครื่องนั้นเหมือนเดิมทุกประการรวมถึงเทคโนโลยีกันน้ำกันฝุ่นด้วย การเปิดตัว iPhone 7 Red ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเคสหนังไอเท็มเด็ดของ iPhone 7 ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณมีสาย Apple Watch สีแดงด้วยละก็ สามารถนำมาเปลี่ยนเพื่อใช้เข้าคู่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว


อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา

อีกหนึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนกำลังรอลุ้นอยู่จากค่าย Apple ก็ต้องเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คอย่าง MacBook 2017 ซึ่งมีข่าวลือล่าสุดว่าจะมีการอัพเกรดสเปกกันแบบยกแผงเลยทีเดียว โดยจะเลือกใช้ซีพียู Intel รุ่น Kaby Lake ซึ่งถือเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมตอบโจทย์การทำงานได้แบบเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย ส่วนของ RAM นั้นอาจจะมีให้เลือกกัน 2 รุ่น ได้แก่ 8GB และ 16GB แล้วแต่ความต้องการในการใช้งานและงบประมาณในกระเป๋าของคุณ นอกจากนี้ยังจะมีสีตัวเครื่องให้เลือกใช้มากขึ้น คือ นอกจากสีทอง, สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์แล้ว ก็จะมีการเพิ่มตัวเลือกขึ้นมาอีกสีหนึ่งคือสีโรสโกลด์นั่นเอง ส่วนตัวเครื่องก็จะยังคงความบางเบา หรูหรา ทันสมัยเช่นเดิม ด้วยความบาง 13.1 มม. และน้ำหนัก 0.9 กก. ส่วนหน้าจออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย คือ จะมีให้เลือกกัน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 12 นิ้ว และขนาด 15 นิ้ว ในด้านของการเชื่อมต่อนั้นมีแนวโน้มว่าตัวเครื่อง MacBook 2017 นั้นจะรองรับทั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C และ Thunderbolt 3 ด้วย เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข่าวล่ามาแรงด้วยว่าเจ้า MacBook 2017 อาจเพิ่มความสามารถให้มากขึ้นด้วยการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเตอร์เน็ต LTE ได้ด้วย พร้อมกับแนวโน้มที่จะเพิ่มฟังก์ชันของ Trackpad ให้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะสามารถใช้ได้กับปากกา Apple-Pencil ได้ด้วย ซึ่งจะตอบโจทย์เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ทั้งหลาย ที่ต้องการรูปแบบการใช้งานหลากหลายยิ่งขึ้น แถมยังสะดวกในการสรรสร้างผลงานได้อย่างใจโดยที่ไม่ต้องหาอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาเชื่อมต่อให้เสียเวลา


แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก

แม้ iPhone 7s จะเพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน แต่ค่ายสมาร์ทโฟนรูปแอปเปิ้ลแหว่งอย่าง Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาสมาร์ทโฟนสเปกมาให้แฟนคลับได้สัมผัสกัน ล่าสุดมีข่าวโคมลอยหนาหูว่าสมาร์ทโฟนที่ iPhone จะเปิดตัวเร็ว ๆ ไม่ใช่ iPhone 8 ตามที่เข้าใจกัน แต่กลับเป็น iPhone SEs ต่างหาก แน่นอนว่ามันเป็นรุ่นขั้นกลางระหว่าง 7s และ 8 แต่ระดับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ย่อมไม่ปล่อยรุ่นธรรมดาออกมาให้แฟนคลับผิดหวังแน่นอน กล่าวกันมาขนาดนี้สาวก Apple คงอยากรู้แล้วว่า iPhone SEs รุ่นนี้มีดีอย่างไร เริ่มจากคำจำกัดความของรุ่นนี้ที่มีว่า iPhone SEs สมาร์ทโฟนรุ่นแจ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว แรงขั้นเทพ กล้องชัดดีงาม และยังมาในราคาที่สัมผัสได้อีกต่างหาก สำหรับราคาของรุ่นนี้มีข่าวว่ามันจำถูกกว่ารุ่นพี่เกือบหมื่นเลยทีเดียว แต่เรื่องสเปกต่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ใช้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง A9 ที่มี RAM สูงถึง 2 GB มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงถึง 12 ล้านพิกเซล แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K ได้อีกด้วย หากจะถามถึงการดีไซน์ตามข่าวลือที่หลุดออกมามันจะคล้าย ๆ iPhone 6s เปลี่ยนจากวอลเปเปอร์รูปปลากัดคุ้นตามาเป็นดอกไม้แทน ซึ่งหากมองเพียงหน้ากล่องจะรู้ได้ทันทีเลยว่าตัวเครื่องมีสีอะไร แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไม iPhone SEs คำตอบคือ ความจริงแล้วชื่อเต็ม ๆ ของมันคือ iPhone Special Edition ซึ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของตัวเครื่อง และทางค่ายยังหวังอีกว่า รุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนในด้วยใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก


สเปค Apple iPhone 8 Plus

หน้าจอ
ขนาดหน้าจอ 5.5"
ความละเอียดของหน้าจอ 1080 x 1920pixels
ความหนาแน่นของพิกเซล 401ppi
ป้องกันการขีดข่วน ไม่มี
กันน้ำ มี
กล้อง
ความละเอียดกล้องหลัง 12 + 12MP
ความละเอียดกล้องหน้า 7MP
กล้องคู่ มี
หน่วยความจำ
แรม 3GB
หน่วยความจำขยายได้ ไม่มี
ช่องเสียบการ์ด ไม่มี
แบตเตอรี่
ความจุแบตเตอรี่ 2691mAh
ทอล์คไทม์ 21h
แพลตฟอร์ม
หน่วยประมวลผล Hexa Core
ระบบปฏิบัติการ iOS
ดีไซน์
น้ำหนัก 202g
ขนาด (W x H x D) 158.4 x 78.1 x 7.5mm
วัสดุตัวเครื่อง แก้ว
ปีที่เปิดตัวสินค้า
ปีที่วางจำหน่าย 2017
เดือนที่วางจำหน่าย กันยายน
การเชื่อมต่อ
ช่องเสียบ USB Lightning
NFC มี
มาตรฐาน Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
ระบบเครือข่าย
สองซิม ไม่มี
ซิมการ์ด Nano-SIM
คุณสมบัติ
กันน้ำ มี
ความสามารถแบบเสมือนจริง มี
เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ มี
ไฟแจ้งเตือน LED มี
การจดจำใบหน้า มี
ไอริสสแกนเนอร์ มี
เครื่องสแกนลายนิ้วมือ มี
วิทยุ FM ไม่มี
3 มิติ Touch มี

iPhone 8 Plus รุ่นใหญ่ของ iPhone 8 ที่เพิ่มความแอ้ดวานซ์เพิ่มขึ้นมาอีก โดย iPrice ประเทศไทย

iPhone 8 Plus คือ iPhone รุ่นที่ต่อยอดจาก iPhone 8 ที่ทาง Apple ดีไซน์มาให้ใหญ่กว่า ผลิตจากวัสดุแก้วทั้งด้านหน้าและหลังเพื่อความแข็งแรงทนนานและรองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายได้เต็มประสิทธิภาพขึ้น ตรงขอบผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมอวกาศจึงแข็งแกร่งสุด ๆ จอภาพ Retina HD ขนาด 5.5 นิ้ว เป็น Multi-Touch จอกว้างแบบ LCD พร้อมเทคโนโลยี IPS ความละเอียดระดับ 1920 × 1080 พิกเซล ความหนาแน่นพิกเซลอยู่ที่ 401 PPI และอัตราส่วนคอนทราสต์อยู่ที่ 1300:1 ช่วยให้ใช้งานได้คล่องแคล่วและรับชมความบันเทิงผ่านจอได้ดียิ่งขึ้น รองรับการแสดงผลแบบ True Tone เหมือน iPhone 8 เจ๋งด้วยสารเคลือบกันรอยนิ้วมือ รองรับการแสดงผลหลายภาษาและตัวอักษรหลายแบบได้พร้อมกัน ทั้งยังกันน้ำและฝุ่นได้ที่ระดับ IP ตามมาตรฐาน IEC 60529 จึงใช้งานได้อย่างอุ่นใจมากกว่าเดิม

ใหญ่กว่า แรงกว่า เจ๋งกว่า ต้อง iPhone 8 Plus โดย iPrice ประเทศไทย

หากจะพูดถึงสเปคและความแรงของ iPhone 8 Plus ก็มาพร้อมชิพ A11 Bionic และสถาปัตยกรรม 64 บิตที่ทำงานร่วมกับโปรเซสเซอร์ M11 เพื่อประมวลผลการเคลื่อนไหวในตัว iPhone 8 Plus จึงทำงานได้อย่างลื่นไหลไม่มีกระตุก ไม่ว่าจะฟังเพลง ดูวิดีโอ เล่นเกม หรือใช้งานไหน ๆ ก็สนุกได้อย่างเต็มที่ กล้องหลังพิเศษกว่า iPhone 8 เพราะเป็นกล้องคู่ Dual Camera ประกอบด้วยกล้องมุมกว้างและกล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แล้วขนาดรูรับแสงก็อยู่ที่ f/1.8 และ f/2.8 ตามลำดับ แถมยังซูมออปติคอลและซูมดิจิตอลได้สูงสุดถึง 10 เท่า แล้วก็มีโหมดถ่ายภาพบุคคลและการจัดแสงภาพถ่ายบุคคล (รุ่นเบต้า) ไม่ว่าจะถ่ายภาพไหน ๆ ภาพก็สวยและน่าสนใจไม่แพ้กล้องมืออาชีพ ส่วนการบันทึกวิดีโอก็บันทึกได้ทั้งระดับ 4K, HD 1080p และ HD 720p รองรับวิดีโอ Slow Motion วิดีโอ Time-lapse พร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว ให้วิดีโอที่ได้สวยคมชัดในคุณภาพระดับภาพยนตร์ ส่วนกล้องหน้าก็ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ให้อัพภาพนิ่งและใช้งานกล้องหน้าได้อย่างเต็มที่ มีระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตำแหน่งเดิมคือปุ่มโฮม มีเทคโนโลยีการหาตำแหน่งสุดอัจฉริยะทั้ง Assisted GPS, GLONASS, Galileo และ QZSS พร้อมเข็มทิศดิจิตอล Wi-Fi ระบบเซลลูลาร์ พร้อมด้วย iBeacon เทคโนโลยีระบุตำแหน่งในอาคาร มี Siri ผู้ช่วยเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Apple แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดชาร์จซ้ำได้ในตัวเครื่อง ให้ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้สูงสุด 13 ชั่วโมง ชาร์จจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออะแดปเตอร์แปลงไฟผ่านสาย USB ได้เลย ส่วนการชาร์จแบบไร้สายก็ทำได้ง่าย ๆ แค่วางบนแท่นก็ชาร์จแบตได้ทันที ส่วนการชาร์จแบบเร็วนั้นก็ชาร์จได้สูงสุดถึง 50% ภายใน 30 นาที นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่มาพร้อม iPhone 8 Plus อีกมากมาย เช่น VoiceOver, Siri, พิมพ์โต้ตอบกับ Siri, การควบคุมสวิตช์ และแว่นขยาย เป็นต้น